อัตราส่วนการบริโภคของชาวไทย

จากบทความที่ผ่านมาเรื่อง Anchoring ทำให้เราค้นพบกันว่า การยึดติดกับข้อมูลตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไปนั้นทำให้การตัดสินใจของเรามีอคติเจอปนอยู่ได้มาก อันที่จริงแล้วยังมีอคติอีกหลาย ๆ ประเภทแต่ขออนุญาติละเอาไว้ก่อน หากมีโอกาสจะทะยอยนำมาเสนอให้อ่านกันครับ
และจากที่มีเพื่อน ๆ หลายคนถามกันมาว่าผมมีวิธีในการกะเกณฑ์คาดเดาเรื่องต่าง ๆ รอบ ๆ ตัว ผ่านเครื่องไม้เครื่องมีทางคอมพิวเตอร์ได้อย่างไร
วันนี้เลยขอเสนอเรื่องเกี่ยวกับการชี้วัดทางคณิตศาสตร์ ซึ่งอาจช่วยให้เราใช้เป็นตัวเลือกประกอบการตัดสินใจ หรือแม้แต่สามารถนำมาใช้พยากรณ์เหตุการณ์ต่าง ๆ โดยหลีกเลี่ยงการเอาอคติเข้ามาเจอปนครับ
โดยข้อมูลที่จะทำการศึกษากันในวันนี้ผมขอเลือกใช้ อัตรารายได้และอัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนของประชากรชาวไทยครับ
เนื่องจากสมมุติฐานที่ว่า “อัตราค่าใช้จ่ายนั้นจะผันแปรตามอัตรารายได้ของเรา” จะให้ผลเป็นสมการเชิงเส้น ซึ่งง่ายต่อการศึกษาวิเคราะห์กันครับ
ข้อมูลดิบ "อัตรารายได้และอัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนของประชากรชาวไทย"
ปีพ.ศ.      2537    2539    2541    2543    2545    2547    2549    2550    2552
รายได้      8,262      10,779      12,492      12,150      13,736      14,963      17,787      18,660      20,904
ค่าใช้จ่าย      7,567      9,190      10,389      9,848      10,889      12,297      14,311      14,500      16,205
จากข้อมูลดิบเหล่านี้หากเรานำมาพล็อตเป็นกราฟจะเห็นความสัมพันธ์ของข้อมูลได้ชัดเจนขึ้นครับ
** ใช้โปรแกรมภาษาไทยธอนเวอร์ชั่น 1.11 ขึ้นไป ดาวน์โหลดได้ที่นี่ครับ
#คำสั่งภาษาไทยธอน
กราฟของฉัน = สร้างกราฟ("แบบจำลองอัตราส่วนการบริโภค\nของประชากรชาวไทย",(640,480))
X = [8262,10779,12492,12150,13736,14963,17787,18660,20904] #อัตรารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนของประชากรชาวไทย
Y = [7567,9190,10389,9848,10889,12297,14311,14500,16205] #อัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนของประชากรชาวไทย
กราฟของฉัน.พล็อต(X,Y,สี=(255,0,0),สัญลักษณ์=0)
กราฟของฉัน.ตั้งชื่อแกนเอ็กซ์("รายได้เฉลี่ยต่อเดือน")
กราฟของฉัน.ตั้งชื่อแกนวาย("ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน")
กราฟของฉัน.ใส่เส้นตาราง()
จากความสัมพันธ์ดังกล่าวนำมาคำนวณได้เป็นโมเดลทางคณิตศาสตร์คือ Y = 1646.4454 + 0.6966(X)
โดยที่ Y คือ อัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนของประชากรชาวไทย ซึ่งจะผันแปลตามตัวแปล X
โดยที่ X คือ อัตรารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนของประชากรชาวไทย
หากเรานำโมเดลดังกล่าวซึ่งเป็นสมการเชิงเส้น มาพล็อตเป็นกราฟจะได้หน้าตาออกมาดังนี้
#คำสั่งภาษาไทยธอน
กราฟของฉัน = สร้างกราฟ("แบบจำลองอัตราส่วนการบริโภค\nของประชากรชาวไทย",(640,480))
X = [8262,10779,12492,12150,13736,14963,17787,18660,20904] #อัตรารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนของประชากรชาวไทย
Y = [7567,9190,10389,9848,10889,12297,14311,14500,16205] #อัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนของประชากรชาวไทย
กราฟของฉัน.พล็อต(X,Y,สี=(255,0,0),สัญลักษณ์=0)
กราฟของฉัน.ตั้งชื่อแกนเอ็กซ์("รายได้เฉลี่ยต่อเดือน")
กราฟของฉัน.ตั้งชื่อแกนวาย("ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน")
กราฟของฉัน.ใส่เส้นตาราง()
b1 = 1646.4454965026653
b2 = 0.69664611572596047
แบบจำลอง = คำสั่งย่อ x:b1 + b2*x
Z = []
แต่ละ ตัวข้อมูล ใน X:
 Z.ต่อด้วย(แบบจำลอง(ตัวข้อมูล))

กราฟของฉัน.พล็อต(X,Z,สี=(0,255,0))
โดยที่เส้นสีเขียวคือเส้นที่คำนวนจากโมเดลโดยให้ Y เป็นตัวแปลที่ผันแปลตาม X
จะเห็นได้ว่าแต่ละจุดซึ่งเป็นข้อมูลดิบนั้นมีจุดเบี่ยงเบนออกไปจากเส้นบ้างแต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเบียงเบนออกไปมากกว่าหรือน้อยกว่า(ค่า +- ตามแกน Y)สุดท้ายแล้วมักจะถดถอยมาที่บริเวณเส้นนี้เสมอ เราเรียกการถดถอยนี้ว่า “การถดถอยสู่ค่าเฉลี่ย” โดยการที่ค่าที่แท้จริงในข้อมูลดิบนั้นคลาดเคลื่อนออกไปจากเส้นในสมการนี้ เราเรียกมันว่า”ตัวรบกวน”(disturbance) หรือ”ความผิดพลาด”(error) ในระบบ
ซึ่งเป็นเรื่องปกติในทางสถิติ โดยที่จุดคลาดเคลื่อนเหล่านั้นอาจมาจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ที่เข้ามาส่งผลกระทบต่อข้อมูลดิบ ซึ่งปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจมีได้มากมายหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน แต่โดยทั่วไปแล้วเราจะละมันเอาไว้ในฐานะ”ตัวรบกวน”ในระบบ เพราะการคำนวนในทุก ๆ ปัจจัยพร้อม ๆ กันเป็นเรื่องที่ทำได้ยากและทำให้โมเดลของเรามีความซับซ้อนจนนำมาใช้งานจริงได้ยากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ข้อมูลจากการคำนวนได้ค่าสัมประสิทธิ์(coefficient of determination) อยู่ที่ 0.99452698707886478 ซึ่งหมายความว่า โมเดลนี้มีความเข้ากันกับข้อมูลดิบมาก หรืออีกนัยหนึ่งคือ มีค่าความผิดพลาดอยู่ที่ประมาณ +-0.5473%
จากโมเดลดังกล่าวหากเรามุ่งประเด็นความสนใจไปที่ “ตัวคูณ” ของสมการหรือค่า 0.6966 จะเห็นได้ว่าอัตราการออม(รายได้-ค่าใช้จ่าย)ของคนทั้งประเทศ มีค่าวิ่งเข้าใกล้ 30% เมื่อมีรายได้มากขึ้น (1-0.6966=0.3034) ซึ่งถือเป็นตัวเลขแนวโน้มการออมที่ดี
นอกจากนี้เรายังสามารถนำโมเดลนี้มาพยากรณ์/คาดการณ์ข้อมูลในอนาคตได้เช่น
หากเราคาดว่าถ้าอัตรารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนในปี 2554 จะมีค่าอยู่ที่ 23404 บาท อัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือน ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1646.4454 + 0.6966(23404) = 17949.6718 บาท
หรืออีก scenario ถ้าหากอัตรารายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนในปี 2554 อยู่ที่ 21904 บาท อัตราค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือน ก็จะอยู่ที่ประมาณ 1646.4454 + 0.6966(21904) = 16904.7718 บาท
เรื่องของการคำนวนพยากรณ์ยังไม่จบแค่เพียงเท่านี้ หากมีเวลาจะเข้ามาขยายผลต่อเร็ว ๆ นี้ครับ
แหล่งที่มาของข้อมูลดิบ: www.nso.go.th

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘