เล่นหุ้นตามเซียน

ในช่วงเร็ว ๆ  นี้  แนวทางการลงทุนหรือการเล่นหุ้นที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงมากที่สุดน่าจะเป็นการลงทุนแบบ  “Value Investment”  เพราะหุ้น “Value”  หรือหุ้นที่มี  “พื้นฐาน”  ที่ดี หลาย ๆ  ตัวนั้น  มีราคาปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่น  นอกจากนั้น  ปริมาณการซื้อขายหุ้นก็เพิ่มสูงขึ้นมาก  หลาย ๆ      ตัวกลายเป็นหุ้นยอดนิยมที่มีปริมาณการซื้อขายติดอันดับสูงสุดหนึ่งในสิบของตลาดหุ้นทั้ง ๆ  ที่เป็นหุ้นขนาดเล็ก  ถ้ามองเฉพาะปริมาณการซื้อขายก็น่าจะพูดได้ว่าหุ้นเหล่านี้เป็นหุ้น “เก็งกำไรอย่างรุนแรง” ไปแล้ว  หุ้นที่เรียกว่า “Value” ที่คนเล่นกันทั้งตลาดนั้นเอง  ถ้ามองจากข้อมูลตัวเลขและการวิเคราะห์ตามมาตรฐานของ Value Investor “พันธุ์แท้”  ก็ดูเหมือนว่าหุ้นเหล่านั้นที่อาจจะ “เคย”  เป็นหุ้น Value หมดความเป็น Value ไปแล้วด้วยเหตุผลที่ว่าราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปเกิน “พื้นฐาน” มาก

            อะไรทำให้หุ้นคุณค่ากลายเป็นหุ้นยอดนิยม ?   คำตอบผมคิดว่าเกิดจากจำนวนของนักลงทุนที่เป็น Value Investor หรือ VI มีจำนวนมากขึ้นและที่สำคัญกว่าก็คือ  มีเม็ดเงินที่ใช้ในการลงทุนมากขึ้นมาก  นักลงทุนหน้าใหม่ที่เข้าตลาดในช่วงหลัง ๆ  นี้  เริ่มเห็นคุณค่าของการลงทุนในกิจการที่ดีและมีราคาถูกให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการฝากเงินซึ่งให้ดอกเบี้ยน้อยมาก  แต่ปัญหาของนักลงทุนก็คือจะหาหุ้นตัวไหนที่จะเป็นหุ้น  “Value”   ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่จะวิเคราะห์หุ้นได้อย่างลึกซึ้ง  ดังนั้น  ทางออกก็คือ  คอยดูว่าคนที่วิเคราะห์หุ้นเก่ง ๆ  ระดับ  “เซียน”  ว่าเขาซื้อหุ้นตัวไหน  เสร็จแล้วก็ซื้อตาม  นี่เป็นวิธีการ  “ลอกการบ้าน”  ที่ไม่มีครูจับได้    ในอีกด้านหนึ่ง  เซียนเอง  บ่อยครั้งก็อยากให้ลอกการบ้าน  หลาย ๆ คนพยายามกระจายคำตอบให้คนอื่นลอกด้วยเหตุผลที่ว่า  ถ้ามีคนซื้อหุ้นตามมาก ๆ   หุ้นที่ตนเองซื้อไว้ก็จะมีราคาปรับตัวขึ้น  ดังนั้น  ทั้งคนลอกการบ้านและคนให้ลอกต่างก็ได้ประโยชน์  โดยเฉพาะในช่วงสั้น ๆ  ที่ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไป  และนี่คือสิ่งที่ผมจะพูดถึงการลงทุน “กระแสใหม่”  ที่ผมอยากจะเรียกว่าการ  “เล่นหุ้นตามเซียน”  หรือถ้าจะเรียกให้เท่ขึ้นไปหน่อยก็คือ  Celebrity Investment หรือเรียกย่อ ๆ  ว่า  CI  ซึ่งเป็นการเล่นหุ้นตามคนดังหรือ  “เซียน VI”

          เรื่องการเล่นหุ้นตามเซียนนี้  ปีเตอร์ ลินช์ เขียนไว้ในหนังสือ One Up on Wall Street ว่า  เขาไม่แนะนำให้นักลงทุนซื้อหุ้นตามเซียนหรือตัวเขาเอง   เหตุผลมี 3 ข้อ  คือ  1) เซียนหรือ ปีเตอร์ ลินช์อาจจะผิด /images/emoticons/mozilla_yell.gifเขาบอกว่าเขาผิดประมาณ 40% ของการเลือกซื้อหุ้น)  ข้อ 2) แม้ว่าเขาจะถูก  คุณก็ไม่มีทางรู้ว่าเขาจะเปลี่ยนใจเกี่ยวกับหุ้นและขายไปเมื่อไร)  และข้อ 3)  คุณมีข้อมูลที่ดีกว่า  และมันอยู่รอบ ๆ ตัวคุณ  สิ่งที่ทำให้มันดีกว่าก็คือ  คุณสามารถที่จะติดตามมันได้  เช่นเดียวกับที่ ปีเตอร์ ลินช์ ติดตามหุ้นของเขา  อย่างไรก็ตาม  คำแนะนำของลินช์เองนั้น  ผมคิดว่าคนที่จะปฎิบัติตามน่าจะเป็นคนที่มีความรู้หรือมีความสามารถหรือมีความตั้งใจสูงที่จะศึกษาวิธีการลงทุนแบบ VI  ส่วนคนที่  “เล่นหุ้น”  นั่นก็คือ  คนที่หวังทำกำไรอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นคงจะไม่เห็นด้วยและคิดว่า  CI น่าจะให้ผลได้ดีกว่า

            การลงทุนแบบ CI นั้น  ดูเหมือนว่าจะไม่ยากโดยเฉพาะในยุคที่ข่าวสารต่าง ๆ  สามารถกระจายไปได้อย่างรวดเร็วผ่านสื่ออีเล็คโทรนิคส์สมัยใหม่ต่าง ๆ   วิธีก็คือ  ขั้นแรก  ดูว่าใครคือ  “เซียน” นี่ก็คือการเข้าไปตามเวบไซ้ต์หรือสื่อต่าง  ๆ  ที่มีการกล่าวขวัญถึงว่าใครสามารถซื้อขายหุ้นทำกำไรได้มากมายขนาดไหนในระยะเวลาอันสั้น  นอกจากนั้น   การบอกต่อ ๆ  กันในหมู่นักลงทุนก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่มีประสิทธิภาพ  เมื่อกำหนดได้แล้วว่าใครคือเซียน  สิ่งที่จะต้องทำต่อมาก็คือ  คอยติดตามว่าเซียนกำลังจะเข้าซื้อหุ้นตัวไหน  ซึ่งบางทีก็ไม่ยาก  เพราะเซียนจำนวนไม่น้อยก็พยายามบอกต่ออยู่แล้ว  ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม  ในบางครั้ง  ถึงเซียนจะไม่ได้บอก  แต่ เนื่องจากเซียนได้เข้าซื้อหุ้นบางตัวจนมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ซึ่งจะ ถูกรายงานในเวบไซ้ต์ของตลาดเมื่อมีการปิดบุ๊คเพื่อการประชุมผู้ถือหุ้น  แต่ข้อมูลนี้อาจจะไม่เป็นปัจจุบันมากนัก  บางกรณีอาจจะเกิดขึ้นมาแล้วเป็นปีก็เป็นได้

            เมื่อกำหนดได้แล้วว่าใครคือเซียน  CI แต่ละคนดูเหมือนจะรู้ว่าเซียนแต่ละคนนั้น  มี “กระบวนท่า”  หรือใช้หลักการลงทุนแนวไหน  เช่น  ชำนาญทางด้านหุ้นโตเร็ว  หุ้นวัฏจักร  หุ้นฟื้นตัว  หุ้นมีสตอรี่ หรืออื่น ๆ  รวมถึงระดับของพอร์ตหรือเม็ดเงินที่มักจะเข้าซื้อหุ้นด้วย  ประเด็นก็คือ  CI นั้น  มักจะซื้อตามเซียนที่มีแนวคิดหรือ “จริต” ที่สอดคล้องกับตัวเองและไม่ตามเซียนที่มีแนวทางอีกแบบหนึ่ง  ตัวอย่างเช่น  ถ้าตนเองนั้นชอบเล่นหุ้นแบบสั้น ๆ  ไม่เกินปีหรือไม่เกินหนึ่งเดือน  โอกาสก็คือ  เขาจะไม่สนใจเซียนที่ชอบลงทุนระยะยาว  แต่จะชอบเซียนที่เน้นลงทุนในหุ้นที่จะมีผลการดำเนินงานในระยะสั้นที่ดีมากกว่า

            เมื่อพบว่าเซียนได้เข้าซื้ออย่างมีนัยสำคัญแล้ว  CI “วงใน”  นั่นคือ  CI  ที่อาจจะคุ้นเคยกับเซียนก็จะซื้อตามก่อน  ต่อมาข้อมูลที่ว่าเซียนได้เข้าซื้อแล้วก็จะถูก  “ถ่ายทอด”  ต่อมายัง CI “วงนอก”  ที่ อาจจะห่างออกมาหน่อยแต่ก็ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มคนบางกลุ่มเช่นที่ติดตาม เวบไซ้ต์การลงทุนอย่างใกล้ชิดซึ่งจะเริ่มมาซื้อตามหลังจากราคาหุ้นเริ่ม เคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เนื่องมาจากการที่มีแรงซื้อเพิ่มขึ้นมามาก  กระบวนการนี้จะคล้าย ๆ  กับสิ่งที่ จอร์จ โซรอส พูดถึง  นั่นคือ  กระบวนการ Reflexivity หรือกระบวนการที่คนในตลาดซื้อหุ้นทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น  ซึ่งส่งผลให้พื้นฐานหรือมุมมองต่อหุ้นเปลี่ยนไป  ทำให้คนมาซื้อหุ้นเพิ่มขึ้นอีก  ซึ่งก็จะกลับมาเสริมพื้นฐานหรือมุมมองของหุ้นต่อไปอีกต่อเนื่องกันไปเป็นลูกโซ่  ในบางครั้งกระบวนการนี้ก็อาจจะรุนแรงมากขึ้นจนราคาหุ้นกลายเป็นฟองสบู่เนื่องจาก CI ชุดสุดท้ายที่เข้ามาเล่น

CI  ชุดท้าย ๆ  ก็คือนักเล่นหุ้นทั่ว ๆ  ไป ที่ได้ข่าวว่าเซียนได้เข้ามาซื้อหุ้นจากสื่อกระแสหลักเช่นหนังสือพิมพ์และอาจจะบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์  พวกเขาจะเข้ามาเก็งกำไรจากความผันผวนของราคาหุ้นเป็นหลัก  ด้วยปริมาณการซื้อขายมโหฬารเนื่องจากเป็นการซื้อขายเป็นรายวันหรืออาจจะเป็นรายนาทีCI กลุ่มนี้จะไม่สนใจเลยว่าหุ้นนั้นยังมี Value หรือไม่  สิ่งที่พวกเขาคาดหรือจับตานั้นมีเพียงเรื่องเดียว  นั่นก็คือ  หุ้นตัวนี้  รายใหญ่หรือจ้าวหรือสปอนเซอร์ ยังเล่นหรือไม่  ถ้ายังเล่น  พวกเขาก็พร้อมเข้ามาเสี่ยง  ถ้าเลิกก็  “ตัวใครตัวมัน” เหนือสิ่งอื่นใด  เขาคิดว่าเขาจะ “ออก” ทันเสมอเนื่องจากปริมาณการซื้อขายหุ้นเมื่อถึงจุดนี้มีสูงมาก  อย่างไรก็ตาม  หลาย ๆ  ครั้ง  การตกของหุ้นในจุดนี้จะแรงมากจนหนีไม่ทันก็มี

การเป็น CI นั้น  ในช่วง 2- 3 ปี มานี้  ซึ่งเป็นช่วงที่หุ้นบูมเป็นกระทิง  ดูเหมือนว่าจะเป็นกลยุทธ์การลงทุนที่ทำเงินได้ไม่น้อยสำหรับบางคนโดยเฉพาะที่เป็น CI วงต้น ๆ   เหนือสิ่งอื่นใด  อาจจะเป็นช่วงที่ยังมีหุ้น Value ที่ยังถูกมากเหลืออยู่ให้เซียนเข้าไปเก็บและเผื่อไปถึง CI ได้ไม่น้อย  อย่างไรก็ตาม  อนาคตหลังจากนี้  หุ้นที่เป็น Value อาจจะเหลือน้อยหรือแทบหมดแล้ว  และเซียนก็อาจจะผิดพลาดได้  ดังนั้น  CI ที่เข้าไปซื้อตามอาจจะพบว่าการทำเงินนั้นยากลำบากมากขึ้นจนถึงกับขาดทุนก็เป็นไปได้โดยเฉพาะ CI วงหลัง ๆ    สำหรับผมแล้ว  การเป็น CI นั้น  ยากที่จะทำให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว  ดังนั้น  สำหรับ  VI ที่มุ่งมั่นแล้ว  การวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยตนเองจะดีกว่าการ “ลอกการบ้าน”  แน่นอน  แม้ว่าเราจะไม่เก่งเท่าเซียน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘