ใจชื่อว่าเป็นใหญ่ของธรรมทั้งหลาย

เรื่องวิชชาธรรมกายนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนลึกซึ้ง อีกทั้งลี้ลับมหัศจรรย์ ผู้ที่ยังปฏิบัติไม่ถึง จึงไม่รู้ไม่เห็นได้ด้วยตนเอง ก็ยากที่จะเข้าใจ หลวงพ่อจึงพูดเสมอว่า “ผู้ที่ยังไม่มีจิตศรัทธาเชื่อถือ ไม่คิดสนับสนุนส่งเสริม ก็ขออย่าได้แสดงตนเป็นปฏิปักษ์ ไม่ว่าจะด้วยกาย วาจา หรือแม้แต่คิดในใจ” โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ใกล้ชิตกับผู้ที่ได้ธรรมกาย ยิ่งต้องระมัดระวังไตรทวารของท่านให้มากยิ่งขึ้น อย่าไปเผลอไปล่วงล้ำก้ำเกินแม้โดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม ผลกรรมที่ได้รับจะมากกว่าทำกับคนทั่วไปมากมายนัก แต่ในทางตรงกันข้ามถ้านอบน้อมเคารพ ยกย่อง ทำดีกับผู้ที่ได้วิชชาธรรมกาย ท่านก็จะได้รับผลบุญมากมายเช่นกัน เหมือนกับผู้อยู่ใกล้ไฟฉะนั้น ถ้าท่านระมัดระวังไม่พลั้งเผลอก็จะได้ประโยชน์จากไฟอย่างมหาศาล แต่ถ้าท่านประมาทเลินเล่อเผลอสติ ไปก็จะทำร้ายท่านโดยที่เข้าก็ไม่ได้ตั้งใจแต่มันเป็นกฎของธรรมชาติ 

          การกระทำทุกอย่างของมนุษย์ อยู่ที่ใจเป็นผู้บงการทั้งสิ้น แม้เราจะแก้ตัวกันอยู่เสมอว่า ไม่ได้ตั้งใจ แต่ความที่ใจของคนนั้นไปรวดเร็วมาก จนเจ้าตัวแทบจะนึกไม่ถึง ตามไม่ทัน หารู้ไม่ว่าใจได้บงการให้เกิดวจีกรรม กายกรรมไปแล้ว ดังคาถาบาลีว่า
มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมามโนเสฏฺฐา มโนมยา
มนสา เจ ปทุฏฺเฐนภาสติ วา กโรติ วา
ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติจกฺกํ ว วหโต ปทํ ฯ

          ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า มีใจเป็นใหญ่สำเร็จแล้วด้วยใจ ถ้าบุคคลมีใจร้าย พูดอยู่ก็ดี ทำอยู่ก็ดี ทุกข์ย่อมไปตามเขา เพราะเหตุนั้น ดุจล้ออันหมุนไปตามรอยเท้าโค ผู้นำแอกอยู่ฉะนั้น 

          หมายความว่า ธรรมทั้งหลายนั้น ชื่อว่ามีใจเป็นหัวหน้า เพราะเมื่อใจไม่เกิดขึ้น ธรรมเหล่านั้นย่อมไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ ฝ่ายใจถึงเจตสิกธรรม (ธรรมที่ประกอบกับจิต) บางเหล่าแม้ไม่เกิดขึ้น ก็ย่อมเกิดขึ้นได้ ใจชื่อว่าเป็นใหญ่ของธรรมทั้งหลายนั่น ด้วยอำนาจเป็นอธิบดี (เป็นใหญ่) เหตุนั้น ธรรมทั้งหลายนั้น จึงชื่อว่ามีใจเป็นใหญ่ ธรรมทั้งหลาย ได้ชื่อว่าสำเร็จแล้วด้วยใจ เพราะเสร็จมาแต่ใจ 

          ถ้าบุคคลนั้นมีอกุศลจิต ย่อมเกิดทุกข์ติดตามผู้นั้นเหมือนล้อหมุนไปตามรอยเท้าของโค ที่ถูกเทียมด้วยแอก มันลากแอกนั้นไปกี่วันก็ตามย่อมไม่อาจให้ล้อหมุนกลับได้ ไม่อาจจะละล้อไปได้ ถ้ามันก้าวไปข้างหน้า แอกก็เบียดคอ เมื่อมันถอยหลัง ล้อก็ขูดเนื้อที่ขา ถูกล้อเบียดเบียน ด้วยเหตุ ๒ ประการนี้ หมุนตามรอยเท้าของมันไป ฉันใด ทุกข์ทั้งที่เป็นไปทางกาย ทั้งที่เป็นไปทางจิต อันมีทุจริตเป็นมูล ย่อมติดตามบุคคลผู้มีใจร้ายแล้วทำทุจริต ๓ ประการ (มโนทุจริต วจีทุจริต กายทุจริต) ให้เต็มที่ ตั้งอยู่ในที่เขาไปแล้วนั้น ๆ มีนรกเป็นต้น 

          แต่ถ้าบุคคลมีจิตที่ฝึกดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้ ดังบาลีว่า จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ ใจของคนเราจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ใจที่ฝึกฝนอบรมไว้ดีแล้ว จะแสดงออกมาทางกาย วาจา ด้วยดี ถ้าเราไม่สามรถบังคับใจ ปล่อยให้อารมณ์ภายนอกที่ไม่ดีมายั่วยุจิตใจ ให้กระเจิดกระเจิงฟุ้งซ่านแล้ว เราก็จะทำผิดทำชั่วด้วยกาย วาจา แต่ถ้าเราสามารถบังคับใจ ข่มใจให้หยุดให้นิ่งได้ แม้จะมีอารมณ์ที่ไม่ดีขนาดไหนมายั่วยุเราก็สามารถข่มใจระงับใจไม่ให้ทำชั่วทำผิดไปตามอารมณ์ที่มาปรุงแต่งนั้นได้ 

          
ธรรมอยู่ที่ไหน ? มนุษย์อยู่ที่ไหนธรรมก็อยู่ที่นั่น มนุษย์ทุกคนมีธรรมทุกคน เรียกว่า ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ เป็นดวงกลมใสบริสุทธิ์ ขนาดโตเท่าฟองไข่แดงของไก่ ถ้าปฏิบัติธรรมเป็นก็จะต้องนำใจไปติดที่ดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์ จึงจะชื่อว่าธรรมนั้นปรากฏแก่มนุษย์คนนั้นแล้ว 

          หลวงพ่อยังว่า พวกที่ชอบสงสัยนัก ท่านสอนอะไร ท่านบอกอะไร ก็สงสัยทุกเรื่อง แทนที่จะฟังแล้วไปขบคิดไตร่ตรอง ใช้วิจารณปัญญาของตนหาคำตอบ ท่านพูดดังนี้ 

          “พวกเรานี่มันสงสัยทุกคนนั่นแหละ ธรรมมากมายนักโน่นก็ธรรมนี่ก็ธรรม ไม่รู้จะไปเอาธรรมที่ไหนแน่ไม่รู้จะเอาธรรมที่ไหนแท้ ๆ นี้ ธรรมอันนี้แหละเป็นตัวจริงละ ให้เอาใจติดอยู่ตรงนี้แหละ ถ้ายังไม่เห็น นาน ๆ เข้าก็เห็นเอง พอถูกส่วนเข้าก็เห็นเองที่ไปหาที่อื่น ไปโน่น ไปตรงโน้น ไปตรงนี้ ไปที่โน้น ไปที่นี้ ไปหาธรรมในป่าในดอนในดงกันยกใหญ่ทีเดียว เพราะไม่เห็น พอไปเห็นเข้าแล้ว โธ่ ผ้าโพกหัวหาแทบตาย ไม่เห็น อยู่บนหัวนี่เอง ไปหาธรรมแทบตาย ธรรมอยู่กลางตัวของตัวนั่นเอง นั่นแหละธรรมอยู่ตรงนั้นแหละ”

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘