ต้นกำเนิดของหลักการเก็งกาไร “ตามแนวโน้ม” โดย Stig Ostgaard หน้าที่ 22

แนวโน้มที่เกิดขึ้นในขณะนั้น และสิ่งที่ผมจดบันทึกเอาไว้ได้บ่งชี้ให้ผมทาเช่นนั้น” โดยเราจะสังเกตุได้ว่า คาว่า “ตาม” นั้น ได้ถูกนามาใช้เนื่องจากความจาเป็น ในการที่จะเน้นยาถึงแนวคิดในการกระทา “ตามแนวโน้ม” ในความหมายของการทาอย่างต่อเนื่องหรือการทาซ้าๆนั่นเอง
แก่นของปรัชญาการเก็งกาไรของ Livermore นั้น อยู่ในสิ่งที่เขาเรียกว่า “จุดหมุน” (Pivotal Points) ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับสิ่งที่ทฤษฏีดาว ได้ระบุว่ามันคือจุดสูงสุดและจุดต่าสุดที่มีนัยสาคัญ หรือสิ่งที่ Edward และ Magee ได้เรียกว่า “จุดฐาน” (Basing Points) โดยที่สัญญาณการซื้อ-ขายนั้น จะเกิดขึ้นเมื่อพวกมันถูกละเมิดข้ามไปอย่างมีนัยสาคัญนั่นเอง (ตัวอย่างเช่น หากว่าราคาหุ้นอยู่ที่ $30 เราอาจเผื่อระยะไว้ประมาณ $3 หรือ $6 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาถึงสภาพตลาดในขณะนั้น)
ดังนั้น เมื่อวิเคราะห์ให้ลึกลงไป เราจะพบว่า สูตรของ Livermore นั้น อาจไม่สามารถเรียกมันได้ว่า เป็นระบบการเข้าซื้อ-ขายแบบ “ทะลุแนวรับ-ต้าน” (Breakout System) หรือ “ทะลุเส้นแนวโน้ม” (Trendline System) ได้อย่างชัดเจน มันค่อนข้างจะโน้มเอียงไปในเชิงของกฏในการกรองสัญญาณ (Filter rule) เสียมากกว่า โดยที่ตัวแปรที่นามาใช้จะไม่คงที่ แต่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจจากประสบการณ์ของตัว Livermore เอง ซึ่งในปัจจุบัน นี่คือสิ่งเราสามารถที่จะทาการทดสอบ เพื่อหาถึงตัวแปรที่ดีที่สุดออกมาได้อย่างง่ายดายโดยการใช้คอมพิวเตอร์นั่นเอง
แน่นอนว่าแนวทางและวิธีการของ Livermore นั้นย่อมต้องมีข้อดีในตัวมันเองอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ตัวของ Livermore นั้นไม่ใช่นักอ่านกราฟ โดยเขาได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า “โดยส่วนตัวแล้ว กราฟไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจสาหรับผมเลย ผมคิดว่าพวกมันดูสับสนเกินไปสาหรับผม” และนี่เป็นสิ่งที่อาจทาให้ใครหลายๆคนไม่เห็นด้วย เพราะมันดูจะง่ายกว่า ในการที่จะใช้กราฟในการวิเคราะห์เพื่อระบุถึงสิ่งต่างๆที่เขาได้กล่าวเอาไว้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘