ต้นกำเนิดของหลักการเก็งกาไร “ตามแนวโน้ม” โดย Stig Ostgaard หน้าที่ 16

“จงทาการซื้อ เมื่อราคาเคลื่อนไหวทะลุขึ้นไปมากกว่าจุดสูงสุดเดิม และจงทาการขาย เมื่อราคาเคลื่อนไหวทะลุลงไปต่ากว่าจุดต่าสุดเดิม”
แน่นอนว่ายังมีกฏและรายละเอียดปลีกย่อยอีกบางส่วน เกี่ยวกับปริมาณการซื้อขายและสัญญาณการยืนยันแนวโน้ม แต่หากมองไปที่แก่น หรือกระดูกสันหลังของมันแล้ว ประโยคข้างต้นก็ถือว่าเพียงพอในการที่จะนาไปใช้ในเบื้องต้นแล้ว (คุณควรทราบด้วยว่า หลักการนี้สามารถที่จะนาไปประยุกต์ใช้ กับการเก็งกาไรในตราสารต่างๆได้อย่างไม่จากัด รวมไปถึงการใช้มันกับเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เช่นกัน)
สาหรับทฤษฏีดาวนั้น ตัวผมเองเชื่อว่า มันคือทฤษฏีที่แสดงออกถึงลักษณะของการใช้หลักการกระทา “ตามแนวโน้ม” อย่างเป็นระบบในยุคปัจจุบันเป็นครั้งแรก ตราบเท่าที่เราสามารถที่จะระบุได้ว่า อะไรคือสิ่งที่เราเรียกมันว่าจุดสูงสุด หรือจุดต่าสุดที่มีนัยสาคัญออกมาได้อย่างชัดเจน (สัญญาณการเข้าซื้อ และการขายออกมาตามแนวโน้มที่เกิดขึ้น) นอกจากนี้ เรายังสามารถที่จะนาแนวคิดของมัน ยังสามารถนามาประยุกต์ใช้ได้อย่างยืดหยุ่นอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถเลือกใช้ระดับของการทะลุแนวรับ-ต้านที่มีนัยสาคัญแตกต่างกันไป หรือเราอาจนามันมาใช้กับเส้นค่าเฉลี่ยก็ได้เช่นกัน อันที่จริงแล้ว เราสามารถที่พูดได้ว่า ทฤษฏีดาวนั้น ก็คือต้นกาเนิดของแนวทางการเก็งกาไร “ตามแนวโน้ม” นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น เรายังอาจที่จะสามารถพูดได้ว่า แนวทางต่างๆที่เกิดขึ้นมาในยุคต่อๆมานั้น ก็คือการนาแก่นของทฤษฏีดาวมาพัฒนาและปรับปรุงต่อยอดออกมานั่นเอง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘