Kelly Formula สูตรของเคลลี่ในการเล่นหุ้น

สูตรของเคลลี่ Kelly Formula โดย Michael Covel
หากว่าคุณกำลังสงสัยว่าคุณจะรู้ได้อย่างไร ว่าคุณควรที่จะกำหนดความเสี่ยงทั้งหมดในการซื้อขายหุ้นครั้งละเท่าไหร่แล้ว ล่ะก็ เราอาจนำสูตรของเคลลี่มาใช้เพื่อช่วยหา “ขนาดการลงทุน” ที่เหมาะสมออกมาได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้ คุณควรคำนึงถึงว่าเป้าหมายการลงทุนของคุณนั้น สนใจที่จะสร้างการเติบโตของเงินทุนให้มากที่สุด โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นๆลดน้อยลงไปตามลำดับครับ

กฏพื้นฐานของการลงทุนนั้นก็คือ กฏของความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
Peter Bernstein
อะไรคือสิ่งที่การบริหารเงินทุน (Money Management) และอัตราการส่งผ่านข้อมูลตามสายโทรศัพท์ (Data Transmission) มีส่วนคล้ายคลึงร่วมกันน่ะหรือ? … ความไม่แน่นอนยังไงล่ะ!
ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการส่งผ่านข้อมูลนั้น มีความเหมือนกับปัญหาที่เหล่านักพนันหรือนักเก็งกำไรต้องเจอเป็นประจำอย่าง มาก ในการที่จะต้องทำการตัดสินใจว่า มันควรใช้เงินจำนวนมากเท่าไหร่ในการเก็งกำไรแต่ละครั้งจึงจะเกิดความเหมาะสม ที่สุด และเชื่อหรือไม่ว่า แนวคิดของการหาจำนวนเงินเดิมพันที่เหมาะสมในการเก็งกำไรแต่ละครั้งนั้น มีความเกี่ยวพันธ์กับงานวิจัยของวิศวะกรในห้องแลบของเบล (Bell Labs) ย้อนกลับไปหลายทศวรรษเลยทีเดียว โดยที่ในปีค.ศ. 1956 นั้น J. L. Kelly ได้ทำการเผยแพร่งานวิจัยของเขาในขณะที่ทำงานอยู่ในห้องแลบของเบลเอาไว้ โดยที่การวิจัยชิ้นนี้ต้องการที่มองหาหนทางในการแก้ปัญหาซึ่งเกี่ยวข้องกับ สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นในสายโทรศัพท์ ซึ่งมีความไม่แน่นอนและคาดเดาได้ยากเป็นอย่างมากนั่นเอง
สูตรที่เคลลี่ค้นพบนั้น ในเวลาต่อมามันถูกเรียกอย่างง่ายๆว่า Kelly Formula และมันก็ได้กลายเป็นสิ่งที่จุดประกายความคิดให้กับบรรดาสุดยอดนักเก็งกำไร ตามแนวโน้ม หรือนักเก็งกำไรตามระบบทั้งหลายตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยที่พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากห้องแลบของเบล ในการที่จะพัฒนาระบบในการที่จะตัดสินใจหาขนาดของการเดิมพันที่เหมาะสมในแต่ ละครั้งขึ้นมา (หรือเรียกอีกอย่างว่าหลักการบริหารเงินทุน Money Management นั่นเอง)
Kelly Formula สูตรของเคลลี่
สูตรของเคลลี่คืออะไรอย่างนั้นหรือ? มันก็คือสูตรในการที่จะใช้คำนวนหาขนาดของเงินเดิมพันในแต่ละครั้งนั่นเอง โดยมันมีพื้นฐานมาจากสมมุติฐานที่ว่า สิ่งที่คุณต้องการในการลงทุน ก็คือการเติบโตของเงินทุนในระยะยาวนั่นเอง แต่นี่อาจเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของการนำหลักการบริหารเงินทุนมาชนิดนี้มาใช้ เพราะมันก็เหมือนกับปัญหาในการที่เราจะต้องเลือกระหว่างการลงทุนในหุ้นเติบ โต หรือจะเลือกลงทุนในหุ้นปันผลแทน โดยที่หุ้นเติบโตนั้น มีแนวโน้มที่จะมีความผันผวนที่มากกว่า แต่ในระยะยาวแล้วมันมักที่จะให้ผลตอบแทนที่มากกว่าหุ้นปันผล เหตุผลก็เนื่องมาจากว่าผลตอบแทนที่เกิดขึ้นในหุ้นเติบโตนั้น จะถูกนำไปลงทุนต่อ (Reinvest) แทนที่จะถูกแจกจ่ายออกไป และการนำผลตอบแทนไปลงทุนต่อเนื่องนั้น ก็ถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องถูกนำไปคำนวนเช่นเดียวกัน นั่นจึงทำให้หุ้นปันผลมักที่จะมีความผันผวนที่น้อยกว่าหุ้นเติบโต แต่จะถูกลดหลั่นโดยการที่มันให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่ามากๆในระยะยาวนั่นเอง และสำหรับสูตรของเคลลี่แล้ว มันก็ถูกนำมาใช้เพื่อจุดประสงค์ในการเติบโตของเงินทุนให้สูงที่สุดเช่นกัน มันเป็นการนำผลกำไรที่ได้กลับมาลงทุนและรับความเสี่ยงอีกครั้ง (ในอัตราร้อยละของเงินทุนก้อนใหม่ล่าสุด) ซึ่ง หากว่าเป้าหมายการลงทุนของคุณนั้นค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยมและต้องการความแน่ นอน บางทีแล้ว มันอาจจะเป็นการดุดันเกินไปในการที่คุณจะใช้สูตรชนิดนี้ก็ได้
สูตรของเคลลี่นั้นก็คือ : Kelly% = W-(1-W)/R โดยที่
Kelly% = สัดส่วนร้อยละของเงินทุนที่เหมาะสม ในการที่จะเดิมพันในแต่ละครั้ง
W = อัตราส่วนร้อยละของการเทรดซึ่งเกิดเป็นกำไรขึ้น (ความแม่นยำคิดเป็นเปอร์เซนต์)
R = อัตราส่วนระหว่างขนาดของกำไรโดยเฉลี่ย/ขนาดของการขาดทุนโดยเฉลี่ย
สูตรของเคลลี่ในการเล่นหุ้น 2
ยกตัวอย่างเช่น
หากคุณมีค่า W (ความแม่นยำ) อยู่ที่ 30% โดยมีค่า R (อัตราต่อรอง) อยู่ที่ 5:1 คุณควรที่จะกำหนดความเสี่ยงหรือเงินเดิมพันที่คุณยอมจะสูญเสียได้ในแต่ละ ครั้งเท่ากับ
Kelly % = 0.3 – (1- 0.3)/5
= 0.3 – 0.14
= 0.16 หรือคิดเป็นร้อยละ 16 ของเงินทุน (16%) นั่นเอง
อย่างไรก็ตามนี่อาจเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิด Drawdown อย่างมากจนคุณอาจทนไม่ไหว คุณจึงอาจที่จะกระจายการลงทุนออกไปในหุ้นหลายๆตัว โดยมีค่าความเสี่ยงสูงที่สุดไม่เกิน 16% ในเวลาเดียวกันนั่นเอง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘