0362: ระวังขาดทุน ถ้าไม่ได้อ่าน

ทำไมเจ้าเพื่อนขี้บ่นถึงไม่ยอมเปลี่ยนงาน ?? ทำไมคุณถึงต้องการตู้เย็นมากกว่าหนึ่งตู้ ??
ทำไมถึงไม่มีใครหันไปใช้เอ็นจีวี ??
ทำไมคนรับใช้ในกรุงเทพจึงหายาก ??
ทำไมน้ำราคาถูกจัง ??
ทำไมลองกองจึงต้องแพงกว่าลางสาด ??
ทำไมจึงมีร้านเปิดใหม่ตลอดที่สยามสแควร์ ??
ฯลฯ
เป็นคำถามที่ นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ ผู้เขียนหนังสือ เอาตัวรอดด้วยทฤษฎีเกมได้พาคุณไปหาคำตอบเพื่อเข้าใจเศรษฐศาสตร์มากขึ้น ผ่านผลงานหนังสือเล่มล่าสุดของเขา เศรษฐศาสตร์ในกรุงเทพมหานคร

สิ่ง ที่นรินทร์ทำได้น่าสนใจกว่าการตั้งคำถาม คือการตอบคำถามนี้ด้วยหลักคิดและชุดคำอธิบายพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ ซึ่งวางอยู่บนกฎเหล็กสำคัญของการที่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการกระทำ เหตุผลการตัดสินใจ ผลจากการกระทำ ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ จะต้องประเมินค่าได้ และโดยเนียนๆไปเราอาจไม่เคยรู้เลยว่าสิ่งที่เรา “คิด” และให้ “ค่า” ที่วัดได้นับได้นั้นเป็นการสร้างวิธีคิดทางเศรษฐศาสตร์
วิธีคิด 7 ประการที่ทำให้คุณเป็นนักเศรษฐศาสตร์
ประการแรก ต้องเข้าใจก่อนว่า “มนุษย์เป็นสัตว์ช่างเลือก” (Humans are rational) “เราเลือกอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่าทุกสิ่งที่เราเลือกเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวเรา”
ประการที่สอง ปริมาณที่ต้องการซื้อ “ยืดได้หดได้ และต้องเข้าใจด้วยว่า ปริมาณที่ต้องการซื้อของคนๆนั้นไม่ได้เท่า กับความต้องการที่คนๆนั้นมี และในทางเศรษฐศาสตร์ปริมาณที่ต้องการซื้อมีความหมายมากกว่าความต้องการ ทำนองเดียวกับที่ความต้องการซื้อตู้เย็นเครื่องที่สองและสามจะเกิดขึ้นตาม เงื่อนไขราคาขายของตู้เย็น
ประการที่สาม ของทุกอย่างมีสิ่งทดแทนเสมอ และไม่มีอะไรเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่มีอะไรมาทดแทนได้ แม้แต่น้ำมันที่เรากลัวกันนักหนาว่าจะหมดจากโลกในสักวัน
ประการที่สี่ ค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) คือต้นทุนที่แท้จริง และค่าเสียโอกาสหมายถึง สิ่งที่เราจะเสียไปจากการเลือกทำสิ่งหนึ่งแทนอีกสิ่งหนึ่ง เช่น ถ้านาย แพทย์คนหนึ่งไปยืนต่อแถวซื้อโรตีบอย เป็นระยะเวลานานหนึ่งชั่วโมงแทนการไปตรวจรักษาคนไข้ ในขณะที่หนึ่งชั่วโมงในการตรวจรักษาคนไข้ในคลีนิกเอกชนสามารถทำรายได้ให้แพทย์ท่านนั้นอย่างต่ำ 1,000 บาท และหากแพทย์ผู้นั้นใช้ค่าจ้าง 100 บาท ให้คนอื่นไปต่อแถวรอซื้อให้แทน ก็จะเห็นว่าต้นทุนที่แท้จริงของนายแพทย์ท่านนี้ในการยืนต่อแถวซื้อโรตีบอยเท่ากับ 900 บาท
ประการที่ห้า คุณค่าแท้จริงคือคุณค่าส่วนเพิ่มเท่านั้น เพราะของหนึ่งหน่วยเหมือนกัน อาจมีคุณค่าไม่เท่า กัน เช่น เรามักรู้สึกเสมอว่าข้าวจานแรกอร่อยกว่า จานที่สองหรือสาม ในขณะที่เราก็จะรู้สึกด้วยว่าข้าวจานที่สองหรือสามมีปริมาณมากกว่าจานแรก ทั้งที่โดยความเป็นจริงแล้ว ทั้งจานที่หนึ่ง ที่สอง หรือที่สามนั้นมีปริมาณเท่ากัน และปรุงมาในคราวเดียวกัน
ประการที่หก ต้นทุนจมไม่มีผลต่อทางเลือก เพราะคุณได้เลือกไปแล้วก่อนมันที่จะกลายเป็นต้นทุนจม และเพราะต้นทุนจมคือต้นทุนใดๆ ที่คุณไม่สามารถเรียกมันกลับคืนมาได้อีก สินทรัพย์ที่คุณตัดสินใจซื้อไปแล้ว จะมีต้นทุนจมเท่ากับราคาที่คุณซื้อมาและราคาที่ขายไป
และประการที่เจ็ด การแข่งขันทำให้เกิดประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเป้าหมายในวิถีของเศรษฐศาสตร์แนวทุนนืยมเสรี ที่มีเป้าหมายขจัดอุปสรรคของการแข่งขันเพราะเชื่อว่าหากปล่อยให้เกิดการแข่ง ขันเสรี กลไกตลาดจะทำหน้าที่ให้เกิดสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุด (Maximize net benefits) ตามกฎของจุดดุลยภาพที่เส้นอุปสงค์อุปทานตัดกันพอดี
คราวนี้ลองนำวิธีคิดเหล่านี้ มาตอบบางคำถามที่แสดงไว้ในตอนต้นของบทความนี้ดู
อย่างในคำถามแรก ทำไมเจ้าเพื่อนขี้บ่นถึงไม่ยอมเปลี่ยนงาน ผู้เขียนมองว่า “มนุษย์เป็นสัตว์ช่างเลือก” มนุษย์ก็จะไม่มอง เพียงแค่คุณค่าของทางเลือกแต่ละทางเพียงอย่างเดียว ทางเลือกทุกทางย่อมมีต้นทุนของการเลือกอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้นมนุษย์ก็จะพิจารณาถึงคุณค่าและต้นทุนของแต่ละทางเลือกประกอบกัน ทางเลือกที่ดีที่สุดคือทางเลือกที่มีผลต่างระหว่างคุณค่ากับต้นทุนของทาง เลือกนั้นสูงที่สุด คือ มนุษย์ชอบทางเลือกที่ “คุ้ม” ที่สุดมากกว่าทางเลือกที่ “เลิศ” ที่สุดแต่ไม่คุ้ม
หรือ อย่างคำถามว่า ทำไมคนรับใช้ในกรุงเทพถึงหายาก ผู้เขียนก็มองในเรื่อง “ค่าเสียโอกาส” ซึ่งจากการที่คนเหล่านี้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพมากขึ้นเพราะมีโรงงานที่ มีความต้องการแรงงานจำนวนมากผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทางเลือกที่มีมากขึ้นได้ทำให้คนรับใช้เหล่านี้มีค่าเสียโอกาสที่สูงขึ้น แต่บรรดาเจ้าของบ้านในกรุงเทพมหานครต่างหากที่ไม่ทันได้ทันสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ จึงไม่ยินดีที่จะจ่ายเงินเดือนคนรับใช้ในอัตราที่สูงขึ้นกว่าเดิมเพื่อชดเชยค่าเสียโอกาสที่คนรับใช้เหล่านี้ต้องมาทำงาน
นี่คือคำอธิบายอย่างย่อลงมาอีกจากสิ่งที่ผู้เขียนได้ย่อและทำให้เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องง่ายไว้แล้วในหนังสือเล่มบางๆ ที่ยังอัดแน่นไปด้วยการขยายความเข้าใจไปถึงเศรษฐศาสตร์มหภาค ได้อย่างเชื่อมโยงกับสิ่งที่เป็นเศรษฐศาสตร์รอบตัวเรา
เศรษฐศาสตร์ในกรุงเทพมหานครได้ทำหน้าที่ในการอธิบายให้เศรษฐศาสตร์เป็นเรื่องใกล้และง่ายนิดเดียว และหากเติมจินตนาการเข้าไปในการทำความเข้าใจกับนัยยะ ‘….ในกรุงเทพมหานครเราก็จะพบว่านรินทร์ไม่ได้กำลัง พูดถึงแค่ขอบเขตของระบบเศรษฐศาสตร์ของจังหวัดที่เป็นเมืองหลวงของประเทศไทย แต่กำลังใช้แบบจำลองพื้นที่กรุงเทพมหานครเพื่อให้เราเข้าใจเศรษฐศาสตร์ระดับ โลก โดยเริ่มจากจุดเล็กๆที่ตัวเราแต่ละคน
อยากรู้ว่าเป็นยังไง ลองหามาอ่านดูค่ะ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕