จอห์น เนฟฟ์ (JOHN NEFF)

“การ เพิ่มขึ้นของเงินปันผลเป็นผลตอบแทนที่ได้เพิ่ม การได้เพิ่มนี้คือผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับนอกเหนือจากผลตอบแทนที่คาดไว้ แต่แรก……..”
“โอกาสทำกำไรดีๆมักจะเกิดหลังจากการตื่นตระนก(Panic)ของตลาด”
-จอห์น เนฟฟ์ (JOHN NEFF)
ลักษณะงาน ผู้จัดการกองทุน Vanguard Windsor
รูปแบบการลงทุน เน้นหนักไปใน การลงทุนแบบเน้นคุณค่า เน้นการลงทุนในธุรกิจที่ดี มีการเจริญเติบโตต่อเนื่อง ปันผลสูง ขายเมื่อราคาเกินกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น

ประวัติเนฟฟ์ได้ชื่อว่า เป็นมืออาชีพของมืออาชีพทีเดียว ทั้งนี้เพราะผู้จัดการกองทุนหลายคนไว้วางใจให้เขาไปบริหารเพราะเชื่อว่าเขา สามารถบริหารมันได้ดีและปลอดภัย ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะผลงานที่ผ่านมาของเขาตลอด30ปีที่ผ่านมา Windsor Fund สามารถครองอันดับสูงสุดห้าอันดับแรกมาตลอด
เนฟฟ์จบการศึกษาการตลาด อุตสาหกรรม และเข้าศึกษาวิชาการเงินการธนาคารภาคค่ำในปี1954 เขาเริ่มงานเป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์กับ the National City Bank of Cleveland จากนั้นก็ทำงานกับ Wellington Management เขายึดหลักการลงทุนแบบเน้นคุณค่าตามแบบของ Ben Grahamมาโดยตลอด
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เนฟฟ์ ลงทุนอย่างหนักในหุ้นFORDในปี1984 ในขณะที่ทุกคนกลัวว่าบริษัทกำลังจะไปไม่รอด ขณะนั้นP/Eของบริษัทเท่ากับ2.5 เขาซื้อหุ้นFORDในราคา 14เหรียลต่อหุ้น ภายในสามปีราคาหุ้นขึ้นไปสูงถึง 50เหรียลต่อหุ้น ทำผลตอบแทนได้สูงถึง500ล้านเหรียญให้กับกองทุนที่เขาบริหาร
วิธีการและแนวทางการลงทุน เนฟฟ์อธิบายว่าตัวเขาคือ”นักลงทุนที่เน้นในหุ้นที่มีP/Eต่ำ” เขาเข้าซื้อหุ้นที่ราคาถูกเมื่อเทียบกับผลตอบแทนของผลรวมของการเติบโตของราย ได้บวกกับผลตอบแทนจากเงินปันผล เขามักจะเรียกค่านี้ว่า the 'terminal relationship' or, more colloquially หรือ 'what you pay for what you get'. หรือเราสามารถเรียกค่านี้ได้ว่า อัตราส่วน GYP (Growth & Yield:P/E) ratio
GYP (Growth & Yield:P/E) ratio = (Earnings Growth + Dividend Yield) / P/E ratio
เนฟฟ์แนะนำให้เทียบอัตราส่วน GYPบนหุ้นของเราและทั้งPortของเรากับตลาด
ระวังการนำหุ้นใหม่เข้ามาในportแล้วจะทำให้ความน่าสนใจของportลดลง ควรกำหนดราคาที่เราจะเข้าซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำพอเพื่อที่จะทำให้GYPมีค่าที่ ดี ถ้ามีบริษัทให้เลือกสองบริษัท คือบริษัท ก มีการเติบโตของกำไร 14%ไม่มีการจ่ายปันผล แต่บริษัท ข มีการเติบโตของกำไร %จ่ายปันผล7% ให้เลือกบริษัท ข เพราะปันผลจะทำให้ผลตอบแทนมีความแน่นอนขึ้น
เนฟฟ์จะใช้หลักการง่ายๆเพื่อเลือกลงทุน 7 ประการดังนี้
1.อัตราส่วน P/E ต่ำ
2.อัตราการเติบโตของกำไรสูงกว่า 7% ขึ้นไป
3.มีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ และเพิ่มขึ้นตลอด
4.ผลตอบแทนที่ได้รับจะต้องสูงกว่าอัตราส่วน P/E
5.ไม่เป็นธุรกิจที่ขึ้นลงตามรอบที่กำลังจะลง โดยปราศจากการลดลงของอัตราส่วน P/E ที่ต่ำพอจนน่าลงทุน
6. เป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในการสร้างการเติบโต
7. เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งเหมาะกับการลงทุน
ที่มา: John Neff on Investing, J Neff, 1999
ที่ที่ดีที่สุดในการสรรหา หุ้นดีๆคือหุ้นที่กำลังทำจุดต่ำใหม่ ดูว่าที่มันลงนั้นลงเพราะข่าวร้ายหรือไม่ หากเราเห็นว่ามันเป็นบริษัทที่ดีที่บางครั้งราคาตกลง ให้เรานำหลักการทั้ง7ข้อมาประเมิน ถ้าใช่ก็เป็นโอกาสในการลงทุน
อย่าไล่ตามหุ้นที่มีการเติบโตสูงที่หลายคนสนใจ อัตราส่วนP/Eที่สูงขึ้นจะผลักดันให้ราคาหุ้นสูงขึ้นจนถึงระดับที่น่าตกใจ และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้ตัวเอง
มีเหตุผลเบื้องต้น2ประการในการตัดสินใจขายหุ้น 1.พื้นฐานเริ่มเลวลง 2. ราคาขึ้นมาสูงถึงจุดที่ต้องการแล้ว
หลักในการตรวจสอบหุ้นที่ถืออยู่คือการตรวจสอบอัตราการเติบโต ควรจะเป็น5ปีเป็นอย่างน้อย หากว่าอัตราการเติบโตเริ่มถดถอยลงให้รีบขายออก
ให้ความสำคัญกับอัตราส่วนGYPในportของเรามากกว่าของตลาด หากตลาดขึ้นสูงมากจนราคาหุ้นที่ต้องการสูงจนเกินไปก็ควรจะถือเงินสดไว้ ประมาณ20%ของทุนทั้งหมดจนกว่าจะพบโอกาสดีอีกครั้ง
โอกาสทำกำไรดีๆมักจะเกิดหลังจากการตื่นตระนก(Panic)ของตลาด
ประโยคทอง"Absent stunning growth rates, low P/E stocks can capture the wonders of P/E expansion with less risk than skittish growth stocks."
"As a low P/E investor, you have to distinguish misunderstood and overlooked stocks selling at bargain prices from many more stocks with lackluster prospects."
"A dividend increase is one kind of 'free plus'. A free plus is the return investors enjoy over and above initial expectations. One of Ben Franklin's wise observations offers a parallel: 'He who waits upon Fortune is never sure of a dinner.' As I see it, a superior yield at least lets you snack on hors d'oeuvres while waiting for the main meal."
"An awful lot of people keep a stock too long because it gives them warm fuzzies - particularly when a contrarian stance has been vindicated. If they sell it, they lose bragging rights."

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร