แนะนำหนังสือหุ้น : How To Make Money In The Stocks


หนังสือหุ้น How to make money in Stocks
สมัย ที่ผมเริ่มต้นเล่นหุ้นได้ไม่นานนัก การขาดทุน และความสับสนในชีวิตของนักเล่นหุ้นหน้าใหม่ของผมทำให้ผมกลายเป็นคนไร้ที่ยึด เหนี่ยวทางจิตใจเป็นเวลาพอสมควรเลยทีเดียวครับ แต่แล้ววันหนึ่งในขณะที่ผมกำลังเดินเรื่อยเปื่อยตามชั้นหนังสือในร้าน หนังสือนอกแห่งนึง สายตาของผมก็ได้เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง ก็ไม่ทราบเพราะอะไรดลใจเหมือนกันที่ทำให้มันเป็นที่สนใจของผมครับ และเมื่อผมได้หยิบมันขึ้นมาพลิกๆดูสักพักผมก้อต้องประหลาดใจครับ มันดูแล้วเหมือนจะอ่นง่ายมาก แล้วก้อจัดระเบียบหนังสือมาอย่างดีด้วย หึหึ แน่นอนครับ ผมไม่พลาดที่จะเอามันติดมือกลับมาด้วยครับ ใครจะรู้ต่อมามันกลายเป็น หนังสือหุ้นดีๆ ในดวงใจอีกเล่มนึงของผมไปเลยครับ

ผมต้องบอกครับ ว่าผมวางมันไม่ลง …. อาจเนื่องด้วยจากที่ว่าคนเขียนหนังสือเล่มนี้เป็น เซียนหุ้นของตลาดหุ้น Wallstreet ชื่อคุณ William J.O’neil หรือด้วยความที่เขาเป็นผู้ซึ่งก่อตั้งและเจ้าของหนังสือพิมพ์ที่โด่งดัง Investor Business Daily ( IBD ) ทำให้สำนวนการเขียนของเขามันอ่านเพลินรึปล่าวก็ไม่ทราบได้ครับ ผมอ่านวันเดียวจบครับ จริงๆต้องบอกว่าไม่ถึงด้วยซ้ำ อ่านเสร็จแล้วก้อบอกกับตัวเองเลยว่าโชคดีจริงๆที่หยิบเล่มนี้ติดมาด้วย :)
หนังสือหุ้น How to make money in Stocks
หนังสือ เล่มนี้เป็นหนังสือที่ทำให้คนที่ไม่รู้เหนือรู้ไต้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตใน การเริ่มเล่นหุ้นแบบผมในตอนนั้นมีพลังขึ้นมาครับ เหมือนเป็นขอนไม้ให้เกาะลอยคอเลยทีเดียว ! เพราะ เนื่องจากที่ทุกคนที่เล่นหุ้นน่าจะพอเข้าใจอยู่ว่า ความงูๆปลาๆว่าจะเล่นหุ้นยังไงแบบใหน อย่างไรขณะเพิ่งเริ่มเล่นหุ้นมันทำให้เราสับสนจริงๆครับ แต่หลักการในหนังสือเล่นหุ้นเล่มนี้ ผมคงจะเรียกว่ามันเป็นระบบการเล่นหุ้นได้อย่างไม่กลัวที่ะปล่อยไก่ซักเท่า ไหร่ เนื่องจากหนังสือหุ้นเล่มนี้มีครบทั้ง หลักวิธีการเลือกซื้อ-ขายหุ้น, วิธีการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิค หรือแม้กระทั่งการจัดพอร์ทของเราให้เหมาะสมตามสถาณการณ์ครับเรียกได้ว่าเป็น Trading System เลยทีเดียว โดยหลักวิธีการเล่นหุ้นและวิเคราะหู้หุ้นทางเทคนิคที่ว่าก็คือหลัก CANSLIM ที่โด่งดังครับ ย่อมาจาก

หนังสือหุ้น How to make money in Stocks 3
หนึ่งใน Chart Pattern ของ CANSLIM
A = Annual Earnings
N = New High, New Management
S = Supply and Demand
L = Leader or Laggard
I = Institutional
M = Market

โดยการนำตัวค่าตัวแปรต่างของ ผลกำไรรายไตรมาศ, ผลกำไรรายปี, การที่หุ้นเกิดนิวไฮ์และเกิดการบริหารจัดการในรูปแบบใหม่ๆ, หลักของ Supply-Demand จากขนาดของหุ้น, การเป็นหุ้นนำตลาด, สัดส่วนการถือครองของนักลงทุนสถาบัน และสุดท้ายก็คือ สภาพตลาดในขณะนั้นๆ มาคาดคะเน Probability บวกกับการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม ทำให้เรามีแต้มต่อในการเล่นหุ้นเพิ่มขึ้นอีกมากมายครับ
Flash movie
ที่เหลืออยากรู้ว่า จะ Can Slim ? ยังไงต้องลองหามาอ่านดูนะครับเพราะสาธยายไปจะยืดยาวครับ ข้อเสียเพียงประการเดียวของมันที่ผมติดใจก็คงจะเป็นว่า มันต้องนำมาประยุกต์ใช้ในตลาดหุ้นไทยอยู่เหมือนกันครับ เหมือนจะกินมาม่าแต่ต้องเติมหมูเติมไก่ ใส่ไปหน่อยนะครับ สุดท้ายผมได้นำตัวอย่างวิธีการวิเคราะห์หุ้นด้วยระบบ CANSLIM มาแปะไว้ให้ดูนะครับเผื่อจะสนใจกว่าเดิม เจอกันใหม่ที่ แมงเม่าคลับ.คอม ครับผม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

I miss you all กับ I miss all of you ต่างกันอย่างไร