พอร์ตโฟลิโอที่สมบูรณ์แบบของพาไบร

ตามที่บอกว่าพอร์ตโฟลิโอของพาไบรสมบูรณ์แบบนั้นหาใช่เพราะในพอร์ตมีหุ้นอะไร อยู่บ้าง หากแต่น่าจะหมายถึงการจัดเงินลงทุนทั้งหมดไว้ในพอร์ตอย่างไรเสียมากกว่า พาไบรเป็นผู้ร่วมบริหารกองทุนพาไบร(Pabrai Investment Funds)ซึ่งเป็นกองทุนขนาด 500 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากผลงานด้านผลตอบแทนแก่ผู้ร่วมลงทุนในอัตราสูงถึง 29%ต่อปีแล้วพาไบรยังได้ออกแบบพอร์ตการลงทุนด้วยแนวคิดที่ยอดเยี่ยม

ได้ มีการใช้เวลาอย่างมากมายและประมาณไม่ได้เพื่อศึกษาค้นหาว่าหุ้นตัวใดที่น่า ลงทุนบ้าง แต่การใช้เวลาคิดทบทวนว่าราคาควรอยู่ที่เท่าใดนั้นพบว่าใช้กันน้อยมาก โดยปกติการตัดสินใจซื้อหุ้นตัวใดตัวหนึ่งมักอาศัยความเชื่อมั่นของนักลงทุน ต่อหุ้นตัวนั้นๆเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าเป็นบางอย่างที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ข้อเท็จจริงก็คือบางครั้งการตัดสินใจซื้อ ณ ที่ราคาใดราคาหนึ่งก็สามารถส่งผลกระทบต่อพอร์ตโฟลิโอพอๆกับการที่จะเลือก ซื้อตัวไหน ข้อมูลที่บ่งชี้ว่าควรจะเลือกซื้อหุ้นตัวใดนั้นพบมีอยู่ดาษดื่นแต่ข้อมูลที่ บ่งบอกว่าควรซื้อที่ราคาเท่าใดพบมีอยู่น้อยมากๆ

พาไบรจึงได้พัฒนา ทฤษฎีใหม่ที่เรียกว่า"ทฤษฎีพอร์ตโฟลิโอ"เพื่อใช้กำราบความรู้สึกต่างๆอัน ข้องเกี่ยวกับความเชื่อมั่นของตนเองซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ยากที่จะเชื่อถือ วางใจได้นั้น ผมขอเรียกเจ้าพอร์ตเช่นนี้ว่า "พอร์ตโฟลิโอสิบคูณสิบ" โดยเป็นการลงทุนในหุ้น 10 ตัวด้วยการกระจายเงินทุนไว้ในหุ้นแต่ละตัวๆ 10 เปอร์เซนต์ของพอร์ต ตามปกติพาไบรถือหุ้นชนิดต่างๆกันอยู่ระหว่าง 7 ถึง15 ตัว แต่ก็พยายามให้ใกล้เคียงกับเกณฑ์มาตรฐานสิบคูณสิบ กองทุนก็ทำได้ยากเหมือนกันที่จะเกลี่ยกระจายสัดส่วนการลงทุนให้ลงตัวสมบูรณ์ แบบ เพราะหุ้นบางตัวราคาขยับขึ้นไปเรื่อยๆก่อนที่จะซื้อได้ครบตามจำนวนที่ต้อง การ หรือเป็นเพราะหุ้นที่ซื้อไว้แต่เดิมได้มีการขยับของราคาสูงขึ้นไปเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว

พอร์ตโฟลิโอที่จัดสรรแบบสิบคูณสิบยังมีผลกระทบที่ไม่ เด่นชัดมากนักอีกประการ ก็คือ การตั้งเกณฑ์มาตรฐานโดยใช้อัตราส่วนเป็นเปอร์เซนต์นี้จะทำให้มั่นใจได้ว่า นักลงทุนเองต้องมีความมั่นใจสูงมากพอที่จะนำเงินในพอร์ต10%เข้าไปลงทุน ถ้าความมั่นใจยังไม่มากพอเขาก็ไม่ควรที่จะลงทุนเลยแม้แต่น้อย สรุปง่ายๆก็คือ พอร์ตโฟลิโอเช่นนี้ออกแบบมาเพื่อทำให้มั่นใจว่านักลงทุนจะต้องลงทุนในหุ้น ที่ถูกศึกษากลั่นกรองมาและลงความเห็นว่าดีที่สุดเท่านั้น

ก็อย่างที่บัฟเฟตต์พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า:
" เมื่อคิดจะลงทุนก็ให้เสแสร้งว่าในชีวิตนี้คุณมีบัตรที่มีช่องสำหรับตอกเพื่อ การลงทุนแค่ 20 ช่อง และแต่ละครั้งที่คุณตัดสินใจลงทุนก็ให้ตอกบัตร 1 ช่องทุกครั้ง เท่ากับเป็นการสร้างวินัยแก่ตัวคุณเองว่าต้องลงทุนแต่ในหุ้นที่คุณมีความ เชื่อมั่นแบบสุดๆเท่านั้น"

ยิ่งไปกว่านั้นพอร์ตโฟลิโอที่ประกอบไป ด้วยหุ้น 10 ตัวก็ถือได้ว่ามีความกระจุกตัวพอที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนในอัตราที่สูงกว่า ผลตอบแทนของตลาดโดยรวมได้ แต่ก็ไม่ถือว่ากระจุกตัวเกินไปจนถึงขั้นที่ว่าหากเลือกหุ้นผิดตัวเพียงตัว เดียวก็ถึงกับทำให้เกิดความอัปปางของกองทุนทั้งกองได้ พาไบรยอมรับว่าเขารู้ตัวเองดีว่ายังเป็นผู้ตัดสินใจที่ดีไม่เท่าเมื่อเทียบ กับวอร์เร็น บัฟเฟตต์ผู้ซึ่งเมื่อตอนอายุน้อยเขาตัดสินใจลงทุนความมั่งคั่งของเขาเอง เกือบทั้งหมดไว้ในหุ้น GEICO ฉะนั้นถ้าหากพาไบรผิดพลาดกองทุนที่เขาบริหารก็จะยังสามารถทำผลงานได้ดี เขาเองก็ได้เคยผิดพลาดมาแล้วในช่วงระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมาแต่ก็ยังสร้างผล ตอบแทนได้เกือบ 30%ต่อปีหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆแล้ว

พาไบรได้แนะนำ พอร์ตโฟลิโอตัวอย่างไว้เมื่อคราวจัดประชุมผู้ถือหุ้นกองทุนของเขาประจำปี 2005 เขาได้แสดงข้อมูลต่อไปนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าพอร์ตโฟลิโอแบบสิบคูณสิบจะยังคง สร้างผลงานที่ดีแม้จะมีการตัดสินใจผิดพลาดอย่างแรงในหุ้นบางตัว

เงินลงทุน ผลตอบแทน
หุ้นถือครอง 1 $100 $10
หุ้นถือครอง 2 $100 $50
หุ้นถือครอง 3 $100 $100
หุ้นถือครอง 4 $100 $100
หุ้นถือครอง 5 $100 $180
หุ้นถือครอง 6 $100 $180
หุ้นถือครอง 7 $100 $180
หุ้นถือครอง 8 $100 $200
หุ้นถือครอง 9 $100 $200
หุ้นถือครอง 10 $100 $300

รวม $1000 $1500

เขา ยังได้อธิบายต่อไปอีกว่า ถ้าหากผลตอบแทนข้างต้นต้องอาศัยเวลานาน 3 ปีเพื่อบรรลุผลก็เท่ากับว่ากองทุนดังกล่าวสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีใน อัตรา14.5% หากว่าใช้เวลาเพียง 2 ปีเพื่อให้บรรลุผลตอบแทนระดับนี้ก็เท่ากับว่ากองทุนให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 22.5%ต่อปี และถ้าใช้เวลาแค่เพียงปีเดียวก็เท่ากับว่าผลตอบแทนที่ได้ คือ 50%

แนวคิดอีกประการของพาไบร ก็คือ "ฐานพักเงินช่วยคราว" (Placeholder) โดยความเป็นจริงแล้วเขาเชื่อว่าการปล่อยให้เงินอยู่ในธนาคารเฉยๆมีความ เสี่ยงเพราะมีความเป็นไปได้ที่มูลค่าเงินดอลล่าร์จะลดลง หากมองในแง่เศรษฐศาสตร์บอกได้เลยว่าเป็นความจริง เพื่อขจัดความเสี่ยงนี้ออกไปพาไบรเชื่อว่าเราควรนำเงินสดไปลงทุนในที่ๆบาง แห่งที่ปลอดภัยและสร้างมูลค่าของผลตอบแทนในระดับที่สูงพอ ปัจจุบันเขาก็อาศัย Berksire Hathaway เป็น"ฐานพักเงินชั่วคราว" โดยรอจนกว่าเขาจะค้นหาพบหุ้นที่มีราคาที่ถูกกว่า การนำเงินไปไว้ในมือของนักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกดูเหมือนว่าเป็นแนว ความคิดที่ดีกว่าปล่อยเงินไว้ในธนาคาร

ผลตอบแทนจากการใช้ฐานพักเงิน ชั่วคราวในอดีตเทียบเป็นอัตราต่อปีอยู่ที่ราว116% ในช่วงกลางเดือนตุลาคม ปี 2004 ขณะที่ราคาน้ำมันอยู่ที่ 40 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล พาไบรได้เริ่มเข้าซื้อหุ้น Canadian Oil Sands ซี่งบริษัทนี้ถือหุ้น Syncrude อยู่ 35% ราคาหุ้นยังคงต่ำกว่ามูลค่าแท้จริงเกินกว่า 25%เมื่อเทียบกับราคาน้ำมันในขณะนั้น และก็ปรากฏว่ามีการประเมินค่าบริษัทไว้ ณ ราคาที่ราวกับว่าราคาน้ำมันจะไม่มีทางขยับขึ้นอีกเลย โดยความเป็นจริงแล้วพาไบรจึงตัดสินใจถอนเงินสดออกมาและซื้อน้ำมันมันดิบ สำรองแทน ณ ราคา 30 ดอลล่าร์ ทั้งนี้เขาเชื่อว่านี่"เป็นวิธีการป้องกันความเสี่ยงต่อการลดลงของมูลค่า เงินดอลล่าร์ด้วยสินค้าประเภทคอมมอดิตี้ที่ได้ผล"

เขาเริ่มซื้อหุ้น ณ ราคา 48 ดอลล่าร์ 81 เซนต์ ตลอดช่วงเวลาเฉลี่ย 14 เดือนพาไบรได้รับผลตอบแทน 145%

วิธี การที่มีเหตุผลของเขาช่างง่ายดายและน่าประทับใจ ถ้าราคาน้ำมันไม่ขยับขึ้นเลยพาไบรก็ยังได้รับเงินปันผลจากกิจการซึ่งก็ถือ ว่าไม่เลว กรณีถ้าราคาขยับขึ้นไปที่ 40 หรือ 50 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล ก็เท่ากับว่าเขาประสบผลสำเร็จอย่างมาก ดังที่ทราบกันปรากฏว่าราคาน้ำมันได้ไต่ระดับขึ้นไปถึงราว 60 ดอลล่าร์และพาไบรได้เริ่มทยอยขายออกมา เขาได้ลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อยและมีคนเทขายออกมา ณ ราคาที่มีส่วนลดมากๆแล้ว และก็มีตัวเร่งที่จะทำให้ราคาสูงขึ้นในอนาคต พาไบรรู้ดีว่าดอลล่าร์น่าจะมีมูลค่าลดลงในช่วงเวลาต่อจากนั้นไปและเขาได้ พัฒนาแนวความคิดในอันที่จะปกป้องกองทุนของเขาจากความเสี่ยง เขาได้เลือกที่จะซื้อคอมมอดิตี้หรือบริษัทต่างๆที่มีความปลอดภัยเพื่อคอย ดูแลเงินสดของเขาที่ได้ผลดีกว่า

โดยความเป็นจริงแล้วข้อสุดท้ายของ พอร์ตโฟลิโอของพาไบรก็คือ แนวคิดข้อแรกที่เขาพูดถึงเมื่อทำการศึกษาค้นคว้าการลงทุนและมีความเหมาะเจาะ เฉพาะกับกองทุนเพื่อการลงทุนพาไบรได้เป็นอย่างดี

ในบทความที่ตีพิมพ์ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2004 พาไบรได้อธิบายสิ่งที่เขาตั้งชื่อว่า "ปัจจัย เยลโลว์สโตน" โดยเขาอธิบายว่าจริงๆแล้วสวนสาธารณะแห่งชาติเยลโลว์ศโตนก็คือภูเขาไฟขนาด มหึมานั่นเอง ซึ่งหากอ้างอิงตามสถิติแล้วจะมีการปะทุระเบิดขึ้นทุกๆ 6 แสนปีต่อครั้ง ซึ่งความรุนแรงของการระเบิดนี้สูงมากพอที่จะทำลายล้างชีวิตมนุษย์ทั้งหมดได้ ในอาณาบริเวณ 700 ไมล์ และก็ปรากฏว่าเวลาผ่านมา 6 แสน 3 หมื่นปีแล้วนับจากการปะทุระเบิดครั้งที่แล้วก็ยังไม่มีการปะทุระเบิดขึ้นเลย จนถึงขณะนี้

ดังนั้นพาไบรจึงอธิบายว่า ไม่ว่าความเป็นได้ของการที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจะมีอยู่เพียงระดับน้อย นิดเพียงใดก็ตาม ก็จำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงความเสี่ยงเสมอ เขาชี้แนะต่อไปอีกว่าในโลกนี้ไม่มีธุรกิจใดที่ปลอดจากความเสี่ยงอย่างสิ้น เชิง เท่ากับว่ามีเยลโลว์สโตนอยู่เสมอ

ก่อนที่พาไบรลงทุนอะไรก็ตาม เขาจะให้ความสนใจอย่างจดจ่อต่อปัจจัยต่างๆที่สามารถทำให้การลงทุนต้องประสบ กับความสูญเสียของเงินต้นที่นำเข้าไปลงทุนอย่างมีนัยสำคัญเป็นอันดับแรกเสีย ก่อน เขาเชื่อว่าการประมาณการอย่างง่ายๆหรือการทำบัญชีบนหลังซองจดหมายเป็นสิ่ง ที่จำเป็นต้องทำ ความเป็นไปได้ของความเสี่ยงอื่นๆทำนองเดียวกันก็สามารถนำมาพิจารณาประกอบ ร่วมด้วยเช่นกัน เช่น การตกแต่งและช่อฉนทางบัญชี

ขณะที่ความเหมือน กันของการปะทุระเบิดของเยลโลว์สโตนเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ข้อมูลนี้ถือได้ว่ามีความสำคัญยิ่ง ให้พิจารณาถึงความเสี่ยงต่างๆทั้งหลายที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นและ ต้องคำนึงถึงความน่าจะเป็นที่จะมีเหตุการณ์นั้นๆเกิดขึ้น

เพื่อเป็น การลดความเสี่ยงให้มากสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ พาไบรต้องมั่นใจว่าเขาลงทุนโดยทำให้มีการซ้ำซ้อนกันของธุรกิจน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น โดยปกติเขาจะถือหุ้นในอุตสาหกรรมน้ำมันเพียงบริษัทเดียว เขาสามารถลดความเสี่ยงโดยเฉพาะของอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิผลโดยแยกการ ถือครองหุ้นของเขาออกมาต่างหาก

พาไบรได้สร้างพอร์ตโฟลิโออย่างง่ายๆ โดยอาศัยแนวความคิดแบบตรงไปตรงมา เขาได้ขัดเกลาแนวคิดต่างๆของบัฟเฟตต์ให้เป็นกฎต่างๆที่สามารถทำตามได้อย่าง ง่ายๆ พาไบรได้พัฒนาออกแบบพอร์ตโฟลิโอที่จะช่วยปรับปรุงผลงานการลงทุนของนักลงทุน ได้อย่างแน่นอน ซึ่งประกอบด้วย การจำกัดการถือครองหุ้นเพียงไม่กี่บริษัท ป้องกันความเสี่ยงต่อการลดค่าของดอลล่าร์ และประเมินถึงการความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕