กลไกสู่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ตอนที่ 5: บทสรุป และ The Investment Clock


ที่มา http://www.heraldsun.com.au

ภาพนี้เป็น Investment Clock ที่กล่าวถึง “วัฎจักรการลงทุน” ซึ่งเชื่อมโยงกับ “วัฎจักรเศรษฐกิจ” อันประกอบด้วยช่วงหลักๆคือ

1) ช่วงขยายตัว 6-12 (Recovery ไป Boom) และ
2) ช่วงหดตัว 12-6 (Slow down ไป Recession)


ตั้งแต่โลกของเรามีเศรษฐกิจตลาดเสรี (Free Market Economics) ที่ถูกนิยามโดย Adam Smith (1723-1790) เป็นต้นมา ระบบเศรษฐกิจทั่วโลกต่างก็ผ่านวัฎจักรดังกล่าวมาตลอด โดยแต่ละวัฎจักรจะกินเวลา 5-10 ปี แต่บางประเทศอย่างเช่นญี่ปุ่นอาจใช้เวลานานกว่า 20 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุและกลไกในการเกิดวัฎจักรแต่ละรอบ

จนมาถึงวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีที่ แล้ว(2008) หากเราติดตามข่าวสารตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือสื่อต่างๆ เช่น CNN, CNBC จะเห็นเป็นอย่างดีว่าระบบเศรษฐกิจทั่วโลกได้ผ่านช่วงหดและขยายตัวเหมือนกับ วัฎจักรก่อนๆ โดยผมนับแล้วจาก เที่ยงตรง มาถึง 5 ทุ่ม บน Investment Clock ใช้เวลาประมาณ 8 ปีกว่าๆ


มาดูว่าผมพูดถึงอะไรกันครับ…

12:00 หรือ เที่ยงตรง Investment Clock บอกว่า Rising real estate values ซึ่งก็คือการปรับขึ้นของราคาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเริ่มในสหรัฐฯ ในราวปี 2001 (โปรดอ่านตอนที่ 2 U.S. Housing Bubble) จากนั้นไปที่


1:00 Rising interest rates ซึ่งก็คือการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วง 2005-2007 (ตอนที่ 1 Fed Fund Rate และ ตอนที่ 2)


2:00 Falling share prices ที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปีที่แล้วต่อมาถึงต้นปีนี้


3:00 Falling commodities price -> ราคาน้ำมันลงจากจุดสูงสุด 140 เหรียญ ต่อ บาร์เรลในเดือนกรกฎาคม 2008 ไปที่ 30 กว่าเหรียญในเดือนธันวาคม


5:00 Tighter money ระบบเครดิตและสถาบันการเงินหยุดชะงักในปลายปี 2008 (ตอนที่ 4 ความล้มเหลวของระบบการเงินสหรัฐฯ)


6:00 Falling real estate value -> จริงๆ เริ่มลงมาตั้งแต่แถวๆ บ่าย 2-3 แล้ว


6 ชั่วโมงบน Investment Clock ที่ผ่านมาคือ สรุปกลไกสู่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่ผมเล่าให้ฟังมาทั้ง 4 ตอน


จาก 6 โมง ไปถึง 5 ทุ่ม นี่สิครับ เป็นอะไรที่วงการการเงินและการลงทุนทั่วโลกต้องจดจำไปอีกนาน (ไม่ใช่ว่าช่วงก่อนหน้าที่เศรษฐกิจและตลาดทุนโลกผ่านการหดตัวที่รุนแรงและ เจ็บปวดไม่น่าจดจำนะครับ) เนื่องจากการ “ทุ่ม” ออกนโยบายการเงินการคลังของรัฐบาลและธนาคารกลางต่างๆทั่วโลกเพื่อปั๊มหัวใจให้เศรษฐกิจโลก (อันนี้แทนโดย 7:00 Falling interest rates (ตอนที่ 1)) ส่งผลให้สภาพคล่องกลับมาท่วมตลาดเงินและตลาดทุนอย่างมหาศาลอีกครั้งในเวลาอันรวดเร็วทำให้เกิด...


8:00 Rising share prices -> ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับขึ้นเฉลี่ย 60-70% ตั้งแต่ต้นปี 2009 ถึงปัจจุบัน


9:00 Rising commodities prices -> น้ำมันขึ้นมาเกือบ 80 เหรียญต่อบาร์เรล ณ เวลาที่เขียนอยู่นี้


11:00 Easier money -> เงินทุนเริ่มหมุนเวียนง่ายขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่แล้ว


ตอนหน้าจะพูดถึงการประยุกต์ Investment Clock ในการวางกลยุทธ์ลงทุนที่เหมาะสมกับปัจจัยและเวลาต่างๆ ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘