ทำไมคนส่วนใหญ่จึงคิดสั้นเวลาจัดพอร์ตลงทุน? (ตอนที่ 2)

กราฟแสดงสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสมสำหรับช่วงอายุ 20-80 ปี

เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วผมได้ไปเข้าอบรมหลักสูตร “ทบทวนความรู้ด้านกฎหมายและจรรยาบรรณผู้จัดการกองทุน” ที่ จัดขึ้นเป็นประจำโดยสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (AIMC) สำหรับผู้ที่ต้องการดำรงสถานภาพการเป็นผู้จัดการกองทุนเข้าอบรมทุกๆ 2 ปี    จึงอยากนำข้อความในสไลด์ที่อาจารย์ ดร. สันติ กีระนันท์ หนึ่งในวิทยากรผู้อบรมใช้ประกอบการสอนมาแบ่งปัน โดยคิดว่าน่าจะอธิบายหลักคิดของบทความตอนนี้ได้อย่างดี…

“1. บุคคลกับการลงทุน
1.1 คนปรกติบริหารการบริโภคของตนเองด้วยการจัดสรร wealth ของตนเองเพื่อการบริโภคในปัจจุบัน (Current Consumption) และการบริโภคในอนาคต (Future Consumption) โดยการจัดสรรนั้นมีความแตกต่างไปตามลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลเพื่อให้ บรรลุความพึงพอใจสูงสุด (Utility Maximization)
1.2 เพื่อบริโภคในอนาคตก็ต้องมีการลงทุนหรือการออมดังนั้นการลงทุน คือ การเลื่อนอำนาจการบริโภคที่มีในปัจจุบันไปเป็นอำนาจการบริโภคในอนาคต


2. ปัจจัยที่นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจ
2.1 นักลงทุนไม่ชอบความเสี่ยง (ความไม่แน่นอน)
2.2 นักลงทุนชอบผลตอบแทน (การเติบโตขึ้นของ Wealth)
2.3 ความพึงพอใจสูงสุดที่นักลงทุนจะได้รับจากการลงทุนเมื่อระดับของความเสี่ยงต่ำสุดและคาดหวังผลตอบแทนสูงสุด
2.4 อย่างไรก็ดี ทางเลือกในการลงทุนทั่วไปนั้น ถ้าหากมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นนักลงทุนก็จะเรียกร้องผลตอบแทนสูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยง แต่ถ้าทางเลือกในการลงทุนมีความเสี่ยงน้อยลงนักลงทุนก็เรียกผลตอบแทนน้อยลง ด้วย… ”


สาเหตุที่คนเราต้องคิดยาวๆเวลาจัดพอร์ตลงทุนก็เพราะการลง ทุนเกี่ยวข้องกับการบริโภคในระยะยาว คือมนุษย์เราก็ต้องคอยจัดสรรความมั่งคั่ง (Wealth) ของเราอยู่ตลอดเวลาตราบที่ยังดำรงชีวิตอยู่ แค่การเลือกว่า 1) จะใช้เงินที่มีอยู่วันนี้ทั้งหมดไปกับการบริโภค หรือ 2) จะเก็บไว้ส่วนหนึ่งสำหรับอนาคตก็เป็น Investment Decision อันหนึ่งแล้วโดยอันนี้เห็นได้ชัดว่าทางเลือก 1) เป็นทางเลือกที่ไม่ปลอดภัยนักสำหรับผู้ที่ยังมีอนาคตรออยู่อีกไกล (อันที่จริงแล้วผมเชื่อและหวังว่าว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกข้อ 2)

คราวนี้เมื่อเลือกว่าจะเก็บไว้ส่วนหนึ่งสำหรับอนาคตก็ ต้องมาดูว่าจะทำอะไรกับเงินที่เก็บไว้บ้าง หากจะเลือกเก็บเงินใส่ตุ่มก็ได้แต่เงินนั้นก็จะด้อยค่าลงทุกปีๆเนื่องจาก อัตราเงินเฟ้อ (รบกวนย้อนกลับไปอ่านบทความ”แผนรับมือเงินเฟ้อ” หากต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม) ดังนั้นก็ต้องให้เงินทำงานผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆที่กล่าวไปในตอนที่ แล้ว

หากสรุปจากตอนท้ายในข้อ 1 ของอาจารย์จะสามารถกล่าวได้ว่า “การจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆจะมีความแตกต่างไปตามลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลเพื่อให้บรรลุความพึงพอใจสูงสุด” สำหรับตอนนี้ผมอยากนำ “อายุ” มาเป็นปัจจัยหลักในการกำหนดลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล…

โดยทั่วไปผู้ที่อายุน้อยจะมีลักษณะเฉพาะตัวเป็นผู้ที่หวังผลตอบแทนสูงและก็รับความเสี่ยงได้สูงกว่าผู้ที่มีอายุมากเนื่อง จากมีระยะเวลาการลงทุน (Investment Horizon) ที่ยาวกว่าดังนั้นผมจึงเสนอกรอบสัดส่วนการลงทุนสำหรับช่วงอายุต่างๆคร่าวๆ ดังกราฟข้างล่างนี้ จะเห็นว่าสัดส่วนของตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำสุดจะเพิ่มขึ้นเมื่ออายุ มากขึ้น ในขณะที่สัดส่วนในสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆจะค่อยๆลดลง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘