กลไกสู่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ตอนที่ 1: Fed Fund Rate

เมื่อคืนก่อนผมดูรายการ Oprah Winfrey ที่มีแขกรับเชิญ คือ Suze Orman กูรูและที่ปรึกษาทางการเงินผู้มีรายการโชว์ของตัวเองบนสถานีการเงิน CNBC คุณ Suze พูดกับผู้ชมในห้องส่งซึ่งเป็นชาวอเมริกันเกี่ยวกับเรื่องการปลดหนี้อันเป็น ผลพวงของวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ที่เกิดขึ้นราวๆกลางปี 2007 ก่อนที่จะบานปลายไปเป็นวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปีถัดมา (2008)
    
…เชื่อมั้ยครับว่าผู้ชมในห้องส่งประมาณ 200 กว่าคนมีหนี้สินบนบัตรเครดิตรวมกันถึงประมาณ 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเฉลี่ยคนละ 4 แสนกว่าบาท !? มีการสุ่มตัวอย่างผู้ชมท่านหนึ่งขึ้นมาพบว่ามีบัตรเครดิตอยู่ด้วยกันถึง 22 ใบ ! ฟังดูน่าแปลกใจสำหรับเราๆคนไทย (หรือไม่แปลกหว่า…?) แต่กลับเป็นเรื่องปกติสำหรับอเมริกันชนผู้รักการจับจ่ายเป็นอย่างมาก
การที่มีบัตรเครดิตหลายใบก็เพื่อนำเครดิตมาต่อเครดิต…เป็นการนำรายได้ที่เกิดจากน้ำพักน้ำแรงในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า… ไม่แปลกใจเลยที่กว่า 60-70% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ของสหรัฐอเมริกานั้นจะมีที่มาจาก การใช้จ่ายเพื่อการบริโภค (Consumer Spending) และเป็นกลจักรสำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจของสหรัฐฯเติบโตขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่ ปี 2001


(ในขณะที่ประเทศไทยและกลุ่มประเทศเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น (Asia ex Japan) 60-70% ของ GDP ก็คือการส่งออกไปให้คนอเมริกันบริโภคนั่นเอง ส่วน GDP ที่มาจากการใช้จ่ายบริโภคนั้นมีสัดส่วนเพียงประมาณ 15%เท่านั้น)

กราฟแสดงสัดส่วนการบริโภคใช้จ่ายส่วนตัวของอเมริกันชนต่อ GDP ตั้งแต่ปี 1952 ถึง 2006
ที่มา:
http://immobilienblasen.blogspot.com




ปัจจัยสำคัญที่หนุนให้เกิดการใช้จ่ายอย่างมหาศาลดังกล่าว ปัจจัยหนึ่งมาจากอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Policy Rate) ที่ถูกกำหนดโดยธนาคารกลางสหรัฐฯหรือ Federal Reserve จึงมักจะถูกเรียกว่า ‘Fed Fund Rate’ วัตถุประสงค์หลักๆของอัตราดอกเบี้ยนี้ก็คือ
1) เป็นเครื่องมือกำหนดทิศทางเศรษฐกิจ คือหากต้องการให้เศรษฐกิจโตเร็วก็ลดอัตราดอกเบี้ยลงเพื่อให้การกู้ยืมไปใช้ จ่ายหรือลงทุนทำได้ง่าย แต่หากต้องการให้เศรษฐกิจชะลอตัวอาจเป็นเพราะผู้กำหนดนโยบายมองเห็นว่าโต เร็วไปอาจร้อนแรงจนเกินเหตุได้ ก็ปรับดอกเบี้ยขึ้นเพื่อให้ต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น
2) นำไปใช้อ้างอิงโดยธนาคารเอกชนสำหรับกู้ยืมเงินระหว่างกัน (Interbank Borrowing and Lending)
3) นำไปใช้สำหรับเป็นมาตรวัด (Benchmark) ในการกำหนดอัตราเงินฝากและเงินกู้ที่มีผลต่อผู้บริโภคอย่างเราๆท่านๆ
มาว่ากันต่อในตอนหน้าครับ…

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘