0069: Thinking Probability

สิ่งหนึ่งที่ทำให้การลงทุนในหุ้นเป็นเรื่องยาก คือ หุ้นเป็นสินทรัพย์ที่บ่อยครั้งมูลค่าของมันขึ้นมาในรูปของความน่าจะเป็นด้วย ตัวอย่างเช่น บริษัทที่กำลังเข้าประมูลงานกับภาครัฐครั้งยิ่งใหญ่ ถ้าชนะการประมูลมูลค่าของบริษัทก็คงเพิ่มขึ้นเป็นค่าหนึ่ง แต่ถ้าแพ้การประมูลมูลค่าของบริษัทก็กลายเป็นอีกค่าหนึ่งที่แตกต่างกันมาก ที่จริงแล้ว มูลค่าของกิจการทุกอย่างจะมาในรูปของความน่าจะเป็นเสมอเมื่อบริษัทมีการลง ทุนใหม่ๆ
ถ้าบริษัทหนึ่งมีโอกาสครึ่งหนึ่งที่ จะมีค่า 1000 ล้านและมีโอกาสอีกครึ่งหนึ่งที่จะมีมูลค่า 100 ล้านในอนาคต มูลค่าที่เหมาะสมของมันควรจะเท่ากับ 1000x0.5+100x0.5=550 ล้าน แต่บอกได้เลยว่ามีนักลงทุนน้อยมากที่จะคิดแบบนี้ นักลงทุนที่ overconservative จะตีมูลค่าเหลือแถวๆ 100 ล้าน ส่วนนักลงทุนที่ overaggressive จะตีมูลค่าแถวๆ 1000 ล้าน พฤติกรรมที่คุณ overconservative หรือ overaggressive (แล้วแต่คน) อย่างต่อเนื่องซ้ำๆ กันตลอดชีวิตการลงทุนจะส่งผลโดยตรงต่อผลตอบแทนเฉลี่ยในระยะยาวของคุณให้ต่ำ กว่าที่ควรจะเป็น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยที่คุณเองไม่เคยรู้ตัว เพราะการตัดสินใจของเรา suboptimal อยู่ตลอดเวลา พวกเราทุกคนได้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่เราควรจะทำได้เพราะเราไม่ได้ถูกฝึกมาให้ คิดแบบความน่าจะเป็น


รูป ข้างบนเป็นกราฟความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนคาดหวัง (Reward) กับ ระดับความเสี่ยง (Risk) จุดทุกจุดที่อยู่บนเส้นตรงเฉียง 45 องศาที่มีลูกศร เป็นจุดซึ่ง Reward กับ Risk เหมาะสมกันพอดี ถ้าให้จุดสีทั้งหลายแทนหุ้นแต่ละตัวในตลาด หุ้นที่น่าลงทุนคือหุ้นทุกตัวที่อยู่เหนือเส้น 45 องศา (จุดสีฟ้าทุกจุด) เพราะเป็นหุ้นที่ให้ผลตอบแทนคาดหวังสูงกว่าจุดสีแดงที่มีความเสี่ยงเท่าๆ กัน
แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทำอย่างนั้น แทนที่จะมองหาจุดสีฟ้า กลับมองหาจุดที่มีระดับของความเสี่ยงที่ตรงกับความชอบของตัวเอง (risk preference) นักลงทุนที่ conservative จะมองว่าจุดที่อยู่ทางซ้ายของเส้นประทุกจุด (ไม่ว่าจะสีแดงหรือฟ้า) เป็นหุ้นที่น่าลงทุน เพราะมีระดับความเสี่ยงน้อย ในขณะที่ นักลงทุนที่ aggressive (ชอบคำว่า "high risk, high return"/images/emoticons/mozilla_wink.gif จะเลือกจุดทุกจุดที่อยู่ทางขวาของเส้นประ (ทั้งสีแดงและสีฟ้า) เพราะมีระดับความเสี่ยงมาก ซึ่งตรงกับ risk preference ของตัวเอง
แทน ที่เราจะพยายามเลือกหุ้นที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าความเสี่ยงที่ต้อง แบกรับโดยไม่ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยง เรากลับพยายามเลือกหุ้นที่มีระดับความเสี่ยงที่เราพอใจโดยไม่สนใจว่าโอกาสใน การได้รับผลตอบแทนจะคุ้มกับระดับความเสี่ยงนั้นหรือไม่ เพราะสมองของเราไม่ได้ออกแบบมาให้คิดแบบความน่าจะเป็น ที่จริงแล้ว ที่ทุกๆ ระดับความเสี่ยงนั้นจะมีหุ้นที่น่าลงทุนและหุ้นที่ไม่น่าลงทุนอยู่ทั้งคู่ (มีทั้งจุดสีฟ้าและจุดสีแดง) ระดับความเสี่ยงของหุ้นนั้นไม่สำคัญเท่ากับว่า โอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนนั้นมากพอที่จะชดเชยความเสี่ยงนั้นได้หรือเปล่า

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘