เปิดตำนาน วิธีการเล่นหุ้นแบบ “เซียนเต่า” The Turtle Trader !! (ตอนที่ 7)

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เล่นหุ้นแบบเซียนเต่า Turtle trader
วันนี้ต่อกันในเรื่องของการตัดขาดทุนหรือ Stops กัน อีกซักหน่อยเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญและค่อนข้างจะยาวที่สุดครับเป็น อย่างไรนั้นมาว่ากันให้จบเลยดีกว่า โดยวันนี้เป็นเรื่องของการตัดขาดทุนในอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่าเทคนิค The Whipsaw ครับโดยการที่เทคนิคการตัดขาดทุนในรูปแบบนี้ถูกเรียกว่า The Whipsaw ก็เนื่องจากว่ามันจะทำให้เกิดการเทรดที่เป็น Whipsaw บ่อยครับแต่จะทำให้ความเสี่ยงต่อการเทรดหุ้นแต่ละครั้งลดลง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เหล่าเซียนเต่า Turtle traders นั้น จะถูกสอนเทคนิคการกำหนดจุดขาดทุนในอีกรูปแบบหนึ่งไว้ด้วยเพื่อเพิ่มศักย์ภาพ ในการทำกำไร แต่อย่างไรก็ตามครับข้อเสียของเทคนิคการหยุดขาดทุนนี้ก็คือว่า มันจะส่งผลให้เกิด การ Stop ที่บ่อยขึ้นเป็นผลทำให้ Ratio ของ Win/loss percentage มันน้อยลง (ซึ่งหากใครใจไม่แข็งพอก็ออาจจะท้อแท้กับการขาดทุนยิบย่อยหลายๆครั้งนั่นเองครับ) เทคนิคนี้เรียกว่า เทคนิคการหยุดขาดทุนแบบ The Whipsaw ครับ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
โดยแทนที่จะกำหนดความเสี่ยงต่อการเทรดหุ้นหนึ่งครั้งไว้ที่ 2% พวกเขาจะกำหนดความเสี่ยงไว้ที่ ½ หรือ 0.5% ของพอร์ทแทนโดยจะกำหนดจุดตัดขาดทุนที่แคบมากๆที่ ½ N ครับ โดยหลักการคือ หากซื้อแล้วหุ้นตกลงมาเป็นระยะ ½ N พวกเขาจะขายออก แต่หากราคากลับไปจุดซื้อเดิมเขาจะซื้อเข้าไปใหม่ครับ และเป็นที่น่าสังเกตุว่ามีคนบางคนในกลุ่มเซียนเต่า The Turtle เท่านั้นที่ใช้เทคนิคนี้ได้เนื่องจากความยากทาง จิตวิทยาของมันนั่นเองครับ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เมื่อพูดถึงประโยชน์ของการตัดขาดทุนในรูปแบบนี้นั้น ก็ต้องบอกว่าข้อดีคือมันทำให้เรา “ไม่จำเป็นต้องยกจุดตัดขาดทุนเดิมตามขึ้นมา” อีกนั่นเองเนื่องจากว่าเมื่อเพิ่ม Positionเข้าไปเรื่อยๆแล้ว ค่าความเสี่ยงของพอร์ทนั้นจะไม่เกิน 2%ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง นั่นเองครับ เพราะขนาด Positionของเราในแต่ละครั้งมันจะเล็กลงไปถึง 4 เท่า…. พอเข้าใจรึปล่าว หากยังไม่เข้าใจมาดูตัวอย่างกันครับ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ตัวอย่างนี้เป็นการเทรดน้ำมันดิบเช่นเคยนะครับ ต่างกันตรงวิธีใช้ Stop หรือจุดตัดขาดทุนแบบ The Whipsaw
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เป็นการซื้อขายน้ำมันดิบ
คำนวนได้ค่า N = 1.20
ใช้ระบบ 55 days Breakout = 28.30
………………….ราคาซื้อ……………….. จุดตัดขาดทุน
ไม้แรก…………28.30……………………. 27.70
………………….ราคาซื้อ……………….. จุดตัดขาดทุน
ไม้แรก…………28.30……………………. 27.70
ไม้ที่สอง……… 28.90…………………….28.30
………………….ราคาซื้อ……………….. จุดตัดขาดทุน
ไม้แรก…………28.30……………………. 27.70
ไม้ที่สอง……… 28.90…………………….28.30
ไม้ที่สาม……….29.50…………………….28.90
…………………ราคาซื้อ……………….. จุดตัดขาดทุน
ไม้แรก…………28.30……………………. 27.70
ไม้ที่สอง……… 28.90…………………….28.30
ไม้ที่สาม……….29.50…………………….28.90
ไม้ที่สี่………….30.10……………………..29.50
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เมื่อสังเกตุจะเห็นว่า เมื่อกำหนดค่าความเสี่ยงหรือ N น้อยลงการขาดทุนต่อครั้งก็จะลดลงไป แต่สิ่งที่ตามมาในการเทรดจริงๆก็คือ การเกิด Whipsaw ที่เพิ่มมากขึ้นนั่นเองครับ (ต้องลองเลือกเอาเองครับว่าชอบแบบใหน)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
สุดท้ายนี้เป็นเรื่องของ ประโยชน์จากการใช้การตัดขาดทุนแบบ Turtles นั่นก็คือว่าหากเราจะสังเกตุดีๆ ว่าพวกเขาหาระยะจุดตัดขาดทุนจาก ค่าความผันผวนของตลาดหรือ N ซึ่งมาจาก 20 days Moving Average True Range เมื่อตลาดมีความผันผวนมากค่า N นี้ก็จะมากตามไปด้วย และเมื่อค่า N มากขึ้นแล้วจุดตัดขาดทุนจะกว้างขึ้น ส่งผลให้เมื่อคำนวนหา Position Size ที่จะขาดทุนไม่เกิน 2%ก็จะทำให้ขนาดของ Position จะลดลงไป นั่นจึงส่งผลให้เกิดการกระจายความเสี่ยง และโอกาศไปในตัวครับ เนื่องจากหุ้นที่มีค่าความผันผวนหรือ N มาก ระบบก็จะบังคับให้เราถือมันน้อยลงกว่าหุ้นที่มีค่า N น้อยๆหรือมีความเสี่ยงต่ำนั่นเอง จึงเป็นการ ทำให้ความเสี่ยงและผลตอบแทนของทุกเทรดนั้นเท่ากันไปในตัว ไม่ว่าค่าความผันผวนจะต่างกันเท่าไร และนี่จะทำให้เราไม่เกิดความลำเอียงต่อการเทรดหุ้น ครั้งใดครั้งหนึ่งไปครับ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เอาล่ะครับ เรื่องของการ “ตัดขาดทุน” หรือ Stop ก็หมดเพียงเท่านี้ ต่อไปจะเป็นเรื่องราวของการหาจังหวะขายหุ้นและปล่อยหุ้น หลังจากมันได้วิ่งทำกำไรมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ส่วนจะเป็นอย่างไร ทำอย่างไรไม่ให้เสียของและปล่อยให้กำไรโตให้ได้มากที่สุดก็คอยติดตามกันต่อที่ แมงเม่าคลับ.คอม นะครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘