แนวทางการออมเงินตามวัย

@ สำหรับคนที่อายุ 20 - 30 ปี
สำหรับคนที่อายุ 20 - 30 ปี ถือเป็นวัยเริ่มต้นการทำงาน ยังไม่มีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากนัก  และยังเป็นวัยที่ยังสามารถหารายได้อีกนานในอนาคต ช่วงอายุขนาดนี้ถือเป็นวัยที่ได้เปรียบในการลงทุนมากที่สุดเพราะสามารถรับ ความเสี่ยงได้มากกว่า เพราะถึงแม้ว่าจะมีโอกาส ที่จะสูญเสียเงินต้นสูง ถ้าเสียเงินไปจริงก็ยังมีเวลาอีกนานเพื่อหารายได้มาทดแทน ทั้งยังไม่มีครอบครัวที่ต้องดูแล
ให้ใช้สัดส่วนเป็น   10:90 
โดย 10% เป็นเงินฝากและตราสารหนี้
       90% เป็นตราสารทุน
สำหรับการลงทุนของคนอายุ 20 - 30 ปี อาจจะนำ 90% ของเงินออมไปลงทุนในหุ้นได้ แต่ไม่ใช้ว่าซื้อหุ้นแบบเก็งกำไร หรือซื้อมาขายไปแต่เป็นการลงทุนหุ้นระยะยาว  เพราะจากสถิติของต่างประเทศพบว่าการลงทุนในหุ้นมีอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงที่ สุด แม้ว่าจะมีความผันผวนเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง แต่ในระยะยาวแล้ว หุ้นจะมีเส้นแนวโน้มพุ่งขึ้น คือได้กำไรเสมอ
สาเหตุที่คนอายุน้อยสามารถลงทุนในหุ้นได้มาก เพราะมีเวลาที่จะรอรอบการผันผวนขึ้น ๆ ลง ๆ ของหุ้น จึงเหมาะกับการซื้อหุ้นระยะยาว ไม่ใช้ซื้อเพื่อเก็งกำไรสั้น ๆ โดยเลือกซื้อหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดี เลือกบริษัทที่เอาตัวรอดได้ แล้วซื้อทิ้งไว้ หรือ ซื้อไปเรื่อย ๆ จะมีโอกาสได้กำไรสูงมาก เพราะเวลาช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องหุ้น ขึ้น ๆ ลง ๆ  ได้มาก
 ส่วนเงินออมที่เหลืออีก 10% ควรเก็บไว้ในเงินฝากธนาคาร และตราสารหนี้ต่าง ๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือ หุ้นกู้ต่าง ๆ ที่มีความปลอดภัยของเงินต้นสูง ได้อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอน เพื่อเป็นหลักประกันให้กับตัวเอง

@ สำหรับคนที่มีอายุ 31 - 40 ปี

       หน้าที่การงานเริ่มก้าวหน้ามีรายได้สูงขึ้น แต่รายจ่ายก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะเป็นวัยที่เริ่มสร้างครอบครัว แต่งงาน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ มีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น
ให้ใช้อัตราส่วนเป็น 50:50
โดย 50% เป็นเงินฝากและตราสารหนี้
       50% เป็นตราสารทุน
ผู้ที่อยู่ในวัยนี้จะลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้นลงจากเดิมที่ซื้อหุ้นถึง 90%ของเงินออม น่าจะลดลงมาเหลือ 50% เพราะเริ่มรับความเสี่ยงได้น้อยลง เนื่องจากเป็นวัยที่มีภาระผูกผัน คือ มีครอบครัวที่ต้องดูแลเงินอีก 50% จึงควรไปไว้ในทรัพย์ที่เสี่ยงต่อเงินต้นหรือการรอเวลาน้อยลง อย่างเงินฝากธนาคารและตราสารหนี้ต่าง ๆ
รู้แบบการลงทุนในหุ้นของคนในวันนี้แตกต่าง จากวัยเริ่มทำงาน ควรนำ
เงินไปลงทุนในหุ้นที่มีเงินปันผลมากและแน่นอน ไม่ค่อยผันผวนมากนัก เพราะ
อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีเวลาที่จะรอรับการผันผวนของหุ้นได้น้อยลง

@ สำหรับคนที่มีอายุ 41 - 55 ปี

ถือ เป็นช่วงอายุที่มีรายได้สูงสุดมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน แต่ก็เป็นช่วงที่มีรายจ่ายสูงที่สุด เช่นกัน ทั้งค่าจับจ่ายใช้สอย ค่าเหล่าเรียนบุตร ฯลฯ
ให้ใช้อัตราส่วนเป็น 70:30
โดย 70% เป็นเงินฝากและตราสารหนี้
       30% เป็นตราสารทุน
สำหรับการลงทุนของคนในวัยนี้จะเน้นให้นำเงินออมส่วนใหญ่หรือ 70%ไปไว้ในที่ที่ปลอดภัย เพราะมีเวลาที่จะหารายได้เหลืออีกไม่กี่ปี เงินที่มีอยู่ควรรักษาไว้ใช้ตอนไม่มีรายได้แล้ว ไม่ควรนำไปลงทุนที่มีความเสี่ยงมากกว่านั้นและควรกันส่วนที่เหลืออีก 30% มาลงทุนในหุ้นระยะยาวเพื่อเพิ่มพูนเงินออมให้มากขึ้น นอกเหนือจากดอกเบี้ยที่ได้รับจากเงินฝาก

@ สำหรับคนที่มีอายุ 55 ปี ขึ้นไป

บาง คนก็ไม่มีรายได้แล้ว บางคนเหลือเวลาที่จะหารายได้อีกไม่ถึง 5 ปี ไม่มีเวลาพอสำหรับการลงทุนระยะยาวให้ตัวเองอีกต่อไป เป็นช่วงที่ยอมรับความเสี่ยงได้น้อยที่สุด
ใช้อัตราส่วนเป็น 90:10
โดย 90% เป็นเงินฝากและตราสารหนี้
       10% เป็นตราสารทุน
เงินออมเกือบทั้งหมดที่มี คือ 90% ควรนำไปฝากธนาคารไว้กินดอกเบี้ยหรือไปซื้อตราสารหนี้ต่าง ๆ ก็จะได้ดอกเบี้ยมากกว่าเงินฝาก อาจจะแบ่งเพียง 10% ไปลงทุนซื้อหุ้นเพื่อหวังให้ได้กำไรสูงขึ้น แต่หากว่าผิดคาดเกิดสูญเงินก้อนนี้ไปบางส่วน ก็คงไม่กระทบกระเทือนฐานะการเงินโดยรวมมากนัก
    

 จะเห็นได้ว่าคนที่เริ่มวางแผนทางการออมตั้งแต่อายุยังน้อยจะสามารถ หาเงินได้มากกว่าเพราะลงทุนในตราสารที่มีความเสี่ยงได้มากกว่า จึงได้ผลตอบแทนสูงกว่า ยิ่งถ้าเริ่มออมตอนมีอายุมากสัดส่วนของเงินฝากก็จะเพิ่มขึ้น อยากจะไปลงทุนแบบคนอายุ 20 ก็ทำไม่ได้เพราะภาวะความรับผิดชอบ และวัยไม่อำนวย
ไม่เฉพาะแต่เรื่องความเสี่ยงเท่านั้นแม้เรื่องของการประกันชีวิต คนอายุน้อยจะเสียเบี้ยประกันน้อยกว่าคนอายุมาก ในวงเงินประกันที่เท่ากัน
คล้าย ๆ กับเรื่องดอกเบี้ยที่คนอายุน้อยออมเงินเร็ว จะได้เปรียบในเรื่องระยะเวลาที่ออม เรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงการได้เปรียบอีกมุมหนึ่งของคนอายุน้อยที่เริ่มต้นออม ก่อน คือในแง่ของความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน ที่มีเรื่องของวัยเข้ามาเกี่ยวข้อง
รูปแบบการลงทุนที่นำมาให้ดู เป็นรูปแบบที่ตั้งขึ้นมากลาง ๆ ให้คนส่วนใหญ่ สามารถใช้ได้ มีหมายเหตุนิดหนึ่งว่าก่อนใช้ต้องสำรวจรูปแบบที่มีอยู่ของตนเองให้ดีเสีย ก่อนว่ามีอะไรอยู่เท่าไร

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘