แนวปฏิบัติในการเลือกเสียภาษีเงินได้

ขอนำแนวปฏิบัติในการเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาเท่าที่ถูกหักภาษีเงินได้ไว้ณ ที่จ่ายมาเป็นประเด็นปุจฉา – วิสัชนาดังนี้

ปุจฉา มี แนวทางการเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีนักแสดงภาพยนตร์ต่างประเทศเฉพาะกรณีที่มีการดำเนินการถ่ายทำภาพยนตร์ใน ประเทศไทย โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ และได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยจากคณะ อนุกรรมการพิจารณาคำขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ตามระเบียบคณะ กรรมการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย ว่าด้วยการขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย พ.ศ.2544 อย่างไร

วิสัชนา ได้รับค่าแสดงจากผู้จ่ายเงินได้เป็นบุคคล บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ซึ่งผู้จ่ายเงินได้ได้คำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10.0 ทั้งนี้ ตามมาตรา 3 เตรส และข้อ 9(2)(ก) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ลงวันที่ 26 กันยายน 2528 เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นักแสดงภาพยนตร์ต่างประเทศจะ เลือกไม่นำเงินได้จากการแสดงภาพยนตร์มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาก็ได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่นักแสดงภาพยนตร์ต่างประเทศดังกล่าวไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหัก ไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิตเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ทั้งนี้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 409) พ.ศ.2545 ใช้บังคับตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป

ในกรณีเช่นนี้ นักแสดงภาพยนตร์ต่างประเทศ ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินที่เป็นค่าแสดง ควรเลือกเสียภาษีเงินได้เท่าที่ถูกหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย ซึ่งจะทำให้ได้รับประโยชน์ โดยเสียภาษีเงินได้น้อยกว่าการเลือกเสียภาษีเงินได้ตามวิธีปกติ

ปุจฉา กรณีพนักงานที่เป็นคนต่างด้าวของสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค (REGIONAL OPERATING HEADQUARTERS: ROH) จะได้รับสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร

วิสัชนา หลัก เกณฑ์ในการเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับพนักงานที่เป็นคน ต่างด้าวของ ROH ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 405) พ.ศ.2545 ใช้บังคับตั้งแต่ 16 สิงหาคม 2545 เป็นต้นไป ดังนี้

1. ในการคำนวณจำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินเดือนค่าจ้างของคนต่างด้าว หรือบุคคลธรรมดาซึ่งไม่มีสัญชาติไทยตามมาตรา 50(1) หากผลการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้มีจำนวนเกินกว่าร้อยละ 15.0 ของเงินได้ ให้คำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และนำส่งเพียงร้อยละ 15.0 ของเงินได้ เท่านั้น

2. ในกรณีจำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50(1) ที่คำนวณได้ตามข้อ 1. มีจำนวนน้อยกว่าร้อยละ 15.0 ของเงินได้ หากคนต่างด้าวนั้นยอมให้ผู้จ่ายเงินได้หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ ให้คนต่างด้าวผู้มีเงินได้มีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้จากการจ้างแรงงานที่ได้รับจาก ROH โดยเลือกที่จะเสียภาษีเงินได้เท่ากับจำนวนที่ถูกหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย โดยไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามหลักเกณฑ์ใน ข้อ 3. ก็ได้

3. เมื่อถึงกำหนดยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน ให้คนต่างด้าวซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้พึงประเมินสำหรับเงินได้พึงประเมินที่คนต่างด้าว หรือบุคคลธรรมดา ซึ่งไม่มีสัญชาติไทยได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานของ ROH ตามข้อ 1. หรือข้อ 2. ได้สิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ดังกล่าวดังนี้
(1) เลือกเสียภาษีเงินได้เท่ากับจำนวนที่ถูกหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้พึงประเมิน โดยไม่ต้องนำเงินได้พึงประเมินนั้น มารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่คนต่างด้าวไม่ขอรับเงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้นคืนหรือไม่ขอเครดิต เงินภาษีที่ถูกหักไว้นั้น ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ
(2) เลือกเสียภาษีเงินได้โดยนำเงินได้ดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามปกติในมาตรา 48(1) ซึ่งในกรณีนี้อาจทำให้ผู้มีเงินได้ต้องเสียภาษีเงินได้เป็นจำนวนมากกว่าร้อย ละ 15.0 ของเงินได้พึงประเมิน

4. ให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่คนต่างด้าวซึ่งทำงานประจำสำนักงาน ROH สำหรับเงินได้ที่ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงาน ซึ่งเกิดจากการที่คนต่างด้าวนั้นถูกส่งตัวไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ทั้งนี้ สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคหรือวิสาหกิจในเครือซึ่งประกอบกิจการในประเทศไทย ต้องไม่นำเงินได้นั้นมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของตน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

5. คนต่างด้าวซึ่งจะได้รับสิทธิตามข้อ 1. – ข้อ 4 ต้องเป็นคนต่างด้าว ซึ่งทำงานประจำสำนักงาน ROH ที่มีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้ได้รับสิทธิดังกล่าวในระหว่างการทำงานในประเทศไทยเป็นระยะเวลาติดต่อ กันไม่เกินสองปี ไม่ว่าในระหว่างเวลานั้นจะได้เดินทางออกจากประเทศไทยเป็นครั้งคราวหรือไม่ก็ ตาม

คนต่างด้าวซึ่งกลับเข้ามาทำงานประจำ ROH ใดภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่การจ้างแรงงานครั้งก่อนสิ้นสุดลง ไม่ให้ได้รับสิทธิตามข้อ 1. – ข้อ 4. สำหรับการจ้างแรงงานในครั้งหลัง

ดัง นั้นพนักงานที่เป็นคนต่างด้าวของ ROH ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายไว้แล้วในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้พึงประเมินเนื่องจากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40 (1) โดยเฉพาะคนต่างด้าวที่มีเงินได้เป็นจำนวนมาก และต้องเสียภาษีเงินได้เกินกว่าร้อยละ 15.0 ของเงินได้พึงประเมิน ให้เลือกเสียภาษีเงินได้เท่าที่ถูกหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘