บทที่ 3 : เมื่อสนใจจะซื้อหน่วยลงทุน...เตรียมความพร้อมกันดีกว่า

เมื่อแน่ใจที่จะเลือกลงทุนในกองทุนรวม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ต่อไปนี้จะเป็นขั้นตอนสำหรับการเตรียมตัว และเพิ่มความพร้อมที่จะเป็นนักลงทุนผู้รอบรู้ ซึ่งถือเป็นวิชาป้องกันตัวที่สำคัญ เพราะถึงแม้การลงทุนในลักษณะนี้จะผ่านมืออาชีพ คุณแผนก็ยังต้องตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่า ….เสี่ยงอยู่ดี !



1.  สำรวจวัตถุประสงค์ ฐานะก่อนตัดสินใจลงทุน


            ทุก ๆ ครั้งที่จะลงมือทำอะไรกับเงินที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการนำเงินไปลงทุนซื้อทองคำ ซื้อที่ดิน หรือลงทุนในกิจการค้าคงเสี่ยงไม่ได้ที่จะต้องตอบคำถามเหล่านี้ คือ ฐานะการเงินของตนเองตอนนี้เป็นอย่างไรและต้องการอะไรจากการลงทุนนั้น ซึ่งคงไม่ต่างจากการลงทุนในกองทุนรวมแบบนี้ เพราะแม้ว่ามีมืออาชีพบริหารเงินให้แต่ก็ต้องหาคำตอบว่ามีเงินอยู่ในกระเป๋า เท่าไหร่?  จะนำไปลงทุนซื้อหน่วยลงทุนได้เท่าไหร่?  มีเวลารอดอกผลได้นานแค่ไหน?  สามารถรับความเสี่ยงที่เกิดจากการนี้ได้มากน้อยเพียงใด?  จะนำเงินที่ได้จากการลงทุนนั้นไปใช้อะไรเป็นการเฉพาะหรือไม่?  เมื่อมีคำตอบสำหรับคำถามเหล่านี้อยู่อย่างชัดเจน และพิจารณาเห็นว่าการลงทุนผ่านกองทุนรวมน่าจะเอื้อประโยชน์ให้ตนเองได้ภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีอยู่ จึงจะมาเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวกองทุนรวมที่ว่านี้ เพื่อที่จะตัดสินใจเลือกลงทุนได้อย่างเหมาะสม



2.  รู้จักตัวเลือกในการลงทุน


            ยังจำได้ไหมว่าข้อดีอย่างหนึ่งของกองทุนรวม คือ มีทางเลือกที่หลากหลาย ซึ่งในตำราทางการเงินจะมีการชอบย่อยทางเลือกกันออกไปด้วยหลักต่าง ๆ มากมายในที่นี้จะแจกแจงกองทุนรวมเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ ดูตามลักษณะนโยบาย และอายุของกองทุนรวม

นโยบายแบบต่าง ๆ

            วิธี การหนึ่งที่ใช้แบ่งประเภทของกองทุนรวม คือ ดูจากนโยบายในการลงทุนว่ากองทุนรวมนั้นเอาเงินไปลงทุนในตราสารทางการเงิน ประเภทไหน เนื่องจากกฎหมายได้เปิดให้มีแนวทางการบริหารกองทุนรวมด้วยนโยบายการลงทุนที่ แตกต่างกันไป

            แบบแรก  คือ กองทุนรวมที่นำเงินไปลงทุนในตราสารทุน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั่นแหละ ปกติจะรู้จักกันว่าเป็น กองทุนรวมตราสารทุน หากถามว่าแล้วแบบที่ลงทุนในหุ้นทุนนี้เหมาะอย่างไรกับตัวคุณแผน ก็คงต้องพิจารณาเอาเองว่า คุณแผนเป็นประเภทที่ชอบความเสี่ยง รักการลุ้น กล้าได้กล้าเสีย และเข้าใจธรรมชาติ ความหวือหวาของราคาหุ้นทุนหรือไม่ เพราะสิ่งนี้มีผลโดยตรงกับผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นกับโครงการกองทุนรวม ที่คุณแผนเข้าไปลงทุนไว้

             แบบที่สอง  คือ  กองทุนรวมตราสารหนี้  ในทำนองเดียวกัน คือ จะนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งหมายถึง หุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนต่าง ๆ และพันธบัตรที่ออกโดยภาครัฐ แบบนี้อาจเหมาะสำหรับการลงทุน หากคุณแผนไม่ชอบความเสี่ยงเท่าไหร่นัก เพราะดอกผลที่เกิดจากตราสารหนี้ที่ลงทุนไว้จะอยู่ในรูปของดอกเบี้ยที่มีความสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าราคาของตัวตราสารหนี้เองอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้น-ลง แต่ผลตอบแทนโดยรวมของตราสารทางการเงินประเภทนี้ไม่หวือหวา น่าหวาดเสียวเท่ากับตราสารทุน

             แบบที่สาม  คือ  การลงทุนปน ๆ กันไป เรียกว่า  กองทุนรวมแบบผสม  ลงทุนทั้งในหุ้นกู้ และหุ้นทุน ซึ่งมีการกำหนดสัดส่วนเงินที่จะนำไปลงทุนในตราสารทางการเงินประเภทต่าง ๆ เอาไว้ ทำให้ ระดับความผันผวนในด้านผลตอบแทน ของโครงการกองทุนรวมแบบนี้หลากหลายไปตามน้ำหนักสัดส่วนดังกล่าว เช่น ถ้าลงทุนในหุ้นกู้ด้วยสัดส่วนที่มากกว่า ผลตอบแทนก็อาจมีความผันผวนน้อยกว่า เมื่อเทียบกับโครงการที่นำเงินส่วนใหญ่ไปลงทุนในหุ้นทุนมาก ๆ เป็นต้น


            การกำหนดสัดส่วนว่าให้โครงการกองทุนรวมสามารถลงทุนในตราสารทางการเงินอะไรได้บ้าง หรือคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของเงินในกองทุนนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญเพราะตราสารทางการเงิน ไม่ว่าหุ้นกู้ หรือหุ้นทุน มีลักษณะดีหรือด้อยมีความเสี่ยงแตกต่างกันออกไป มีผลทั้งสิ้นต่อผลตอบแทนที่จะได้รับ และเป็นส่วนหนึ่งที่จะบอกคุณลักษณะของกองทุนรวมโครงการนั้น (มีตารางแยกย่อยแบบเจาะลึกพลิกดูรายละเอียดได้ที่ด้านหลังในหัวข้อนโยบายการลงทุน…..แบบลึก ๆ)


กองทุนแบบเปิด หรือ ปิด

            นอกจากแยกประเภทตามนโยบายการลงทุนแล้ว ยังสามารถจำแนกกองทุนรวมได้เป็นแบบเปิดและแบบปิด หากคุณแผนอ่านพบโฆษณาใด ๆ ที่เกี่ยวกับกองทุนรวม จะสังเกตได้ว่ามีการระบุว่ากองทุนโครงการนั้นมีลักษณะเปิดหรือปิด ไม่ต้องนั่งมึนกับคำว่าเปิดหรือปิดให้เสียเวลา มาทำความเข้าใจกันให้ชัดเจนดีกว่าว่าลักษณะเปิดหรือปิดนั้นหมายความว่าอะไร
            กองทุนรวมประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือกองทุนเปิด  เป็นกองทุนรวมแบบที่เปิดให้มีการจำหน่าย และรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามเวลาที่กำหนดทำให้ปริมาณกองเงินมีการยืดและหด หรือมีขนาดใหญ่หรือเล็กไม่คงที่ กองทุนนี้จะเปิดให้ซื้อหน่วยลงทุนกับบริษัทจัดการหรือตัวแทนสนับสนุนและสามารถไถ่ถอน (ขายคืน) หน่วยลงทุนได้เป็นระยะ ๆ
            ในกรณีของกองทุนรวมประเภทไม่รับซื้อคืนหน่วยลงทุนหรือกองทุนปิด จะต่างจากกองแบบเปิดตรงที่มีการเปิดขายหน่วยลงทุนเพียงครั้งเดียวเมื่อเริ่มโครงการ เป็นการขายในจำนวนที่จำกัด โดยจะกำหนดอายุโครงการไว้อย่างแน่นอน เช่น กองทุนรวม ก. มีอายุโครงการ 3 ปี หรือกองทุนรวม ข มีอายุโครงการ 6 ปี เมื่อครบอายุดังกล่าวผู้ลงทุนจึงจะสามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนเพื่อขอรับเงินคืนได้
            อย่างไรก็ดี การซื้อขายหน่วยลงทุนประเภทกองทุนปิดหลังจากการเสนอขายครั้งแรกแล้ว อาจทำได้ในตลาดหลักทรัพย์ที่กองทุนปิดนั้นจดทะเบียนอยู่โดยซื้อ-ขายผ่านบริษัทนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) แต่ในกรณีที่กองทุนปิดนั้นมิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดใดเลย คุณแผนก็ต้องไปติดต่อกับบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้สร้างสภาพคล่องหรือที่เรียกกันเป็นภาษาอังกฤษว่า market maker ซึ่งจะทำหน้าที่ซื้อ-ขายหน่วยลงทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนเหล่านี้
            ลักษณะที่กองทรัพย์สินของกองทุนปิดถูกกำหนดไม่ให้มีการไหลเข้า-ออก (ไถ่ถอน) ระหว่างที่ยังไม่สิ้นสุดอายุโครงการนี้ ทำให้ผู้บริหารกองทุนสามารถจัดการกับทรัพย์สินในกองทุนรวมได้สะดวกขึ้น เนื่องจากบริษัทจัดการไม่จำเป็นต้องกันเงิน หรือคำนึงถึงการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของผู้ถือหน่วย ที่จะทำให้ปริมาณกองทรัพย์สินมีความเปลี่ยนแปลงขึ้น ๆ ลง ๆ ได้ตลอดเวลา จึงทำให้สามารถนำเงินไปลงทุนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่ากองทุนเปิด แต่ในขณะเดียวกันการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุน ของกองทุนเปิดได้เป็นช่วง ๆ ก็เป็นผลดีต่อผู้ลงทุนในด้านสภาพคล่อง



อะไรเอ่ย  เดี๋ยวปิด-เดี๋ยวเปิด?

            หากคุณแผนเคยได้ยินว่ากองทุนปิดเปลี่ยนมาเป็นกองเปิด ก็ไม่ต้องสงสัยไป เพราะบางครั้งผู้ออกโครงการจะกำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน (หรือเอกสารที่เชิญชวนให้ซื้อหน่วยลงทุน) ว่า กองทุนปิดจะมีการขอเปลี่ยนประเภทโครงการเป็นกองทุนเปิดเมื่อครบอายุโครงการเมื่อถึงเวลาอันสมควรผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนนั้น จะได้รับหนังสือจากบริษัทจัดการ เพื่อขอมติในการเปลี่ยนประเภทโครงการกองทุนรวมจากปิดเป็นเปิด
            ผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งหลายต้องอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงให้ดีว่า ลักษณะของโครงการกองทุนรวมนั้น ๆ จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง มีข้อดี-ข้อเสีย สำหรับผู้ถือหน่วยหรือไม่อย่างไร และมาทบทวนดูว่า มีความจำเป็นต้องใช้เงินในขณะนั้นเลยหรือเปล่า ดูลักษณะของโครงการกองทุนรวมเมื่อเปลี่ยนแปลงแล้ว ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ วิธีการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และเงื่อนไขทั้งหลายทั้งปวง จากนั้นค่อยตัดสินใจลงมติว่าจะให้มีการเปลี่ยนจากกองปิดเป็นเปิด และยังตกลงใจจะถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งจะกลายเป็นกองเปิดต่อไปหรือไม่
            หลังจากที่บริษัทจัดการได้รับมติให้เปลี่ยนประเภทโครงการแล้วบริษัทจัดการจะมีหนังสือออกไป เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนแสดงความจำนงว่าจะถือต่อ หรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนเมื่อถึงวันที่ครบอายุโครงการ คุณแผนต้องใช้สิทธิตอบแจ้งไปยังบริษัทจัดการ ทั้งนี้หากไม่ใช้สิทธิในการไถ่ถอนหน่วยลงทุนนั่นหมายความว่าต้องถือหน่วยลงทุนต่อไปอีก และไปไถ่ถอนในวันข้างหน้าแทน




3.  หาข้อมูลเบื้องต้นของกองทุนรวมที่ขายอยู่


            ข้อมูลเบื้องต้นแบบนี้ คุณแผนจะหาได้จากหนังสือพิมพ์ธุรกิจต่าง ๆ เพราะเมื่อแรกเริ่มของการขายหน่วยลงทุน ทางผู้ออกโครงการจะลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ประกาศเป็นการทั่วไปว่าตอนนี้มีโครงการออกใหม่ ที่มีรายละเอียดเบื้องต้น เช่น ซื้อหน่วยลงทุนนั้นได้ที่ไหน? เมื่อไหร่? ราคาเท่าไหร่? ใครเป็นผู้ออกโครงการ หรือใครเป็นคนขาย? เป็นต้น และทีนี้หากมีความสนใจใคร่ซื้อขึ้นมาจริง ๆ ก็ต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมและศึกษาให้ลึกซึ้งต่อไป
            นอกจากนี้ หลังจากที่ได้เริ่มขายโครงการออกไปแล้ว จะมีการเผยแพร่ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทุนของกองทุนรวม ในหนังสือพิมพ์รายวันเป็นต้นว่า ราคาซื้อ-ขายหน่วยลงทุน สำหรับทั้งกองเปิด และกองปิด รับรองว่าหากติดตามก็คงไม่ตกข่าวแน่นอน




4.  ศึกษาข้อมูลโครงการกองทุนรวมอย่างละเอียด


            นอกจากทำความรู้จักกับโครงการกองทุนรวมผ่านหนังสือพิมพ์ ซึ่งถือว่าเป็นข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้นแล้ว คุณแผนยังต้องศึกษาข้อมูลอื่น ๆ อีก เพราะกองทุนรวมแต่ละโครงการจะมีลักษณะและรายละเอียดเป็นของตนเอง เช่นว่าเป็นกองทุนเปิดหรือปิด เป็นกองทุนที่ลงทุนในตราสารประเภทอะไร บริษัทจัดการใดเป็นผู้บริหารโครงการหรือมีค่าใช้จ่ายที่ผู้ลงทุนต้องจ่ายเท่าไหร่ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้คุณแผนสามารถทำความรู้จักกับโครงการเหล่านั้นได้โดยละเอียดด้วยวิธีการดังต่อไปนี้


หาหนังสือชี้ชวนมาอ่าน

            แหล่งข้อมูลสำคัญที่ต้องอ่าน และศึกษาอย่างละเอียดนอกเหนือจากการอ่านหนังสือพิมพ์ คือ หนังสือชี้ชวน ซึ่งบริษัทจัดการจัดทำและแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่สนใจจะลงทุน ในนั้นจะมีรายละเอียดทั้งหมดของโครงการกองทุนรวม เรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มีทั้งคำเตือน บอกถึงความเสี่ยง โดยเน้นเตือนเรื่องความเสี่ยงด้วยประโยคที่ว่า การลงทุนในหน่วยลงทุน มิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้  คำเตือนเหล่านี้ เมื่ออ่านแล้วต้องจำไว้เตือนตนเองเสมอ เพราะมันเป็นสัจจธรรมของการลงทุนเลยทีเดียว
            หนังสือชี้ชวนมี 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนสำคัญที่สุดที่จำเป็นต้องอ่านเรียกว่า ส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ ซึ่งบริษัทจัดการจะแจกให้กับผู้ต้องการลงทุน โดยจะแนบใบจองซื้อหน่วยลงทุนหรือใบสำคัญซื้อหน่วยลงทุนไว้ให้ด้วย ในนั้นจะให้ข้อมูลสำคัญลงลึกเกี่ยวกับนโยบายการลงทุน อ่านดูให้แน่ชัดเลยว่า กองทุนรวมโครงการนี้ เขาจะนำเงินไปลงทุนในตราสารอะไรบ้าง มากน้อยเท่าไหร่ เช่น อาจบอกไว้ว่า จะลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไม่น้อยกว่า 75 เปอร์เซ็นต์หรือ จะลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารแห่งหนี้ ทุกประเภทมูลค่ารวมกันทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ 35 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเป็นต้น นโยบายเหล่านี้มีผลอย่างยิ่งต่อความเสี่ยงของเงินลงทุน นอกจากนี้ อย่าลืมอ่านคำเตือนต่าง ๆ เกี่ยวกับความเสี่ยงในการลงทุนในกองทุนรวมโครงการนั้น รวมทั้งตรวจดุค่าใช้จ่ายซึ่งจะเป็นต้นทุนของการลงทุนได้จากตาราแสดงค่าใช้จ่ายด้วย
            สำหรับส่วนที่ 2 จะเป็น ส่วนข้อมูลโครงการ ซึ่งแจกแจงรายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวม เกี่ยวกับวิธีการซื้อขายหน่วยลงทุน นโยบายการจ่ายเงินปันผล และสิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน เป็นต้น

            กองทุนรวมแต่และโครงการมีความแตกต่างกัน แม้ว่าจะมีนโยบายการลงทุนที่เหมือนกันบ้างก็ตาม ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุน ควรจะพิจารณาข้อมูลที่มีอยู่ในหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียด และควรเปรียบเทียบกับกองทุนรวมอื่น ๆ ด้วย


            คุณแผนขอรับหนังสือชี้ชวนทั้งสองส่วนนี้ได้ที่บริษัทจัดการหรือตัวแทนสนับสนุนของกองทุนรวมโครงการนั้น รวมทั้งอาจมาขอสำเนาได้ที่ศูนย์ข้อมูล สำนักงาน ก... ซึ่งจัดเก็บเอกสารชี้ชวนของแต่ละกองทุนรวมไว้ ในระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถสืบค้นได้ง่าย
            ย้ำกันไว้ตรงนี้อีกทีว่าเอกสารชิ้นนี้ถือว่ามีความสำคัญ เป็นวัคซีนช่วยสร้างภูมิป้องกันความเพลี่ยงพล้ำ จากการตัดสินใจลงทุน ต้องไม่ลืมอ่านเป็นอันขาด……..!


พิจารณาบริษัทที่บริหารกองทุนรวม

            บริษัทที่บริหารโครงการกองทุนรวม คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม หรือเรียกกันมาตั้งแต่ต้นอย่างย่อว่าบริษัทจัดการ
            ในบริษัทจัดการนั้น มีลูกจ้างซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุน ทำการบริหารโครงการกองทุนรวม คนกลุ่มนี้จะต้องผ่านการกลั่นกรองคุณสมบัติ ต้องมีความสามารถที่จะประกอบวิชาชีพ ต้องมีจรรยาบรรณที่ดีตามที่สมาคม บริษัทจัดการเป็นผู้กำหนดขึ้น และไม่เป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม
            บริษัทจัดการจะออกรายงานประจำปี บอกให้รู้ว่าในช่วงปีที่ผ่านมาการบริหารกองทุนรวมโครงการต่าง ๆ ภายใต้ความรับผิดชอบนั้นเป็นอย่างไรบ้าง ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นของบริษัทจัดการเป็นใคร ข้อมูลนี้จะช่วยให้คุณแผนเห็นภาพการทำงานของบริษัทจัดการดังกล่าวได้ดีขึ้น รายงานประเภทนี้ขอดูได้ที่บริษัทจัดการเองโดยตรง หรือมาขอดูจากสำนักงาน ก... ก็ได้ (สนใจบริษัทจัดการไหน ลองพลิกไปดูรายชื่อ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมได้ที่ภาคผนวกด้านหลัง)



5.  เช็คว่าต้องจ่ายอะไรบ้าง


            ทีนี้ก็มาถึงเรื่องสำคัญที่คุณแผนอาจกำลังกังวล คือ เรื่องของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย….  หากถามว่า…. ดูได้จากไหน? คำตอบอยู่ใกล้ ๆ ตัว คือ พลิกอ่านได้จากหนังสือชี้ชวนในมือนั่นแหละ จะเห็นว่ามีส่วนของค่าใช้จ่ายแจกแจงเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่วนที่ต้องจ่ายนอกเหนือจากค่าหน่วยลงทุน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายที่หักโดยตรงจากผู้ถือหน่วยอย่างคุณแผน และค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากตัวโครงการกองทุนรวม

            ส่วนที่ 1  ค่าใช้จ่ายที่หักโดยตรงจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน  โดยทั่วไปจะกำหนดไว้ 2 ขา คือ ขาที่ซื้อหน่วยลงทุนเรียกว่า ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนและในขาขายจะเรียกว่า ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน   ซึ่งในขาหลังนี้บริษัทจัดการอาจยกเว้นให้ ถ้าคุณแผนถือหน่วยลงทุนนั้นเป็นระยะเวลานาน ๆ นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุนให้กับคนอื่น ค่าธรรมเนียมในการออกใบหน่วยลงทุนใหม่ รวมทั้งค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนหน่วยลงทุน ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้หากเดิมเคยลงทุนไว้ในโครงการกองทุนรวม ก. ของบริษัทจัดการสบายใจ เกิดมีวันหนึ่งต้องการจะเปลี่ยนเป็นกองทุนรวม ข. ซึ่งบริษัทจัดการสบายใจบริหารอยู่ก็สามารถเปลี่ยนได้โดยใช้วิธีหักกลบลบหนี้ เพียงแต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้บริษัทจัดการสบายใจด้วยเท่านั้นเอง
            ค่าใช้จ่ายทั้งหลายในส่วนแรกนี้ กองทุนรวมแต่ละโครงการอาจไม่เรียกเก็บหรือเก็บในจำหน่ายเท่าไหร่ ก็แล้วแต่ว่าแต่ละโครงการจะกำหนดอย่างไร

            ส่วนที่ 2  ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากตัวกองทุนรวม  เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการโครงการ ซึ่งจะดึงเงินจากกองทรัพย์สินของโครงการกองทุนรวมนั่นแปละมาจ่าย หมายความว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเป็นภาระทางอ้อมที่ผู้ถือหน่วยต้องแบกรับอยู่ด้วย เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการของบริษัทจัดการ ค่านายทะเบียนค่าที่ปรึกษาการลงทุน เป็นต้น ซึ่งแต่ละโครงการจะกำหนดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไว้ไม่เท่ากัน

            ควรเปรียบเทียบอัตราค่าใช้จ่ายที่กำหนดไว้ในแต่ละโครงการ เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เป็นตัวทำให้ผลตอบแทนของโครงการกองทุนรวมนั้นลดต่ำลง

ตัวอย่าง  ตารางค่าใช้จ่าย


1.  ค่าใช้จ่ายที่หักโดยตรงจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน 
     (Unitholder’s expenses)
ร้อยละของ
มูลค่า
หน่วยลงทุน
1.1  ค่าธรรมเนียมการขาย  (front-end fee)

1.2  ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน  (back-end fee)

1.3  ค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนหน่วยลงทุน  (switching fee)

2.  ค่าใช้จ่ายที่หักโดยตรงจากผู้ซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน
     (unitholder’s expenses)
ตามที่
จ่ายจริง
2.1  ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน  (Unit transfer fee)

2.2  ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
       (ค่าธรรมเนียมการโอน หรือการเปลี่ยนชื่อ ที่อยู่ เป็นต้น

3.  ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม
     (fund’s direct expenses)
ร้อยละของมูลค่า
NAV
3.1  ค่าธรรมเนียมการจัดการ  (management fee)

3.2  ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์  (trustee fee)

3.3  ค่านายทะเบียน  (registrar fee)

3.4  ค่าที่ปรึกษาการลงทุน  (advisory fee)

3.5  ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

4.  สัดส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ *


* ดูความหมายของคำว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (เอ็นเอวี) ได้ในหัวข้อ การบ้านต่อเนื่อง คือ ติดตามความเคลื่อนไหวของกองทุนรวม  (หน้า 24)


            คุณแผนควรศึกษาดูสัดส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดในข้อ 4 ของตารางด้วย เพราะเป็นตัวเลขที่จะบอกให้รู้ว่า จากมูลค่าของเงินในโครงการทั้งหมด มีการคิดค่าใช้จ่ายในสัดส่วนร้อยละเท่าไหร่ ข้อมูลค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต้องดูเปรียบเทียบกันระหว่างกองทุนรวมแต่ละโครงการ เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะลงทุนกองไหนดี
 

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘