101 ปฏิบัติการพลิกชีวิต ตอนที่ 27 "บริหารเงินหลังเกษียณ"

     ถึงแม้ตลอดเส้นทางของปฏิบัติการ”พลิกชีวิต” ที่ทำให้เราเริ่มจัดระบบและสามารถบริหารชีวิตที่เกี่ยวกับเรื่องเงินๆทองๆ ของเราได้ตามแผนดีขึ้น จนเริ่มใกล้ถึงเส้นชัยของการมีอิสรภาพทางการเงินในช่วงบั้นปลายชีวิต แต่สัจจธรรมอย่างหนึ่งที่ต้องยอมรับก็คือ “ความไม่แน่นอน คือความแน่นอน” ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ที่ต้องการอาจไม่ได้ตามเป้าหมายทั้งหมด 100%

     มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่อาจเข้ามาเป็นตัวฉุดให้แผนการบางอย่างต้องชะลอไป ซึ่งอาจจะส่งผลให้ในท้ายที่สุด เราอาจจะถึงเส้นชัยก็จริง แต่กลับไม่สามารถทำสะสมเงินได้ตามเป้าหมายมากพอที่จะมีอิสรภาพทางการเงินได้ อย่างแท้จริง

     ปัจจัยเสี่ยงที่เราอาจจะเผชิญ อาจจะเกิดจาก การจัดสรรเงินออมและลงทุนได้ต่ำกว่าการคาดการณ์ เพราะเกิดอุบัติเหตุทางการเงินบางอย่างที่รุนแรงกว่าที่เราคาดหมาย เช่นการถูกให้เกษียณก่อนกำหนด (Early Retirement) ทำให้เวลาในการสร้างรายได้ และการออมสั้นลงกว่าเป้าหมายที่วางไว้

     สำหรับบางคนอาจจะมีปัญหาจากความเสี่ยงในการลงทุน ที่ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนต่ำกว่าเป้าหมาย เช่น อาจเจอกับภาวะวิกฤติทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างรุนแรงจนทำให้ต้อง ประสบการขาดทุน หรืออาจะโดนผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อซ้ำเติม จนทำให้เงินเสื่อมค่าลง

     คำถามก็คือหากบางคนกำลังจะถึงเส้นชัย และต้องเปลี่ยนสภาพมาเป็น ส.ว. หรือ “ผู้สูงวัย” ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้แล้ว แต่หลายคนยังคงไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งสุทธิได้ตามเป้าหมายเพียงพอที่จะ ใช้เงินที่มีอยู่ในช่วงวัยเกษียณได้อย่างมีความสุข หรือสำหรับบางคนที่กลายเป็นผู้สูงวัยแล้ว แต่ยังมีเม็ดเงินต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ควรจะทำอย่างไร แทนที่จะมัวแต่“ฟูมฟาย”หรือ “ปลง” กับชะตาชีวิต

     ใจเย็นๆครับไม่ต้องตระหนกจนเกินไปนัก เพราะอย่างน้อยคุณก็มีเม็ดเงินที่เป็น “ต้นทุน” ชีวิตอยู่ในมือ และสิ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือ กระบวนการ “ให้เงินทำงาน แทนเราไม่ได้จบลงหลังจากการเกษียณ เรายังคงต้องนำเงินก้อนและทรัพย์สินที่เรามีไปหาวิธีการสร้างผลตอบแทนจากการ ลงทุนให้ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถจะมีเงินใช้ไปอย่างสบายๆอีกอย่างน้อย 25 ปี ถ้าเราคิดว่าจะสิ้นลมไปเมื่อตอนอายุสัก 75 ปี

     ในเมื่อเรามีต้นทุนความั่งคั่งที่มีอยู่หลังเกษียณ สิ่งที่ควรจะต้องดำเนินการก็คือ จัดสรรสัดส่วนในการลงทุน หรือ พอร์ตการลงทุน (Portfolio) ให้เหมาะสมกับชีวิตที่เปลี่ยนไปของคุณ (ตารางประกอบ)



     กลยุทธ์การลงทุนวัยเกษียณที่อยากจะแนะนำคือ จัดแบ่งเงินของคุณที่มีอยู่ออกเป็น 3 กองหลักๆ กองแรกสำหรับค่าใช้จ่ายในปีแรกของการเกษียณ กองที่สองลงทุนระยะยาว 5-6 ปี และกองสุดท้ายลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารหนี้แบบขั้นบันได

     มีแบบจำลองที่จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมุติว่า ณ วันที่คุณเกษียณ คุณมีเม็ดเงินในมือรวมกันประมาณ 4 ล้านบาท และมีเป้าหมายที่จะมีเงินใช้อย่างสบายๆเดือนละ 2 หมื่นบาท

     ในปีแรก คุณสามารถกันเงินออกมาอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ประมาณ 3 แสนบาท และสามารถเบิกจ่ายออกมาใช้เดือนละ 2 หมื่นบาท โดนยังมีเงินเผื่อเหลือเผื่อขาดอีกนิดหน่อยประมาณ 6 หมื่นบาท

     สำหรับเงินกองที่สอง คุณสามารถนำเงินประมาณ 2.5 ล้านบาทไปลงทุนระยะยาวประมาณ 5 ปีใน หุ้น หรือ กองทุนรวมตราสารทุน (กองทุนหุ้นฯ) เพื่อเพิ่มมูลค่า โดยตั้งเป้าผลตอบแทนโดยเฉลี่ยประมาณปีละ 10% ซึ่งเม็ดเงินจำนวนนี้เมื่อผ่านไป 5 ปี จะสามารถให้ผลตอบแทนกลับมาจนกลายเป็นเม็ดเงินประมาณ 4,026,275 บาท

     ส่วนเงินกองสุดท้าย 1.2 ล้านบาท คุณควรนำไปลงทุนซื้อหันธบัตร 5 กองๆละ 2.4 แสนบาท โดยมีอายุตั้งแต่1-5 ปี ตามลำดับ

     เมื่ออายุ 61 ปี พันธบัตรที่คุณซื้อเอาไว้จะเริ่มทยอยครบกำหนดไล่เป็นขั้นบันได ตลอดระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะทำให้คุณมีเงินสามารถใช้จ่ายเดือนละ 2 หมื่นบาท ได้ตลอด 5 ปีอย่างสบาย แถมยังมีผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยในแต่ละปี ที่เปรียบเสมือนเป็นเงินโบนัสอีกด้วย

     เมื่อเข้าสู่ปีที่ 6 คุณก็สามารถนำเม็ดเงินจากองที่สองที่ลงทุนเอาไว้ในหุ้น หรือกองทุนหุ้น กลับมาลงทุนในลักษณะเดิมได้อย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ



     มหัศจรรย์ใช่ไหมครับ เพียงแต่จุดสำคัญของทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับ การบริหารพอร์ตลงทุนในหุ้นหรือ กองทุนหุ้นของคุณว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงเฉลี่ยถึง 10% ทุกปีหรือไม่

     มีบางคนอาจจะเลือกตัดสินใจที่จะนำเงิน 2.5 ล้านบาทไปลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เช่า ซึ่งวิธีการนี้ในช่วง 5 ปี ยังสามารถมีรายได้จากค่าเช่า และเมื่อพันธบัตรส่วนใหญ่กำลังหมดอายุก็อาจจะกลับมาทบทวนดูว่า มีรายได้จากค่าเช่าเพียงพอกับค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือไม่ หรืออาจจะขายอสังหาริมทรัพย์ออกไป เพื่อนำเงินไปลงทุนในลักษณะเดิมก็ได้ หากสามารถขายได้ราคา

     แบบจำลองที่นำมาเป็นตัวอย่าง สามารถจะปรับเปลี่ยนไปตาม ตุ้นทุน ความั่งคั่งที่คุณมี ถ้ามีน้อยก็อาจจะทำให้เงินสำหรับใช้จ่ายในแต่ละเดือนลดลงตามสภาพ

     นอกจากการวางแผนจัดสรรการลงทุนหลังเกษียณแล้ว เพื่อรักษาเงินก้อนเอาไว้ให้นานที่สุด ผู้สูงวัยควรระมัดระวังไม่พึงกระทำในเรื่องบางเรื่อง เช่น การลงทุนในกิจการใหม่ หรือร่วมลงทุนกับใคร และที่สำคัญไม่ควรใจอ่อน ให้ใครยืมเงิน หรือใจดีขนาดไปยกเงินก้อนให้กับใครเป็นอันขาด

     หากกลัวเหงาใจ ก็ลองหางานอดิเรก หรืองานด้านสาธาณประโยชน์ทำเพื่อให้ตัวเองดูเป็น ส.ว.หรือผู้สูงวัยที่มีค่าในสังคม หรือหากไม่ชอบสังคมก็ลองใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น นอกเหนือไปจากใส่ใจกับสุขภาพกายและสุขภาพใจ เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นภาระของบุตรหลาน

     เมื่อถึงเวลานั้น ชีวิตหลังเกษียณ อาจจะเป็นโลกใหม่สำหรับเรา แต่เราสามารถจะมีชีวิตอยู่กับมันได้อย่างมีความสุข สมวัย เพราะเราได้เตรียมการไว้จนมั่นใจว่าเราจะสามารถมีอิสรภาพทางการเงินได้อย่าง แท้จริง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันอาทิตย์ ที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๕