DSM concept ตอนที่ 15

DSM (14) – หุ้นขึ้นได้หุ้น หุ้นลงได้เงิน


นักลงทุนหุ้นวิธีDSM เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ...การเล่นหุ้นทั้งขาลงและขาขึ้น...หุ้นขึ้นได้เงิน หุ้นลงได้หุ้น... เป็นคำกล่าวที่เสี่ยงอย่างมาก ๆ ที่จริงแล้วต้องเป็น “หุ้นขึ้นได้หุ้น หุ้นลงได้เงิน” เป็นอย่างไร

ทำไมต้องพูดว่า “หุ้นขึ้นได้หุ้น หุ้นลงได้เงิน” เพราะเปรียบเทียบการลงทุนในหุ้น เสมือนทำกิจการให้เช่าหุ้น ดังนั้นหลักการคิดคือ กิจการที่เราทำอยู่กำลังดี กำลังเติบโต เราต้องเพิ่มการลงทุน หรือ ขยายกิจการออกไป แต่ถ้า เมื่อไรที่กิจการกำลังก้ำกึ่งระหว่างจะดีหรือไม่ดีไม่ควรเพิ่มการลงทุนหรือขยายกิจการเป็นอันขาด

ต้องแยกคำ “ซื้อหุ้นคืน” กับ “ซื้อหุ้นเพิ่ม”(เงินจากกระแสเงินสดแฝง) เมื่อเราทำตามแผนการที่วางไว้ ของการลงทุนด้วยวิธี DSM เมื่อหุ้นเป็นขาลงเริ่มแดง ขายออกทุก 2 ช่อง ช่องละ10% ไปเรื่อย ๆ จะจนกว่าหุ้นเริ่มขึ้นจะซื้อคืนเมื่อหุ้นขึ้นจากจุดต่ำสุดมา 4 ช่อง ค่อยเข้าซื้ออันนี้หมายถึงการ “ซื้อหุ้นคืน” แต่เมื่อไรที่จะซื้อหุ้นเพิ่ม คือการเอาเงินจากกระแสเงินสดแฝงมาซื้อหุ้นเพิ่มเติม แต่อย่าลืมนะ ต้องซื้อหุ้นตัวที่เหลือน้อย หมายความว่าหุ้นตัวนี้ขายดี หรือขึ้นมามาก เปรียบเทียบได้กับเป็นกิจการที่ดี กำลังเจริญเติบโต ต้องมีการขยายงาน ถึงจะเริ่มมีการ “ซื้อหุ้นเพิ่ม”จากเงินกระแสเงินสดแฝง ถ้าให้ดีการซื้อหุ้นเพิ่มต้องซื้อหุ้นอย่างน้อย 1,000 หุ้น หรือ 200,000 บาท ซึ่งซื้อแล้วสามารถทำงานได้ทันทีจากหุ้นที่ซื้อเพิ่มขึ้นมา

แล้วเมื่อไร ถึงจะ “ซื้อหุ้นเพิ่ม” ใช้เงินจากกระแสเงินสดแฝงซื้อ มาถึงตอนนี้ทุกท่าน ต้องสร้างหลักการในการซื้อหุ้นเพิ่ม อาจเป็นหุ้นตัวเดิม หรือ หุ้นตัวใหม่ อย่างไรดี

การสร้างหลักการในการซื้อหุ้นเพิ่มนั้นนักลงทุนแต่ละท่าน อาจไม่เหมือนกันก็ได้ แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน ยกตัวอย่างเช่น หุ้น A ราคา เริ่มแรก 10.00 บาทต่อหุ้น เมื่อหุ้นเริ่มลงหรือเริ่มแดง ก็ขาย ออกตามที่วางแผนเอาไว้ นั้นคือ 9.80, 9.70, 9.60, 9.50, 9.40, 9.30, 9.20, 9.10, 9.00, 8.90…, จนลงไปเรื่อยๆ ไปถึง และเริ่มนิ่งๆ ที่ 7.00 บาท(ช่วงขาลงช่วงหนึ่ง ๆ ) แล้วมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นเริ่มกับตัวมาที่ 7.20 ก็เริ่มซื้อหุ้นคืนทั้งหมดที่ขายไป ที่ราคา7.20 บาท อันนี้เป็นการซื้อหุ้นคืน หลังจากนี้เงินที่ได้การกระแสเงินสดแฝงจากการขายและซื้อกับหุ้นตัวนี้และต้องการซื้อตัวเดิมกลับด้วย จะซื้อตรงไหนดี ให้แน่ใจว่าซื้อแล้วหุ้นขึ้นจริงๆ เปรียบเสมือนกับกิจการกำลังเจริญเติบโต และจะขยายงาน  ถ้าพูดถึงของแผนการเดิมต่ออีกหน่อย หลังจากนี้เราจะตั้งจุด short หุ้นใหม่อีก 15 ช่อง นั้นก็คือที่ราคา 7.95 บาท จะเป็นราคาที่เราจะ short หุ้นใหม่สำหรับกองหลัง  แล้วเราจะตั้งกฎตั้งเกณฑ์อย่างไรดีกว่ามันขึ้นจริงๆ จะได้ซื้อหุ้นเพิ่มสักทีเพราะต้องการขยายกิจการ แล้วแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่นตัวอย่าง จะซื้อหุ้นเพิ่มที่ขึ้นมาจากจุดที่ซื้อกับคืนมา 5 ช่อง นั้นคือ ราคา 7.45 บาท จะเป็นราคาที่เราจะ ซื้อหุ้นเพิ่ม แล้วคิดว่าหุ้นจะขึ้นต่อไป หรืออาจตั้งที่ 10 ช่อง , 15 ช่อง หรือ 20 ช่องไปเลย ก็ยังได้ เพื่อให้แน่ใจกว่า หุ้นขึ้นจริงๆ หรือกิจการกำลังดีจริงแล้วควรขยายงานต่อไป

ในการเริ่มลงทุนหุ้นวิธี DSM ลงเงินก้อนแรกไป ไม่ควรเพิ่มเงินลงทุนในพอร์ตหรือในกิจการให้เช่าหุ้น แต่อันนี้สำหรับนักลงทุนผู้ที่เริ่มต้นการลงทุนด้วยวิธีนี้เพราะเหมือนกับเราทำกิจการอะไรสักอย่างในที่นี้คือกิจการให้เช่าหุ้น ยังไม่รู้ว่ากิจการจะดีหรือเปล่า จะรอดหรือเปล่า ยังไม่ควรลงเงินเพื่อเพิ่มการลงทุนใดๆ แต่เมื่อใด ที่เราทำกิจการได้ดี มีผลตอบแทนที่ดี สามารถเพิ่มการลงทุนเพื่อขยายงานหรือกิจการได้

เพราะการลงทุนด้วยวิธี DSM เหมือนการลงทุนทั่วไป ไม่มีข้อห้ามในการเพิ่มเงินลงทุน แต่จะเพิ่มเงินลงทุนเพราะอะไร ถ้าเพิ่มเงินลงทุนเพื่อขยายกิจการ เพราะกิจการ DSM ที่ผ่านมาทำยอดได้ตามเป้า แบบนี้เพิ่มได้เลย แต่ถ้าเพิ่มเงินลงทุนเพื่ออุดปัญหาของกิจการ แบบนี้ไม่ควรเพิ่มเงินลงทุน ต้องเน้นย้ำว่าให้เพิ่มเงินลงทุนในกิจการที่กำลังเจริญเติบโตหรือเพื่อขยายกิจการเท่านั้น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘