ลดความอ้วนอย่างยั่งยืนด้วยพฤติกรรมที่ต้องบำบัดในคนอ้วน

เป็น ที่ทราบโดยทั่วว่า คนอ้วน เอวหาย มาจากติดนิสัยการกินตามใจปากทั้งปริมาณที่ทานมาก, ทานบ่อยครั้ง, ชนิดของอาหารที่ทานไม่เลือกสรรคุณภาพของอาหาร
ในที่สุดเสี่ยงภัยต่อโรคร้ายต่างๆ ตามมา นานัปการ
และ หากเราเปรียบคนอ้วนเสมือนรถยนต์ที่แต่ละวันวิ่งใช้งาน คือ (พลังงานที่ใช้ออก) ต้องมีการเติมน้ำมัน ( คือ พลังงานอาหารที่ต้องรับเข้า) แล้วหละก้อ เมื่อใดที่เราเติมน้ำมันผิดประเภท (ทานอาหารไม่เลือก) การใช้งานก็สะดุดได้ และมีการสะสมอาการไปเรื่อยๆ ในที่สุดระบบรถยนต์ก้อเสียศูนย์ได้
เฉกเช่นเดียวกันที่เรารับเข้าพลังงานอาหารมากไป ไม่จำกัด มีการใช้พลังงานออกไม่สมดุลกัน เมื่อนั้นเกิดการสะสมของการขาดความสมดุลไปเรื่อยๆ ในที่สุดร่างกายเราก็เสียศูนย์ได้เหมือนกัน จึงจำเป็นต้องได้รับการบำบัดพฤติกรรม

พฤติกรรมที่ต้องบำบัดด้านอาหารที่ทาน เพื่อลดการเสียศูนย์ในคนที่อยากรักษาสุขภาพ ต้องปรับสมดุลของอาหารที่ทาน

1. ปรับสมดุลของคาร์โบไฮเดรต
โดยปฎิบัติตามหลักการ Low GI (Low Glycemic Index) / Low GL ( Low Glycemic Load) โดยเลือกบริโภคแป้งที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ
(ต่ำกว่า 40) ในปริมาณน้อยๆ (แต่บ่อยมื้อ) ช่วยให้อยู้ท้องนาน
วิธีการนี้จะลดการหลั่งของอินซูลิน ช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้ง่ายและหลีกเลี่ยงอันตรายจากอินซูลินที่จะไป กระทบอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย,ลดการกระตุ้นการเพิ่มไขมันและยับยั้งการสลายไขมัน

2. ปรับสมดุลของกรดไขมัน
อย่าบริโภค กรดไขมันโอเมก้า 6 (จากน้ำมันพืช) มากเกินไป เพราะสัดส่วนของกรดไขมันจะเสียสมดุลไปด้วย
ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง, โรคอ้วน, โรคอักเสบเรื้อรังต่างๆ ฯลฯ
ปรับสมดุลของกรดไขมัน เพื่อสร้างสมดุลของ Prostaglandis ด้วยการบริโภคกรดไขมันโอเมก้า 3, โอเมก้า 7, โอเมก้า 9 เพิ่มขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคร้าย, ลดการอักเสบ, เพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดโคเลสเตอรอล เพิ่มการเผาผลาญไขมัน
กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 6 จะถูกนำไปสร้าง Prostaglandins 2 (PG2) มีผลให้เกิดการอักเสบ, เลือดหนืดข้น, หลอดเลือดและหลอดลมหดตัว ฯลฯ
แต่กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 จะถูกนำไปสร้าง Prostaglandins 1 และ 3 (PG1, PG3) มีผลยับยั้งการอักเสบ, ลดความข้นหนืดของเลือด, หลอดเลือดและหลอดลมขยายตัว ฯลฯ
กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 7, โอเมก้า 9 จะช่วยลด LDL โคเลสเตอรอลและเพิ่มการเผาผลาญไขมันทั่วร่างกาย

3. ปรับสมดุลของโปรตีน
เลือกรับประทาน โปรตีนคุณภาพสูง ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน เช่น Whey Protein
ถ้าทานโปรตีนคุณภาพต่ำ จะได้กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นในปริมาณมาก แต่ได้กรดอะมิโนจำเป็นในปริมาณน้อย เป็นเหตุให้ต้องทานโปรตีนเพิ่มปริมาณ
@ โดยปกติการทานโปรตีนมากเกินไป จะเกิดของเสียจากการสลายตัวของโปรตีน คือ แอมโมเนีย ร่างกายต้องเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นยูเรีย แล้วขับออกทางปัสสาวะ หากทานโปรตีนมากเกินไป อาจเกิดอันตรายได้ (โดยเฉพาะคนเป็นโรคไต)*
การทานโปรตีนคุณภาพสูง ยังมีส่วนช่วยป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ ซึ่ึ่งมีส่วนสนับสนุนการทำหน้าที่ของไทรอยด์ฮอร์โมน จึงเป็นการช่วยการลดน้ำหนักอีกส่วนหนึ่งด้วย
การทานโปรตีนคุณภาพสูง ยังจะกระตุ้นการหลั่งของฮอร์โมนกลูคากอนจากตับอ่อน
(กลูคากอน เป็นฮอร์โมนทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับอินซูลิน) ส่งผลให้มีการเร่งการสลายไขมันสะสมและยับยั้งการสร้างไขมันใหม่
ช่วยในการลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น
(โปรตีน ถือเป็นสารอาหารที่ขาดไม่ได้ จำเป็นต่อการเจริญเติบโต เสริมภูมิต้านทานและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย)

นอกจากนี้ พฤติกรรมที่ต้องบำบัด ควบคู่กับอาหาร คือ ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทั้ง 3 รูปแบบในขณะเดียวกัน

1. Cardio Exercise ออกกำลังกายให้เหนื่อยพอเหมาะ (ให้หัวใจเต้นเป็นจำนวนครั้งระหว่าง 150 ครั้งลบอายุ ถึง 190 ครั้งลบอายุ ติดต่อกัน 20 – 30 นาที) เช่น Aerobic, วิ่ง ฯลฯ สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 ครั้ง

2. Weight Training Exercise (ออกกำลังกายแบบมีแรงต้าน) เพื่อการปรับทรวดทรง เช่น ยกดัมเบล สัปดาห์อย่างน้อย 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที

3. ออกกำลังกายแบบมีแรงยืดเหยียด เช่น โยคะ, พิลาทิส สัปดาห์อย่างน้อย 3 ครั้งๆ ละ 30 นาที
หากเราควบคุมพฤติกรรมทั้งด้านอาหารและด้านการออกกำลังกายได้อย่างต่อเนื่อง จะช่วยเสริมสร้างให้หุ่นสวย สุขภาพดีได้

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘