ค้นหาบล็อกนี้

ป้ายกำกับ

มงคลที่ ๑๖ ประพฤติธรรม - เป็นมนุษย์สุดประเสริฐ


มงคลที่ ๑๖

ประพฤติธรรม
เป็นมนุษย์สุดประเสริฐ
การเจริญสมาธิภาวนาเป็นทางมาแห่งมหากุศล เป็นทางลัดของการสร้างบารมีเพื่อมุ่งตรงสู่ที่สุดแห่งธรรม ทุกครั้งที่เราได้นั่งหลับตาทำสมาธิภาวนา นำใจมาหยุดนิ่งที่ศูนย์กลางกายเป็นประจำสม่ำเสมอ ธาตุธรรมเห็นจำคิดรู้ในตัวของเรา จะได้รับการกลั่นให้ใสสะอาดบริสุทธิ์ ความบริสุทธิ์จะเป็นทางมาแห่งความสุข ความสุขที่เกิดจากใจหยุดนิ่งนี้ เป็นสิ่งที่มวลมนุษยชาติต่างปรารถนา เพราะเป็นสุขที่เสรี กว้างขวาง ไร้ขอบเขต และยังเป็นเหตุให้ขจัดกิเลสอาสวะ ชำระมลทินของใจได้อีกด้วย

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ขุททกนิกาย ธรรมบท ว่า

“กิจฺโฉ มนุสฺสปฏิลาโภ ความได้อัตภาพเป็นมนุษย์ เป็นการยาก”

หมายความว่า การได้เกิดมาเป็นมนุษย์นั้น เป็นของยากเหลือเกิน จะต้องมีกำลังบุญมากพอ ถ้ากำลังบุญน้อยๆ มาเกิดเป็นมนุษย์ไม่ได้ แต่ดูเหมือนว่า สิ่งที่ได้มาด้วยความยากลำบากนี้ เรามักใช้กันอย่างไม่ทะนุถนอม ใช้กันอย่างถล่มทลาย โดยไม่รู้คุณค่าของกายมนุษย์ ว่าสำคัญแค่ไหน เหมือนคนหาเงินมาได้ด้วยความยากลำบาก เพื่อจะได้ซื้อรถดีๆ สักคัน แต่พอได้มาแล้ว กลับไม่ดูแลรักษา ไม่ทะนุถนอม ใช้ไม่กี่ปีก็พังแล้ว ไม่คุ้มกับเงินทองที่หามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก

เมื่อเปรียบเทียบกายมนุษย์ คือ สังขารร่างกายที่เราใช้งานอยู่นี้กับกายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เดียรัจฉาน เปรต อสุรกาย กระทั่งเทวดา พรหม อรูปพรหม ผู้รู้มองเห็นว่า กายมนุษย์นี่แหละสำคัญที่สุด เป็น กายสร้างบารมี ที่สามารถสั่งสมบุญได้เต็มที่ กายทิพย์ได้แต่เสวยสุขในสุคติโลกสวรรค์ เสวยผลบุญที่บังเกิดขึ้นจากการทำความดีในสมัยที่บังเกิดเป็นมนุษย์ จะหาโอกาสสั่งสมบุญให้ยิ่งๆ ขึ้นไปก็ทำได้ยาก ได้แต่คอยอนุโมทนาบุญกับผู้อื่น พระพุทธองค์จึงได้ตรัสว่า การเกิดเป็นมนุษย์ดีที่สุดแล้ว ดังนั้น เราควรใช้อัตภาพร่างกายนี้ สั่งสมบุญให้เต็มที่ ไม่ใช่เอาไปใช้ทำอย่างอื่น ที่เป็นการเอาสิ่งที่ไม่ดีเข้ามา เช่น ดื่มสุราเมรัย สูบบุหรี่ เสพยาเสพติด ทำให้ร่างกายเสื่อมคุณภาพ เป็นรังแห่งโรค ใช้งานได้ไม่เต็มที่

นักปราชญ์บัณฑิตทั้งหลายรู้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ เมื่อทำบุญจึงปรารถนาความสมบูรณ์พร้อมในมนุษย์สมบัติด้วย เพื่อจะได้สั่งสมบุญได้เต็มที่ เพราะการเป็นเทวดา นางฟ้า เป็นนาค ยักษ์ หรือการได้กายอื่นๆ ที่ไม่ใช่กายมนุษย์ ถ้าจะพูดถึงเรื่องการสร้างบารมีแล้ว เป็นมนุษย์นี่แหละสร้างบารมีได้ดีที่สุดแม้เป็นพญานาค เสวยสุขสมบัติมากมาย เมื่อปรารภอยากสร้างบารมี ยังต้องสละสมบัติทั้งหมดในเมืองบาดาล เพื่อมาสั่งสมบุญในโลกมนุษย์ของเรา

*ในสมัยก่อน มีพญาสังขปาลนาคราช ซึ่งเป็นนาคผู้มีฤทธานุภาพมาก ปกครองอยู่ในนาคพิภพ เสวยสุขเป็นเวลายาวนาน เกิดความเบื่อหน่ายในอัตภาพของตน อยากจะบำเพ็ญบุญบารมี ปฏิบัติธรรมให้ได้บรรลุธรรมาภิสมัย เมื่อพิจารณาดูตนเองแล้ว รู้ว่าเป็นสัตว์มีลำตัวไปตามขวาง ครั้นจะปฏิบัติให้บรรลุธรรมคงเป็นไปไม่ได้ จึงหาโอกาสเพื่อกลับไปเกิดเป็นมนุษย์ ท่านตัดสินใจออกจากนาคพิภพขึ้นไปเมืองมนุษย์ นอนขดตัวล้อมจอมปลวกแห่งหนึ่งไว้ พลางอธิษฐานสมาทานอุโบสถศีล ตั้งใจรักษาศีลให้บริสุทธิ์ และตั้งความปรารถนาว่า “ผู้ใดต้องการหนังและเนื้อของเรา ก็จงเอาไปเถิด เราจะได้ละจากอัตภาพของนาคนี้เสียที”

วันหนึ่ง นายพราน ๑๖ คนพบพญานาคราชนอนนิ่งอยู่บนจอมปลวก จึงคิดกันว่า จะจับพญานาคนี้ไปเป็นอาหารอันโอชะ พญานาคเห็นพวกนายพรานถือหอกและหลาวเดินมา ก็เตือนตนเองว่า “วันนี้เราจะไม่โกรธ เพราะความปรารถนาของเราจะถึงที่สุดแล้ว แม้เราจะถูกทรมานเพียงไร ก็จะไม่ยอมลืมตาขึ้นมาเพราะความโกรธเด็ดขาด” พญานาคหลับตานิ่ง ตั้งสติมั่น ไม่หวั่นไหวในมรณภัยที่กำลังมาเยือน

ครั้นพวกนายพรานเข้ามาใกล้ ต่างช่วยกันจับหางของพญานาคให้ห้อยหัวลงบนพื้นดิน และเอาหลาวอันคมกริบแทงตามลำตัวอย่างไร้ความปรานี จากนั้นพากันเอาเชือกหวายสอดเข้าไปตามช่องที่แทง ช่วยกันเอาคาน ๘ อันหามกลับบ้าน แม้พญานาคจะถูกหลาวแทง แต่ก็พยายามอดกลั้นข่มความเจ็บปวดและความโกรธไว้

ขณะนั้น มีพ่อค้าผู้ใจบุญชื่ออาฬาระ นำเกวียน ๕๐๐ เล่ม เดินทางผ่านมาพบเห็นพวกนายพรานกำลังช่วยกันหามพญานาคไปเช่นนั้น เกิดความสงสารพญานาค จึงเอาโค ๑๖ ตัวพร้อมเงินทองทั้งหมดที่หามาได้ ขอแลกเปลี่ยนกับพญานาค เมื่อพญานาคเป็นอิสระแล้ว ได้แปลงร่างเป็นมาณพหนุ่ม มีรูปร่างสง่างาม เดินเข้ามาขอบคุณพ่อค้าด้วยความรู้สึกสำนึกในบุญคุณ และได้เชื้อเชิญพ่อค้าให้ไปเที่ยวนาคพิภพด้วยกัน

เมื่อพ่อค้าไปอยู่ในนาคพิภพ ซึ่งเป็นดินแดนมหัศจรรย์ เห็นสมบัติอันเป็นทิพย์ในวังบาดาล มีรัตนชาติหลากหลาย บริวารอีกมากมาย เป็นสถานที่น่ารื่นรมย์ มีแต่ความสะดวกสบาย จึงได้ถามพญานาคว่า “ท่านได้สมบัติอันลํ้าค่าเหล่านี้มาอย่างไร”

สังขปาลนาคราชตอบว่า “ข้าพเจ้าได้วิมานนี้มา ไม่ใช่เพราะใครเอามาให้ แต่ได้มาเพราะอำนาจบุญกุศลที่สั่งสมไว้ดีแล้ว ตั้งแต่ครั้งสมัยที่เป็นมนุษย์”
พ่อค้าถามต่อว่า “ท่านเป็นผู้มีฤทธิ์มีเดชมีอานุภาพ ทำไมถึงปล่อยให้พวกนายพรานทำร้ายโดยไม่ทำร้ายตอบ”
นาคราชว่า “ข้าพเจ้ากำลังรักษาอุโบสถศีล เพื่อจะได้ไปบังเกิดเป็นมนุษย์อีก”

พ่อค้าสงสัยว่า “ตอนนี้ท่านเป็นถึงจ้าวแห่งนาคพิภพ มีความสุขสมบูรณ์พร้อมด้วยทิพยสมบัติทุกอย่าง จะบำเพ็ญตบะไปเพื่อประโยชน์อะไรอีกเล่า”
นาคราชตอบว่า “ที่ บำเพ็ญตบะนั้น ไม่ใช่เพราะอยากได้สมบัติมากขึ้นหรอก เพียงแต่อยากกลับไปสร้างบารมีบนโลกมนุษย์ เพื่อทำตนให้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ เข้าถึงความสุขอันเป็นนิรันดร์”

พ่อค้ายังไม่กระจ่าง จึงถามอีกว่า “ที่ เมืองมนุษย์นั้นมีแต่การเบียดเบียน แก่งแย่งชิงดีกัน กลางคืนเป็นควัน กลางวันเป็นไฟ ต้องทำมาหากิน เมื่อขาดแคลนก็รบราฆ่าฟันกัน ทำไมท่านจึงเข้าใจว่า การได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ประเสริฐกว่าเป็นอย่างอื่นเล่า”
พญานาคตอบว่า “สหายเอ๋ย นอกจากมนุษยโลกแล้ว การจะสร้างบารมีให้เต็มที่นั้น เป็นไปได้ยากยิ่ง อัตภาพของข้าพเจ้านี้ แม้จะมีฤทธิ์มาก แต่ก็เป็นอภัพบุคคลเพราะเป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่สามารถปฏิบัติธรรมให้บรรลุธรรมได้ ถ้าข้าพเจ้าได้เกิดเป็นมนุษย์ จะหมั่นทำความดี ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอย่างสุดกำลัง เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง ไม่มีอัตภาพไหนที่จะสร้างบารมีได้ดียิ่งกว่านี้อีกแล้ว ขอให้ท่านมีความภาคภูมิใจในตนเองเถิด และเร่งทำความเพียร เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง”

พ่อค้าฟังเช่นนั้น บังเกิดความสลดใจ เพราะที่ผ่านมา ตนเองเป็นมนุษย์แท้ๆ แต่ไม่เคยคิดแสวงหาทางหลุดพ้นจากทุกข์ กลับใช้เวลาทั้งหมดทุ่มเทไปกับการทำมาหากิน เมื่อคิดได้ดังนี้ จึงอำลาพญานาค เดินทางออกจากเมืองบาดาล กลับสู่มนุษยโลก บวชเป็นฤๅษีอยู่ในป่าหิมพานต์ ทำกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ เข้าถึงสุขในฌานสมาบัติ ละโลกแล้ว ได้ไปเสวยสุขในสุคติสวรรค์พวกเราก็เช่นเดียวกัน เมื่อได้เกิดเป็นมนุษย์แล้ว จงอย่าประมาท การได้อัตภาพเป็นมนุษย์ ประเสริฐยิ่งกว่าการได้สมบัติจักรพรรดิ เพราะกายมนุษย์ทำให้เราได้โลกุตตรสมบัติ คือบรรลุมรรคผลนิพพาน ถ้าเราสร้างบุญเต็มที่ บุญย่อมติดตัวเราไปข้ามภพข้ามชาติ จนกว่าจะได้บรรลุจุดหมายปลายทางของชีวิต แม้ในระหว่างที่ยังเวียนว่ายตายเกิด ย่อมจะมีสุคติภูมิเป็นที่ไปเท่านั้น

ขอให้เร่งรีบสั่งสมบุญกันให้เต็มที่และสม่ำเสมอ ให้เป็นประดุจลมหายใจเข้าออก โดยเฉพาะบุญใสๆ จากการเจริญสมาธิภาวนา ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่ง เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ฉะนั้น เมื่อเราเข้าใจแล้วว่า ชีวิตมีคุณค่า จึงควรทุ่มเทชีวิตจิตใจ ฝึกฝนใจให้หยุดนิ่งทุกวัน อย่าให้การทำมาหากินมาเป็นอุปสรรค ข้อแม้ ข้ออ้าง หรือเงื่อนไข ที่ทำให้เราประมาท ให้ขยันนั่งธรรมะ เราจะได้สมปรารถนาเข้าถึงพระธรรมกายกันทุกๆ คน
พระธรรมเทศนาโดย : พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย)

*(มก.สังขปาลชาดก เล่ม ๖๑ หน้า ๖๖๙)
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page