การรับประทานอาหารแบบแอตกินส์ ผลดี ผลเสีย? เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน?

ปัจจุบันปัญหาในเรื่องของความอ้วนเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมีการวิจัยออกมาเกี่ยวกับในเรื่องของการหาวิธีลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะใช้วิธีลดคาร์โบไฮเดรต ลดไขมัน หรือวิธีอื่นๆ อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูงก็กำลังเป็นที่นิยม

มีหนังสือเล่มหนึ่งครับซึ่งเป็นของ นพ. แอตกินส์ ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1973 และได้รับความนิยมจนตีพิมพ์เรื่อยมาจนถึงปี 2002 เป็นหนังสือลดน้ำหนักเล่ม ที่มีผู้อ่านมากที่สุดในโลกเล่มหนึ่ง ( หากใครยังไม่ได้อ่าน ผมแนะนำให้อ่านเอาแนวคิดนะครับ แต่ผมไม่สนับสนุนให้ทำตาม ส่วนตัวของผมอ่านจบแล้วครับ )

อ้วน เนื่องจากว่าหนังสือเล่มนี้เป็นที่นิยม แต่ไม่มีการวิจัยมารองรับ แต่จากการศึกษาในเบื้องต้นพบว่าสามารถลดน้ำหนักได้เร็วครับประมาณ 8.3 เปอร์เซนต์ของน้ำหนักตัวใน 8 สัปดาห์

ดังนั้น จึงเป็นที่มาของงานวิจัยชิ้นนี้ครับ ซึ่งเป็นการศึกษาใช้เวลาประมาณ 1 ปี เพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์ว่าอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูง สามารถทำให้น้ำหนักลดลงได้จริงหรือไม่ และสามารถช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันเปรียบเทียบกับการควบคุมแคลอรี่แบบธรรมดาทั่วไป

อ้วน เป็นการนำอาสาสมัครจำนวน 63 ราย ( หญิง 43 คน ชาย 20 คน ) ทุกคนได้รับการตรวจร่างกาย และเจาะเลือดเพื่อวัดระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด โดยที่จะสุ่มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ว่าจะอยู่ในกลุ่มอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูง หรืออยู่ในกลุ่มควบคุมแคลอรี่แบบธรรมดา

กลุ่มอาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูง

อาสา สมัคร 33 ราย ได้รับการจำกัดปริมาณของคาร์โบไฮเดรตที่รับกประทานเข้าไปเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์แรกเหลือเพียง 20 กรัมต่อวันเท่านั้น ( ตาม Induction Phase ใน Atkins' Diet ) หลังจากนั้นค่อยๆ ตามโปรแกรมหนังสือ ( อาสาสมัครจะได้รับหนังสือ Dr. Atkins' New Diet Revolution แจกเพื่อให้ทำตามได้อย่างถูกต้อง )

กลุ่มจำกัดแคลอรี่ทั่วไป

อ้วน อาสาสมัคร 30 รายที่ได้รับการสุ่มให้เข้าโปรแกรมนี้จะได้รับการพบกับนักโภชนาการก่อนเริ่ม โปรแกรม และจะแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ ลดแคลอรี่ลงเหลือเพียง 1,200 ถึง 1,500 กิโลแคลอรี่ต่อวันสำหรับผู้หญิง และ 1,500 ถึง 1,800 กิโลแคลอรี่ในผู้ชาย โดยที่จะได้รับสัดส่วนแคลอรี่จากคาร์โบไฮเดรต 60% 25% จากไขมัน และ 15% จากโปรตีน

และได้รับการสอนให้ทำการนับแคลอรี่ ตาม The LEARN Program for Weight Management หนังสือเล่มนี้ใช้ในงานวิจัยหลายครั้งแล้วครับ และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการรับประทานอาหารที่ต่างประเทศใช้ ( แนะนำว่าควรอ่านครับ )

ผลลัพธ์

อ้วน ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูง จะลดน้ำหนักได้มากกว่ากลุ่มที่ใช้วิธีการควบคุมอาหารเป็นระยะเวลา 3 ถึง 6 เดือนแรก แต่ไม่แตกต่างชัดเจนที่ 12 เดือน

มี จำนวน 49 รายที่สามารถทำตามโปรแกรมได้จนถึงสิ้นส่วนเดือนที่ 3 และลดลงเหลือ 42 รายที่สามารถทำตามโปรแกรมจนถึงเดือนที่ 6 และเหลือ 37 รายที่สามารถทำตามโปรแกรมได้จนครบ 12 เดือน จำนวนอาสาสมัครที่ไม่สามารถทำตามโปรแกรมในช่วง 3 ถึง 6 เดือนแรกมักจะเป็นกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูงมากกว่า แต่ไม่แตกต่างกันที่ 12 เดือนในทั้งสองกลุ่ม

อ้วน ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูงจะมีคีโตนออกมาทางปัสสาวะสูงกว่าในช่วงแรก ( ถ้าได้อ่านหนังสือของ Atkins จะบอกว่าคีโตนที่ออกมาเป็นตัวชี้ว่าร่างกายใช้ไขมันในการเผาผลาญ ) แต่ไม่แตกต่างกันระหว่างทั้งสองกลุ่มภายหลังจาก 3 เดือนแล้ว

ความดันโลหิตลดลงทั้งสองกลุ่ม แต่ไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่ม ( สังเกตนะครับ ถ้าคุณลดน้ำหนักความดันโลหิตก็จะลดลงตามไปด้วย )

อ้วน ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงทั้งสองกลุ่ม แต่ไม่แตกต่างกันระหว่างกลุ่ม ( และเช่นกันครับการลดน้ำหนักช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงด้วย )

ระดับ โคเลสเตอรอลในเลือด ในช่วงแรกของกลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูงจะมีโคเลสเตอรอลสูงกว่ามากครับ แต่หลังจากสิ้นสุดที่ 12 เดือนแล้วไม่แตกต่างกัน

อ้วน ผลการทดลองนี้แสดงให้เห็นนะครับว่า กลุ่มคาร์โบไฮเดรตต่ำ น้ำหนักลด ลงเร็วกว่าในช่วง 3 ถึง 6 เดือนแรกเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป 12 เดือน ผลลัพธ์ที่ได้ไม่แตกต่างเมื่อเทียบกับใช้วิธีการควบคุมแคลอรี่ด้วยวิธีปกติ และด้วยเหตุที่ไม่แตกต่างกันที่ 12 เดือนนั้นเป็นเพราะส่วนหนึ่งน้ำหนักได้ กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง การวิจัยนี้จึงบอกว่าแผนการรับประทานอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูง แบบแอตกินส์ไม่สามารถทำได้ในระยะยาว

ความแตกต่างของน้ำหนักที่ ลดลงของทั้งสองกลุ่มในช่วง 6 เดือนแรกเนื่องจากว่าการลดปริมาณของคาร์โบไฮเดรตลง แม้ว่าจะไม่จำกัดปริมาณของโปรตีนกับไขมัน กลไกยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับเรื่องกลไกที่ส่งผลในเรื่องฮอร์โมนที่ควบคุมความหิว - อิ่ม แต่ในงานวิจัยนี้บอกว่าระดับคีโตนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้น้ำหนักลดลง เพราะข้อมูลไม่สัมพันธ์กันเลย และยิ่งไปกว่านั้นระดับคีโตนที่สูงขึ้นจะค่อยๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไปหลังจาก 6 เดือน

การลดน้ำหนักสามารถ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ว่าจะใช้วิธีการรับประทานอาหารแบบ คาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูง หรือใช้วิธีการควบคุมพลังงาน แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าการศึกษานี้ทำในช่วงระยะเวลาเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้น อาจต้องมีการศึกษาในระยะยาวเพิ่มเติมอีก

อ้วน สิ่งที่แพทย์กังวลมากที่สุดก็คือการรับประทานอาหารแบบแอตกินส์ อาหารที่ถูกควบคุมคือ คาร์โบไฮเดรต แต่จะไม่ได้ควบคุมปริมาณของโปรตีนและไขมันเลย ดังนั้นการรับประทานอาหารประเภทไขมันที่มากเกินไปนั้นจะเป็นความเสี่ยงต่อ การเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบหรือไม่? จากการศึกษานี้พบว่าปริมาณของโคเลสเตอรอลชนิด LDL จะขึ้นสูงในช่วง 3 เดือนแรกในกลุ่มที่รับประทานอาหารแบบแอตกินส์ แต่ลดลงในกลุ่มที่ควบคุมแคลอรี่ ในระยะยาวกลับไม่แตกต่างกันทั้งสองกลุ่ม

ใน ทางตรงกันข้ามครับ ปริมาณไขมันไตรกลีเซอไรด์นั้นสูงมากในกลุ่มการรับประทานอาหารแบบ คาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันได้ครับ แต่อย่างไรก็ตามผลลัพธ์นี้ยังไม่แน่นอน เนื่องมาจากการติดตามด้วยระยะเวลาที่สั้นเพียงแค่ 12 เดือน สั้นเกินกว่าที่จะบอกว่าอาหารแบบคาร์โบไฮเดรตต่ำ - โปรตีนสูงทำให้เป็นโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจมากขึ้น เพราะทำให้ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นเพียงแค่อย่างเดียว แต่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาลในเลือด โคเลสเตอรอลชนิด LDL ไม่ได้สูงขึ้นตาม ตรงกันข้ามกลับลดลงเสียด้วยซ้ำ

แต่ การวิจัยที่ผ่านๆ มาการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและใยอาหารต่ำสามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการ เกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตันได้แล้วครับ ซึ่งณ ขณะนี้ยังมีข้อมูลไม่มากพอที่จะบอกได้ครับว่าการรับประทานอาหารแบบแอตกินส์ จะได้รับผลดี ( ในเรื่องของการลดน้ำหนัก ) มากกว่าผลเสีย ( เสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบตัน ) หรือไม่

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘