บทเรียนจากสามก๊ก

บทเรียนจากสามก๊ก

มีเพื่อนส่งข้อความมาให้ในไลน์ เขาบอกว่าเป็นบทเรียนจากสามก๊ก จริงเท็จแค่ไหนไม่รู้ได้ เพราะอ่านสามก๊กตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปัจจุบันจะ 69 อยู่แล้ว จึงจำไม่ได้ว่ามีข้อความอย่างที่เขาส่งมาให้นี้อยู่ในสามก๊กหรือเปล่า อย่างไรก็ตาม หากมีอยู่จริงตอนนั้น อายุยังน้อย อ่านข้อความที่ว่านี้ คงไม่สนใจอะไรมากนัก
เคยดูรายการโทรทัศน์ที่มีผู้ซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ของสามก๊ก อ่านสามก๊กแบบเข้าถึงแก่นทางความคิดและกลยุทธ์ในการต่อสู้ของเหล่าบรรดาตัวละครในสามก๊ก ดูแล้วท่านเหล่านั้นช่างอ่านสามก๊กอย่างลึกซึ้งจริงๆ สามารถวิเคราะห์ความคิดและกลยุทธ์ในการกรำศึกห้ำหั่นกันได้อย่างละเอียด
มิน่าล่ะ มีบางคนบอกว่าใครที่อ่านสามก๊กเกินกว่า 3 จบคบไม่ได้ (ก็ไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้หรอกนะ เพราะคนที่อ่านสามก๊กหลายรอบ แม้จะได้เรียนรู้อะไรมากมาย แต่ถ้าเป็นคนดีก็คงไม่เลียนแบบตัวละครที่คิดชั่ว เหมือนคนอ่านศรีธนญชัย ถ้าหากเขาเป็นคนดี เขาก็คงไม่เจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างเลวร้ายแบบศรีธนญชัยหรอกนะ)
ข้อความที่เพื่อนส่งมาให้ ไม่ว่าจะเขียนขึ้นมาเองหรือเรื่องนี้มีอยู่ในสามก๊กจริงๆ ต้องยอมรับเลยว่า เนื้อหาแสดงให้เห็นความคิดที่แหลมคมและแยบยลมาก เพราะเขากำลังพูดถึงความชั่วร้ายของคนเป็นผู้นำ โดยนำเอาเรื่องราวของความเวลาร้ายนั้นมาเล่าให้เป็นพฤติกรรมของโจโฉ ตัวละครในสามก๊กที่เป็นผู้ร้าย ทำให้เราเห็นว่าปัญหาของบ้านเมืองเกิดจากการมีผู้นำประเทศบางคนคิดอย่างโจโฉนั่นเอง
หัวข้อของข้อความที่เขาเขียนมาก็คือ “สาเหตุที่มีข้าราชการกังฉินเต็มเมือง” โดยข้อความตามท้องเรื่องเป็นบทเรียนที่โจโฉสอนโจผีที่เป็นลูกชายเกี่ยวกับการใช้คนในการปกครองบ้านเมือง
โจโฉ : เจ้าจะปกครองบ้านเมืองแบบไหน?
โจผี : เราควรจะส่งเสริมขุนนางที่ซื่อสัตย์ ส่งเสริมคนดีให้มีอำนาจ
โจโฉ : ผิดแล้ว…เราไม่ควรส่งเสริมขุนนางที่ซื่อสัตย์
โจผี : อ้าว…ทำไมล่ะ?
โจโฉ : ขุนนางซื่อสัตย์จะทำลายเรา ความซื่อสัตย์จะทำให้ประชาชนรักเขา วันหนึ่งเขาจะเป็นอันตรายกับเรา
โจโฉ : เราต้องส่งเสริมขุนนาง “กังฉิน” ไม่ใช่ “ตงฉิน” ให้อำนาจ “กังฉิน” ดูแลบ้านเมือง
โจผี : เลี้ยงเขาให้ดี… ให้เงินทองใช้?
โจโฉ : ผิดแล้ว…จงอย่าเลี้ยงมันให้ “อิ่ม” เสืออิ่มจะไม่กัด…ให้เงินเดือนมันน้อยๆ กังฉินกินไม่พอ มันก็จะเอาอำนาจที่เราให้มัน ไปหาประโยชน์กับประชาชน เมื่อกังฉินใช้อำนาจเราหากิน มันก็จะปกป้องเรา…เราก็จะปลอดภัย (มันคงกลัวจะหมดอำนาจที่นำไปใช้ในการหากินกับประชาชน…ตรงนี้เราเติมเองนะคะ) เท่านั้นยังไม่พอ กังฉินจะมีความผิด เป็นชนักปักหลัง กังฉินคนไหนทรยศ เราก็ใช้ข้อหาที่มันฉ้อราษฎร์บังหลวงเล่นงานมัน
โจผี : แต่ทำอย่างนั้นไปนานๆ ประชาชนจะเดือดร้อนมากขึ้นๆ จะไม่ลุกมาโค่นล้มเราหรือ
โจโฉ : อย่ากลัวไปเลย…การเลี้ยงกังฉินมีวิธีการ (1) จงอย่าเลี้ยงให้อิ่ม (กลัวมันไม่ออกไปฉ้อราษฎร์บังหลวงหารายได้เพิ่ม) และ (2) จงอย่าเลี้ยงให้มันสามัคคี (อ้อ แบ่งแยกแล้วปกครอง)
โจผี : อย่าเลี้ยงให้สามัคคี ทำอย่างไร?
โจโฉ : จงให้อำนาจแก่คนที่ไม่ควรจะได้
โจผี : ทำอย่างนั้นจะได้อะไร?
โจโฉ : ได้กังฉินไว้ปราบกังฉิน…เมื่อกังฉินที่ปกครองเมืองใดทำประชาชนเดือดร้อนมากๆ มีท่าทีจะก่อความวุ่นวายลุกลามมาถึงเรา เราก็ให้อำนาจสั่งการแก่กงฉินอีกเมืองมาโค่นล้มมัน… เมื่อโค่นสำเร็จ…ประชาชนก็จะแซ่ซร้องสรรเสริญเรา…รักเราด้วยแรงนิยมที่ให้คนมาขับไล่กังฉินเก่านี่เอง กับกังฉินใหม่นั้น จะช่วยเราปกครองอย่างสงบเข้าที่เข้าทางต่อไปอีกหลายปี และเมื่อถึงเวลา…เราก็ทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ วิธีนี้เราก็จะอยู่ได้ตลอดไป
ใครนะช่างเก็บมาเล่า เพื่อนที่ส่งมาไม่ได้บอก แต่ข้าน้อยขอคาราวะว่าท่านช่วงเป็นคนที่คิดได้ลึกซึ้ง นำเสนอได้อย่างคมเฉียบและแยบยลยิ่งนัก
ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรกับเรื่องนี้คะ?

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘