ถอดเล็บ (Nail Avulsion)

ถอดเล็บ มีขั้นตอนอย่างไร

ถอดเล็บ (Nail Avulsion) คือ ขั้นตอนทางการแพทย์ที่แพทย์จะใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อดึงหรือถอดเล็บมือ หรือเล็บเท้าออกมา เนื่องจากปัจจัยทางสุขภาพที่ต้องรักษาให้หาย เช่น การเกิดเล็บขบ เล็บฉีกขาด หรือเล็บบางส่วนหลุดออกจากเนื้อเยื่อฐานเล็บ เพื่อเปิดโอกาสให้เล็บมือหรือเล็บเท้างอกขึ้นมาใหม่ตามกระบวนการทางธรรมชาติ ซึ่งเล็บมักใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการงอกขึ้นมาใหม่ แต่ในกระบวนการงอกใหม่ของเล็บไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดแต่อย่างใด
ถอดเล็บ
ทำไมต้องถอดเล็บ ?
การถอดเล็บเป็นหนึ่งในทางเลือกสำคัญสำหรับรักษาอาการเจ็บป่วยบริเวณเล็บ เนื่องจากการรักษาด้วยวิธีอื่น อาจเพิ่มความเสี่ยงให้ผู้ป่วยเจ็บปวดมากขึ้น หรือเล็บอาจผิดรูปไปอย่างถาวร
สาเหตุส่วนใหญ่ที่ผู้ป่วยมักต้องเข้ารับการถอดเล็บจากแพทย์ ได้แก่
  • เล็บขบ 
  • ประสบอุบัติเหตุจนเล็บบางส่วนหลุด หรือฉีกขาด
  • การติดเชื้อบริเวณเล็บหรือเนื้อเยื่อใต้เล็บ เช่น การติดเชื้อราจนเล็บได้รับความเสียหายมาก และแพทย์ลงความเห็นว่าผู้ป่วยควรถูกถอดเล็บ
  • เล็บหนา อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น ความผิดปกติแต่กำเนิด ป่วยด้วยโรคสะเก็ดเงิน(Psoriasis)  อายุที่เพิ่มมากขึ้น สวมใส่รองเท้าที่คับแน่นเกินไปบ่อย ๆ
ถอดเล็บ ทำอย่างไร ?
  • เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะตรวจอาการ แล้วพิจารณาว่าผู้ป่วยควรถอดเล็บหมดทั้งนิ้ว หรือตัดดึงเล็บออกเพียงบางส่วน
  • ผู้ป่วยอาจนอนหงายบนเตียงคนไข้ หรืออยู่ในท่านั่ง แล้ววางมือหรือเท้าลงในแนวราบ จากนั้น แพทย์จะให้สารละลายโพวิโดน ไอโอดีน (Povidone-Iodine Solution) หรือยาชาเพื่อระงับความรู้สึกเจ็บปวดบริเวณนิ้วที่จะถูกถอดเล็บ โดยรอประมาณ 5-10 นาทีให้ยาออกฤทธิ์ ในบางรายแพทย์อาจทายาฟีนอล (Phenol) ลงไปด้วย เพื่อป้องกันการเกิดเล็บขบซ้ำอีก
  • ในกรณีที่มีการติดเชื้อ แพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะแก่ผู้ป่วย แล้วนำหนองใต้เล็บออกก่อน
  • แพทย์อาจใช้ยางรัดบริเวณโคนนิ้วส่วนที่แห้ง แล้วบีบหรือกดข้างนิ้วในขณะถอดเล็บ เพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมาก
  • แพทย์จะล้างทำความสะอาดนิ้วอีกครั้ง ก่อนจะใช้เครื่องมือดึงถอดเล็บส่วนที่มีปัญหาออกมาจนหมด หรืออาจใช้กรรไกรผ่าตัดตัดตกแต่งเล็บส่วนที่มีปัญหาออก โดยแพทย์อาจถอดเล็บออกทั้งหมด ตัดออกเพียงบางส่วน หรืออาจเหลือโคนเล็บไว้ประมาณ 1/4 หรือ 1/5 ส่วนของเล็บทั้งหมด ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์
  • หากเนื้อเยื่อบริเวณใต้เล็บเสียหายมาก แพทย์อาจใช้เครื่องมือจี้ด้วยไฟฟ้า เพื่อกำจัดเนื้อเยื่อเหล่านั้น แล้วเช็ดออกด้วยผ้าก๊อซ จนกว่าจะเหลือเนื้อเยื่อสุขภาพดีอยู่ใต้เล็บ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับเล็บงอกใหม่
  • หลังจากนั้น แพทย์อาจทายาปฏิชีวนะในรูปครีมขี้ผึ้งเพื่อป้องกันการติดเชื้อ แล้วพันด้วยผ้าพันแผลที่สะอาดปลอดเชื้อ หากเป็นการถอดเล็บเท้า ผู้ป่วยอาจต้องสวมรองเท้าแตะ และต้องรักษาความสะอาดบริเวณบาดแผล ดูแลให้ผิวหนังบริเวณที่ถอดเล็บแห้งอยู่เสมอ รับประทานยาตามแพทย์สั่ง และมาพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อติดตามผลการรักษาต่อไป
การพักฟื้นหลังถอดเล็บ
  • ผู้ป่วยกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านได้ โดยควรเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวันเพื่อป้องกันการติดเชื้อและสิ่งสกปรกสะสมในแผล ไม่ใช้พลาสเตอร์เหนียวปิดรอบแผล เพราะกาวเหนียวของพลาสเตอร์อาจทำให้เกิดความเจ็บปวดและความเสียหายแก่แผลขณะลอกออก
  • ผู้ป่วยต้องกลับมาให้แพทย์ล้างแผลภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งแพทย์อาจใช้ยาฆ่าเชื้อ (Antiseptic) หรือสารละลายน้ำเกลือล้างทำความสะอาดแผล จากนั้น ผู้ป่วยจึงพักฟื้นได้ตามปกติ โดยระมัดระวังไม่ให้บาดแผลได้รับการกระทบกระเทือน เปียกชื้น สกปรก หรือติดเชื้อ
  • แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และยาบรรเทาปวดอย่างพาราเซตามอล ซึ่งควรใช้ยาในปริมาณที่เหมาะสมภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือบนฉลากยา และยาอื่น ๆ ในกลุ่ม NSAIDs  อย่างไอบูโพรเฟน แต่ยาชนิดนี้อาจกระทบต่อการรักษาและสุขภาพของผู้ที่กำลังใช้ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ทั้งนี้ ผู้ป่วยควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงประวัติทางการแพทย์ที่สำคัญ ประวัติการแพ้ยา รวมถึงอาการป่วยและยารักษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันด้วย เพราะการใช้ยาบางชนิดอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพได้ ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ระมัดระวังในการใช้ยาให้ถูกต้องเหมาะสม และสอบถามแพทย์เมื่อมีปัญหาหรือข้อสงสัยใด ๆ
  • ยกมือหรือเท้าที่ถอดเล็บออกให้อยู่สูงกว่าหัวใจเสมอในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังการถอดเล็บ หรือใช้หมอนรองช่วยยกอวัยวะเหล่านั้นให้สูงขึ้น เพื่อช่วยลดอาการบวมและบรรเทาความเจ็บปวด
  • ห่อน้ำแข็งด้วยถุงพลาสติกหรือผ้าขนหนู แล้วประคบรอบ ๆ บาดแผลเป็นเวลา 15-20 นาที ทุก ๆ ชั่วโมง เพื่อป้องกันเนื้อเยื่อบริเวณนั้นเสียหาย ช่วยลดอาการบวม และบรรเทาความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น
  • ไม่สวมรองเท้าที่คับแน่นจนเกินไป รองเท้าที่ไม่พอดีกับเท้า หรือถุงน่องที่รัดแน่น ควรสวมถุงเท้าผ้าฝ้ายที่มีเนื้อนุ่มสบายแทน
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่พักฟื้น ผู้ป่วยควรสังเกตตัวเอง หากมีอาการต่อไปนี้ควรรีบไปพบแพทย์
  • มีเลือดไหลออกมาจนชุ่มผ้าพันแผล
  • มีเส้นสีแดงเป็นจ้ำตามแขนหรือขา
  • มีไข้ หรือหนาวสั่น
  • แผลบวมแดง หรือมีหนองไหลออกมา
  • มีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น หรืออาการปวดไม่ทุเลาลงแม้รับประทานยาแก้ปวดไปแล้ว
  • มีข้อสงสัย ไม่สบายใจ เกี่ยวกับการป่วยและการรักษา
ข้อจำกัดของการถอดเล็บ
เมื่อถอดเล็บแล้ว ผู้ป่วยอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าเล็บจะงอกขึ้นมาใหม่ ผู้ป่วยสุขภาพดีทั่วไปอาจใช้เวลาถึง 9 เดือน กว่าเล็บมือจะงอกขึ้นมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ในขณะที่การงอกใหม่อย่างสมบูรณ์เต็มที่ของเล็บเท้าอาจใช้เวลาถึง 18 เดือน หากผู้ป่วยเป็นผู้สูงอายุหรือเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหาทางสุขภาพต่าง ๆ  การงอกใหม่ของเล็บอาจใช้เวลานานกว่านั้น ดังนั้น หากผู้ป่วยต้องเข้ารับการถอดเล็บ จึงควรวางแผนการทำงาน การเรียน หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องไว้ให้ดี เพื่อเตรียมความพร้อมในขณะที่ต้องพักฟื้นตัว
แม้การถอดเล็บจะช่วยกำจัดเล็บที่เสีย แต่ในบางกรณี การถอดเล็บก็ไม่ได้ช่วยรักษาอาการป่วยที่เป็นสาเหตุออกไปได้ทั้งหมด อย่างผู้ที่ติดเชื้อราในเล็บ เชื้อราอาจเจริญเติบโตอยู่ในผิวหนังใต้เล็บบริเวณโคนเล็บที่ลึกลงไป หรือแม้แต่ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน การถอดเล็บไม่ได้มีผลต่อการรักษาภาวะอักเสบของเล็บได้ และในบางครั้ง ผู้ป่วยอาจต้องถูกถอดเล็บซ้ำ ๆ ตามที่แพทย์พิจารณา เพื่อป้องกันและรักษาบางอาการป่วยด้วยเช่นกัน
ภาวะแทรกซ้อนของการถอดเล็บ
ผู้ป่วยควรดูแลรักษาความสะอาดและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น
  • ผื่นแพ้สัมผัส (Allergic Contact Dermatitis) อาจเกิดจากการใช้ยาทิงเจอร์หรือสารละลายเบโซอิน (Benzoin) ซึ่งมีส่วนผสมของสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นยางไม้และยางสนปนอยู่ด้วย หากผู้ป่วยแพ้สารในกรณีนี้ แพทย์อาจต้องใช้พลาสเตอร์แบบกาวปิดแผลแทน
  • การติดเชื้อแบคทีเรียทุติยภูมิ (Secondary Bacterial Infection) เป็นการติดเชื้อที่เกิดขึ้นหลัง หรือระหว่างการรักษาการติดเชื้อที่เป็นเหตุทำให้ต้องถอดเล็บในตอนแรก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ปัญหาและเฉลยธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันพฤหัสบดี ที่ ๑๖ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวินัยบัญญัติ นักธรรมชั้นเอก สอบในสนามหลวง พ.ศ. ๒๕๔๓ วันเสาร์ ที่ ๑๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๓

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม นักธรรมชั้นโท สอบในสนามหลวง วันเสาร์ ที่ ๑๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘