ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

วิธีการลงทุนแบบง่ายๆ ให้เอาชนะเงินเฟ้อ

ย้อนความกลับไปก่อน ผมเองก็เป็นคนหนึ่ง ที่เคยเล่นทั้งหุ้น ทั้ง TFEX ซึ่งเสียเงินไปหลายหมื่นเลยล่ะ หลังจากนั้นมา ผมก็เริ่มก้าวไปสู่วังวนมนุษย์เงินเดือน ทำให้เวลาในการติดตามเรื่องพวกนี้ ก็น้อยลงไป เงินเก็บที่มี 95% อยู่กองทุนตราสารหนี้ซะหมด ไม่ได้ตามอีกเลย
ต่อ มา เมื่อปี 2013 ผมก็หาวิธี จะทำอย่างไรนะ ที่เราได้กำไรจากตลาดหุ้น โดยที่ไม่ได้ทำอะไรมากเลย ขอแค่ ได้มากกว่าอัตราเงินเฟ้อเท่านั้นก็พอแล้ว โดยมีข้อกำหนดคือ ต้องเสียเวลาให้มันน้อย, มีเวลาดูมันแค่วันละครั้ง หรือสองครั้ง ครั้งละ 1-2 นาทีพอ ไม่ต้องวิเคราะห์กราฟเทคนิค ไม่ต้องติดตามข่าว เรียกได้ว่า แทบไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ให้ได้กำไรมากกว่าตราสารหนี้ และ เงินเฟ้อ เท่านั้นก็พอแล้ว
ผมใช้การ back to basic เพราะว่า จะได้กำไรจากหุ้น เราต้องซื้อถูก ขายแพง แค่นี้เองครับ ผมเลยตั้งข้อกำหนดในทฤษฏีนี้ง่ายๆว่า

กฏเหล็ก

  • เมื่อหุ้นลงมากกว่า หรือเท่ากับ 1 % ขึ้นไป ให้ซื้อ ถ้าลงอีก ก็ซื้ออีก ซื้อตามไปเรื่อยๆ ทุกๆ 1% ที่ลงไป
  • เมื่อหุ้นขึ้น ทุกๆ 1 % จากจุดที่เราซื้อ หรือมากกว่าให้ขาย
  • ทั้งการซื้อ และการขาย ต้องเป็นจำนวนเงินที่เท่ากันเสมอๆ (เรียกว่าเป็น 1 ไม้)
แค่นี้ครับ ทฤษฏีผม จำไม่ยาก ทำไม่ยาก ใช้หลักการแค่นี้แหล่ะ เพราะอย่างที่บอก ผมต้องการความเรียบง่ายที่สุดเพราะไม่มีเวลาดูและจัดการมันครับ แต่ก็ได้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ
ในช่วงที่ผมเริ่ม ทฤษฏีนี้ 6เดือนแรก หุ้นเป็นขาลง -15% (ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่) แต่ว่า port ของผม -7% ด้วยเงินที่ลงทุนตอนนั้นประมาณ 75K แต่ว่า สถานะตอนนี้ ผ่านไป 10เดือน หุ้นยังคง -13% แต่ port ผม +3.6% แล้วครับ ด้วยเงินทุนที่คงค้างอยู่ตอนนี้ประมาณ 40K คือถ้าผมตัดสินใจจะ exit ตอนนี้เลยก็ได้กำไรเท่านี้ครับ แต่ถ้าผมยังทำตามระบบต่อไป ก็ยังคงได้กำไรเพิ่มเรื่อยๆตามเวลา และความผันผวนที่ผ่านไป
ส่วนเครื่องมือ ผมก็คือ google docs ที่เป็น spreadsheet ครับ เพราะว่าสามารถเปิดดูจากที่ไหนก็ได้ แต่ถ้าไม่สะดวก จะเริ่มต้นจากสมุดจด ก็ไม่เลวนักครับ โดยสิ่งที่ต้องจดที่สำคัญที่สุด ก็คือ ราคาที่ซื้อ กับ ราคาที่ขาย สองอย่างเท่านั้น เพราะเราต้องใช้มันหักล้างกัน เพื่อหาช่องว่าง 1% ตามทฤษฏีครับ เรียบง่ายมั้ยครับ (แต่จะจดมากกว่านี้ก็ไม่ได้ห้ามนะ ผมจดค่าอื่นอีกหลายค่าเพื่อใช้ในการคำนวนย้อนหลังเปรียบเทียบคิดคำนวนแบบ real time ด้วย)
บางคนอาจจะสงสัยว่า 1% มันจะเอาชนะเงินเฟ้อได้อย่างไร คำตอบคือ เอากำไรครั้งละ 1% ถ้าเราทำได้ 20ครั้งต่อปี นั้นก็เท่ากับ เราได้กำไร 20% เลยนะครับ ต่อให้หักค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ครึ่งนึง ก็ยังคงได้ 10% ต่อปีอยู่ดี ในแบบที่ไม่มีตราสารไหนให้ได้
เหมือนซื้อเฉลี่ยขาลงหรือเปล่า? คล้ายแต่ไม่เหมือน เพราะการซื้อเฉลี่ยขาลง เป้าหมายคือการดึงต้นทุนเฉลี่ยให้ต่ำลงมาเรื่อยๆ เพื่อทีวันที่มันมีราคาสูงกว่าต้นทุนเฉลี่ยก็จะได้กำไร ซึ่งถ้ามันลงไป แล้วไม่เคยกลับมาที่เราเดิมที่เริ่มซื้ออีกเลย เราจะติดหุ้นตลอดไป แต่ว่า แบบของผม เราไม่สนใจต้นทุนเฉลี่ยเลย สนแค่ลงซื้อ ขึ้นขายเท่านั้น ราคาเท่าไรไม่สน แล้วไม่นาน กำไรมันจะไปทบกลับเข้าในต้นทุน ทำให้เราสามารถ exit ออกจากหุ้นได้โดยไม่ขาดทุน แม้ว่าราคาไม่เคยกลับไปจุดเดิมเลยก็ตาม

มันใช้เงินเยอะมั้ย

อัน นี้ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์แต่ละท่าน แต่ถ้าให้ผมแนะนำ เริ่มต้น ควรสำรองเอาไว้ 60K นะครับ แต่ว่าจะใช้จริงน่าจะประมาณ 30K ครับ ในแต่ละรอบ จริงๆมันขึ้นอยู่กับการป้องกันความเสี่ยง และการลงลึกของหุ้น ยิ่งลงเยอะ เงินยิ่งลงเยอะครับ แต่ถ้าเรามี limit และระเบียบวินัยก็ไม่ต้องกลัวครับ

ความเสี่ยงเป็นอย่างไร

ผม ถือว่าต่ำ กว่าการซื้อขายหุ้นตามปกติ เพราะการซื้อขายหุ้น ตามปกติ ถ้าเราเสียเวลาดูมันแต่วันละ 1-2 นาที วันละ 1-2 ครั้งนั่นมันคือการที่เสี่ยงมากๆครับ เพราะว่าเราจะรู้เรื่องของมันน้อยเกินไป แต่ว่าแบบของผม ขอเพียงคุณทำตามระบบ ไม่โลภมาก ยังไงก็ได้กำไรในเวลา1-2 ปีครับ แม้ว่าจะเป็นช่วงหุ้นลงมาเรื่อยๆก็ตาม ก็ยังกำไร หรือถ้าไม่กำไรแต่อย่างน้อยก็ติดลบน้อยกว่าตลาดครับ ถ้าจะ exit ก็ยังทำใจได้ง่ายกว่าด้วย

มันคือการซื้อเฉลี่ยขาลงใช่หรือเปล่า

จริงๆ ทฤษฏีนี้ของผม มันคล้ายกับการซื้อเฉลี่ยขาลงครับ แต่ว่ามันไม่ใช่ เพราะว่าผมตรวจสอบเมื่อสักครู่ จาก port ของผม ถ้าเป็นการซื้อเฉลี่ยขาลง ผมจะถือต้นทุนที่ 945 จุด(เป็นดัชนี set50 ครับ) ในขณะที่เมื่อวาน set50 ปิดที่ 928 จุด นั่นแปลว่า ผมยังไม่ได้กำไรครับ ยังคงขาดทุนอยู่ แถมเงินยังจมอีกมหาศาลด้วย แต่อย่างที่บอก ตอนนี้ เงินผมลงทุนไปเพียง 40K เท่านั้น และ port ยังมีสถานะ +3.6% อีกด้วย แน่นอนครับมันไม่ใช่การซื้อเฉลี่ยขาลง และการซื้อเฉลี่ยขาลงก็ไม่ใช่ทางที่ถูกซะด้วย ลองหาข้อมูลใน internet ดูก็จะทราบว่าเพราะอะไรครับ ผมไม่กล่าวในที่นี้แล้วกัน

ทำไมต้อง 1%

หลัง จากที่ผมนั่งคิดนอนคิด ผมก็พบว่า ถ้าเราขยายช่วงให้กว้างมากกว่านี้ จะทำให้สภาพคล่องของเราต่ำลงไป ถ้าวันไหน ที่หุ้น ขยับเป็น side way ที่ช่วงแคบน้อยกว่า ช่วงที่เรากำหนดไว้ เราก็จะเสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย เพราะยังไม่ใช่จังหวะเข้าซื้อ หรือ ขายออกตามระบบที่เราตั้งเอาไว้นั่นเองครับ โดยในตอนนี้ ผมยังพบว่า 1% ยังค่อนข้างเหมาะ แต่ว่า จะมีข้อกรณียกเว้นคือ กรณีที่ตลาดขึ้นหรือลงแบบแรงๆมากๆ เราต้องปรับระบบเราด้วย แต่ช่วง เกือบปีที่ผ่านมาตลาดยังไม่ได้เป็นไปในแบบนั้นครับ
แต่ถ้าเรากำหนด ช่วงกว้างแค่ 0.5% ถ้าหุ้นเข้าสู่ช่วงลงแบบระยะยาว เราจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมากขึ้น เพราะว่า เราต้องตามซื้อแบบถี่มากๆ และเราต้องเสียเวลาดูมากขึ้นด้วย อีกอย่าง ผมว่ามันคำนวนยากครับ เช่น หุ้น 983 จุด จุดต่อไปของ 0.5% คือเท่าไร? แต่ถ้าเป็น 1% ผมก็มองง่ายๆว่า มันจะต้องลดลงอีก 9.83 จุด หรือ 983-9.83 จุด ประมาณนี้ครับ มองง่ายกว่าเยอะ

ถ้าจะเอากำไรมากๆได้หรือเปล่า

ถ้าอยาก ได้กำไรมากให้ขยายวงเงินการลงทุนครับ ตอนที่ผมทดสอบนี้ ผมใช้หลักการซื้อ/ขาย ไม้ละ 5,000 บาท ถ้า 1% ของ 5,000 บาทก็คือ 50บาทครับ ถ้าทำได้ 10ครั้ง ก็คือ 500 หรือ 10% แล้วครับ ถ้าอยากได้กำไรมากกว่านี้ ก็ต้องเพิ่มวงเงิน เช่น ไม้ละ 10K ดังนั้น ทำได้ 10 ครั้งก็คือ 1000 บาทแล้วครับ ขอแค่ทำตามระบบนะครับ สำคัญมากกกกกกก ย้ำอีกที

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าความโลภเข้าครอบงำ

มี หลายครั้งครับ ที่ความโลภเข้าครอบงำ ไม่ทำตามระบบ สิ่งที่พบชัดๆเลย คือ ติดหุ้นครับ ขายก็ไม่กล้าขาย ซื้อก็ไม่กล้าซื้อ เพราะจะซื้อ ก็กลัวจะลง จะขายก็กลัวจะขายหมู ท้ายที่สุด ระบบรวน ผมก็ต้องตัดสินใจกลับมาทำตามระบบตามเดิม เพราะมันตัดสินใจให้เราไปก่อนแล้ว ดังนั้น การทำตามอย่างเคร่งครัดคือสิ่งที่ควรทำที่สุด เพราะเราไม่ต้องคิด ไม่ต้องพิจารณาอะไรมาก ระบบมันบอกเราหมด

อยากรวยด้วยวิธีการนี้ ได้มั้ย

ย้อน กลับไปข้างต้น วิธีการนี้ ไม่ทำให้ท่านรวย เพราะมันเข้ากฏที่ว่า high risk high return แต่ว่า วิธีการนี้ low risk ดังนั้นจึง low return ด้วยเช่นกัน แต่สำหรับผม ผมพอใจแล้วครับ

ถ้าบอกว่า ขาลงทำกำไรได้ แปลว่า จะมีจุดอ่อน ที่หุ้นเป็นขาขึ้นใช่หรือไม่

ผม ถามกลับสั้นๆครับ ว่ากลัวหุ้นขึ้น หรือ กลัวหุ้นลง? ถ้าแนวทางที่ผมทำ หุ้นลง ก็ยังไม่กลัว แล้วหุ้นขึ้น จะกลัวอะไรครับ เพียงแต่ ต้องยอมรับว่ามีจุดอ่อน คือ เมื่อตอนที่เริ่มต้นระบบช่วงแรกๆ ถ้าหุ้นเป็นขาขึ้น จะทำให้ได้กำไรจากระบบค่อนข้างน้อย เพราะเราลงเงินไปน้อย หุ้นก็ขึ้นไปซะก่อนแล้ว แต่ลองคิดง่ายๆครับ เล่นครั้งสองครั้งแรกก็กำไรแล้ว ไม่ดีเหรอครับ? สรุป ยังไงก็ win ครับ
ท้าย นี้ ต้องบอกว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียด ละเอียด ก่อนคิดจะทำตามหลายๆครั้งนะครับ ผมไม่ได้มาชี้บอกว่าให้ทำตาม แต่ผมทำเองแล้วมัน work ก็เลยมาบอกต่อโดยไม่ได้อะไร (เสียเวลาในการเรียบเรียง นั่งพิมพ์อีกต่างหาก) และผมไม่อนุญาตให้ใครเอาไปดัดแปลงเพื่อเผยแพร่ต่อ เพราะว่าผมกลัวว่าจะเพี้ยนไปจากสิ่งที่ผมคิด และท้ายที่สุดอาจจะล้มเหลวได้ครับ ถ้าจะพูดคุยกัน ก็ขอให้อยู่ในพื้นที่ ที่นี่เท่านั้นครับ เพราะถ้ามีข้อผิดพลาด ก็จะได้ช่วยกันปรับปรุงแก้ไขได้ทันท่วงทีครับ
บทความต่อไป ผมจะเล่าลงรายละเอียดแล้วครับ ว่าผมเลือกลงทุนในไหน ลงทุนเท่าไร ไม้ละกี่บาท เท่านั้นยังไม่พอ ผมจะเอาประวัติการซื้อขายของผม ตั้งแต่ครั้งแรก จนถึงปัจจุบันมาลงให้เห็นด้วย ว่าผมซื้อขายวันไหนบ้าง กี่ไม้ ได้กำไรมาแล้วเท่าไร ตอนนี้สถานะ port เป็นอย่างไร เรียกได้ว่าเป็นเลขจริงๆ ของจริง เงินจริง ตลาดจริง จริงทุกอย่างครับ เพื่อให้ทุกท่าน ใช้การพิจารณานำไปใช้ได้เลย
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page