ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

เบื้องหลัง DSI ใครบงการ??? เทียบเคียงพุทธกาล "พระนางมาคันทิยาและพระนางสามาวดี แค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด"

เปิดเผยความจริงวันนี้...
สถานการณ์พระพุทธศาสนา
ที่เป็นไปขณะนี้...มีเงื่อนงำ!!!???


สถานการณ์พระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้น
ที่มัวหมองในปัจจุบันนี้ 


หลายท่านคิดขึ้นมาว่า "ทำไมพระเป็นอย่างนั้นอย่างนี้" 

อย่า...อย่าเพิ่งคิด อย่างนั้น???

ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ล้วนไม่มีอะไรบังเอิญหรอก
มันมีกระบวนการของมัน

DSI , พระ....เสรี , ข่าวนั่นนี่โน่น พระในประเทศไทยไม่น่าศรัทธา

อ้าวแล้วทำไมมีพระ...ออกมาว่าพระด้วยล่ะ!!??

น่าคิด...เพราะเหตุการณ์อย่างนี้ มันเคยเกิดมาแล้ว ในพุทธกาล
ประวัติศาสตร์บันทึกเรื่องราวไว้ในพระไตรปิฎก 
จึงขอหยิบยกมาเฉพาะบางตอน ..เพราะถ้าเล่ายาว มันยิ่งกว่าละคร

เรื่องพระนางมาคันทิยาและพระนางสามาวดี  แค้นที่ไม่มีวันสิ้นสุด...

เรื่องราวเกิด ขึ้นตั้งแต่ พระนางมาคันทิยา สาวงามที่พ่อแม่หวังหาผู้ควรคู่ แล้วผู้นั้นคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เมื่อพระองค์เจอนางกลับกล่าวว่า 

“ดูก่อนท่านพราหมณ์ เมื่อตถาคตตรัสรู้ใหม่ ๆ 
ธิดามาร 3 คน ซึ่งมีร่างกายเป็นทิพย์สวย
งามกว่าลูกสาวของท่านหลายเท่านัก มาประเล้าประโลมเรา
ที่โคนต้นอชปาลนิโครธ เรายังไม่สนใจไม่พอใจ 
เหตุไฉนจะมาพอใจยินดีในลูกสาวของท่านที่ร่างกาย
เต็มไปด้วยมูตรและกรีส (ปัสสาวะและอุจจาระ) 
ถ้าเท้าของเราเปื้อนฝุ่นธุลีมา และลูกสาวของท่าน
เป็นผ้าเช็ดเท้า เรายังไม่ปรารถนา
จะถูกต้องลูกสาวของท่านแม้ด้วยเท้าเลย”




พ่อแม่นางมาคันทิยา นำลูกสาวไปให้พระพุทธองค์ แต่ไม่ทรงรับ


นางมาคันทิยาโกรธแค้นพุทธองค์มาก 
คิดว่าวันหนึ่งต้องแก้แค้น
จากนั้น..เมื่อนางได้เป็นมเหสีของพระเจ้าอุเทน 
ก็จ้างคนไปด่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 
แต่ก็ได้แค่ 7 วันเท่านั้น เพราะปกติธรรมดา
อธิกรณ์เกิดขึ้นแก่พระพุทธเจ้าทั้งหลายแล้ว
ย่อมไม่เกิน 7 วัน ก็จะสงบระงับไปเอง 

ต่อมา...พระนางมาคันทิยาก็ไปลงความแค้นฝังหุ่นนี้
ที่พระนางสามาวดีแทน... 
ช่างเหมือนเหตุการณ์ปัจจุบันมาก...แค้นอีกคนมาก 
หาทางกลั่นแกล้งทุกอย่าง แต่คนดีจริง แกล้งยังไง
ก็รอดทุกครั้ง ...เลยหาทางไปลงที่ข้างเคียงแทน
พระนางสามาวดี ผู้มีเมตตา...เหยื่อเคราะห์ร้ายคนต่อไป

เมื่อได้จังหวะ...ก็ใส่ร้ายเลย แต่วางแผนอย่างดี
ครั้งแรกเรื่องไก่...ครั้งแรกเรื่องไก่.. โดยให้นำไก่เป็นๆ
ไปให้พระนางสามาวดี ซึ่งเป็นผู้บรรลุโสดาบันแล้ว 
โดยปกติจะไม่ฆ่าสัตว์ พระนางเมื่อได้รับไก่เป็นๆ มา
จึงไม่อาจทำแกงไก่ถวายพระเจ้าอุเทนได้

ต่อมา...เมื่อพระนางสามาวดีจะถวายภัตตาหาร
แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนางมาคันทิยาล่วงรู้ 
จึงเริ่มแผนร้ายจัดฉากอีกครั้ง โดยได้ให้อำมาตย์
ฆ่าไก่จำนวน 8 ตัวแล้วส่งไปให้พระนางสามาวดีทำแกงไก่ 
เพื่อถวายพระพุทธองค์ ครั้งนี้พระนางได้หลงกล
จากการจัดฉากนั้น และนางมาคันทิยาได้นำเรื่องราวนั้น
กลับมาฟ้องพระเจ้าอุเทนว่า พระนางสามาวดีไม่รักพระเจ้าอุเทน
พอบอกว่าจะถวายพระพุทธเจ้า กลับรีบแกงไก่ให้ทันที
โชคดีครั้งนี้พระนางสามาวดีรอดชีวิต 
เพราะพระเจ้าอุเทนไม่คิดมาก

ต่อมาเรื่องงูอีก...พระนางมาคันทิยานี่ 
ถ้าอีกฝ่ายไม่ตายไม่หายแค้น ว่าแล้วเอางูพิษไปใส่
ในดอกไม้ ซ่อนใต้พิณ ขณะพระนางสามาวดี
กับสาวใช้ 500 กำลังปรนนิบัติพระเจ้าอุเทน ก็เปิดผ้า
งูพิษพุ่งใส่พระเจ้าอุเทนเกือบไม่รอด...ที่แน่ๆ โกรธกริ้วสุดๆ
เลยจะประหารพระนางสามาวดีกับคนใช้ด้วยตัวเอง

ขณะเงื้อธนูยิงไป พระนางสามาวดีก็แผ่เมตตา ลูกศรนั้น
ย้อนกลับไป ยิงไม่ได้ พระเจ้าอุเทนแจ่มแจ้งจิตถึงกับตรัสว่า
"ลูกศรนี้แม้จะไม่มีชีวิตจิตใจ แต่ก็ยังรู้จักคุณของ
พระนางสามาวดี เราเสียอีกแม้เป็นมนุษย์

กลับไม่รู้คุณของพระนาง”

คู่แค้นไม่ตาย...ใช้แผนสุดท้ายเลยแล้วกัน
เกลี่ยกล่อมให้พระนางสามาวดีเข้าไปในบ้านพร้อมสาวใช้500
เอาน้ำมันราดเสาทุกต้น จุดไฟเผาเรือน เป็นกรรมเก่า
ของพระนางสามาวดีที่เคยทำร่วมกับสาวใช้ 
จุดไฟเผาพระปัจเจกพุทธเจ้า สุดท้ายพระนางแผ่เมตตาก่อนตาย

แน่นอนว่า...เบื้องหลังของทุกสิ่งย่อมมีแน่
เพราะใครจะจงใจใส่ร้ายอีกฝ่ายอย่างนี้
แค้นฝังหุ่น ฝังใจ...ต้องล้มอีกฝ่ายจนตาย
สุดท้าย...พระนางมาคันทิยาก็ไม่ได้ตายดี

ถูกพระเจ้าอุเทนลงโทษด้วยการขุดหลุมใหญ่
เอาญาติพร้อมพระนางลงไป จุดไฟเผา
แต่สำหรับพระนางมาคันทิยา ก่อนจะตายถูกเฉือนเนื้อมาย่างไฟ
ตายด้วยความทรมาน..แต่ก็ยังไม่สำนึก
ธรณีสูบพระนางมาคันทิยาผู้อาฆาต แม้ฉากสุดท้าย
สมเป็นนางร้ายจริงๆ






ไฟได้เผาไหม้...ธรณีสูบ ...คนสวยอย่างพระนางมาคันทิยา
ตายไปด้วยความแค้นที่เจ็บปวด 

จากพุทธกาล...เชื่อมโยงสู่ยุคปัจจุบัน
ความอาฆาต อกตัญญูไม่รู้คุณ หวังผลประโยชน์หรือสิ่งใดก็ตาม
นำมาซึ่งการทำลายทุกวิถีทาง ...เพียงหวังให้อีกฝ่ายต้องมลาย

ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด...ทั้งใส่ร้าย ทั้งกุเรื่องสร้างข่าวเท็จ
อย่าคิดว่าสวรรค์จะไม่มีตา...ฟ้าจะไม่มีใจ...
กฎแห่งกรรมใครเลยจะหนีพ้น

คนดีจริง...ตายไปก็ได้ดี
คนชั่วนี่สิ..ตายไปคนสาปแช่ง
แต่ถ้ายังไม่ตาย...ก็อย่าหวังว่าจะอยู่ด้วยความสุขสบายใจเลย

แค้นส่วนแค้น...บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป
กรรมที่ท่านทำกับพระสงฆ์และผู้บริสุทธิ์!!!!
ผลย่อมปรากฎแก่ตัวท่านเอง...กลับตัวไม่ได้
ก็รอวันที่โดนตัดสินคดีความ ที่ยมโลกเลยแล้วกัน!!!!

                                                                               Cr.Angkanarak


ไม่นาน...ความชั่วปรากฎ
ความจริงหนีไม่พ้น
กฎหมายช่วยไม่ได้
รอกฎแห่งกรรมพิพากษาก็แล้วกัน!!!
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page