ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

ภิกษุใดรู้อยู่ รื้อฟื้นอธิกรณ์ที่ทำเสร็จแล้วตามธรรม เพื่อพิจารณาใหม่ ต้องอาบัติปาจิตตีย์


กรณีข้อกล่าวหาหลวงพ่อธัมมชโย เป็นที่สิ้นสุดแล้ว รื้อฟื้นไม่ได้ ตามขั้นตอนดังนี้
๐ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2542 คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ เสนอรายงานกรณีวัดพระธรรมกายผ่านสมเด็จพระสังฆราชเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการ มหาเถรสมาคมครั้งที่ 9 / 2542 เกี่ยวกับเรื่อง
1.คำสอน
2.การถือครองที่ดิน
3.การเงิน
โดยมหาเถรสมาคม มีมติมอบเรื่องให้เจ้าคณะภาค 1 พิจารณาดำเนินการ
๐ ต่อมาวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2542 การประชุมครั้งที่ 10 / 2542 เจ้าคณะภาค 1 ดำเนินการไต่สวนแล้วสรุปเป็นข้อแนะนำ 4 ข้อ และเสนอกลับไปให้มหาเถรสมาคมพิจารณาอีกครั้ง
๐ จากนั้น........มหาเถรสมาคมโดยมีสมเด็จพระสังฆราชเป็นประธาน........ได้มี มติที่ 101 / 2542 ให้กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปนำข้อแนะนำ 4 ข้อของเจ้าคณะภาค 1 ไปศึกษาพิจารณาให้รอบคอบและทำบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรเสนอพิจารณาอีกครั้ง
๐ ในที่สุด เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2542 .........ที่ประชุมมหาเถรสมาคมโดยมี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน.........ได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้วมีมติที่ 101 / 1 / 2542 ว่า ข้อแนะนำ 4 ประการของเจ้าคณะภาค 1 นั้นชอบแล้ว และเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายก็ได้ทำหนังสือน้อมรับปฏิบัติแล้ว
๐ ดังนั้น โดยพระธรรมวินัย ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อธิกรณ์กรณี พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ หลวงพ่อธัมมชโย เป็นอันสิ้นสุดยุติระงับแล้ว รื้อฟื้นอีกไม่ได้
๐ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ อุกโกฏนสิกขาบท ในพระวินัยปิฎก ความว่า
“ ภิกษุใดรู้อยู่ รื้อฟื้นอธิกรณ์ที่ทำเสร็จแล้วตามธรรม เพื่อพิจารณาใหม่ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ”

หลวงพ่อธัมมชโยบริสุทธิ์ ไม่ได้ยักยอกที่ดินของวัดพระธรรมกาย เจ้าของที่ดินทุกคนเป็นพยานในศาลยืนยันว่า "ถวายที่ดินเป็นการส่วนตัว" หลวงพ่อ"มอบให้"มอบที่ดินของท่านให้วัด ไม่ใช่"คืนให้"วัดอย่างที่หลายคนเข้าใจผิดๆค่ะ
เรื่องก็จบไปตั้งนานแล้ว ใครยังเข้าใจผิดขอให้ทำความเข้าใจใหม่ให้ถูกต้องด้วยค่ะ
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page