ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

มองยังไงก็ไม่เข้าข่ายฟอกเงิน-รับของโจร!




มองยังไงก็ไม่เข้าข่ายฟอกเงิน-รับของโจร!

กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ โดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ที่มีความพยายามจากบางฝ่ายในการเชื่อมโยงมาถึงเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้น อันที่จริงไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหากอธิบายตามหลักกฎหมายบ้านๆ จะได้ว่า

1. นายศุภชัย คือนักธุรกิจคนหนึ่งที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ และเลื่อมใสในศาสนาพุทธ รวมถึงวัดพระธรรมกาย ครั้งจะบอกว่าเป็นศิษย์เอกหรือเจ้าภาพใหญ่สุดของวัด ก็คงตอบเลยว่าไม่ใช่แน่ๆ ฉะนั้น จงหยุดความคิดว่า ทางวัดจะบงการให้นายศุภชัยไปทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างที่คนบางกลุ่มกำลังสร้าง วาทกรรม

2. ที่ผ่านมานายศุภชัย บริจาคองค์กรการกุศลต่างๆในประเทศไทยมากมาย รวมถึงบุคคลสำคัญระดับสูง ถ้าวัดพระธรรมกายถูกเอาผิดเพราะรับเงินจากนายศุภชัย ผู้ที่รับบริจาครายอื่นๆ ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่

3. และหากพิจาณาตามหลักการฟอกเงิน-รับของโจรแบบบ้านๆ จะได้ว่า

3.1 เจ้าอาวาสฯรับบริจาคโดยเปิดเผย ซึ่งท่านยืนยันมาตลอดว่า “ไม่ทราบที่มาของเงิน” ฉะนั้น เมื่อสืบเจตนาแล้ว ตามหลัก คือ “ไม่ผิด” ..จบ1! (แต่ถ้าผู้กล่าวหาจะเอาผิดให้ได้ จะต้องหาพยานหลักฐานมายืนยันให้แน่นหนา)

3.2 นายศุภชัย กล่าวว่า เงินที่นำมาบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย เป็น “เงินยืมจากสหกรณ์” และได้ “คืน” สหกรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว “ทำถูกต้องตามหลักบัญชี” ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ2!

3.3 หลักกฎหมายฟอกเงิน-รับของโจรอีกอย่าง ระบุว่า ถ้า “มีมูลหนี้ต่อกัน” ก็จะไม่เข้าข่าย แปลง่ายๆคือ มีธุรกรรม/ธุรกิจ/เป็นเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ก็ไม่ใช่การรับของโจร-ฟอกเงิน เช่น นายศุภชัย เป็นหนี้นายโชค แล้วจ่ายเช็คให้นายโชค ตรงนี้นายโชคไม่ผิด.. เช่นกัน กรณีวัดพระธรรมกาย นายศุภชัย ประกาศเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการว่า จะรับเป็นเจ้าภาพสร้างศาสนาสถาน ซึ่งเป็นการบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์และการรับบริจาค “เป็นนิติกรรมสัญญา” ซึ่งมี “มูลหนี้ที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย” ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ3!

3.4 ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์ฯ ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วเรื่องราวภายในสหกรณ์มิได้เกี่ยวข้องกับทางวัด สหกรณ์ไม่ได้ล่มเพราะนายศุภชัยขนเงินบริจาควัด เนื่องจากบริจาคเพียงหลักร้อยล้าน แต่ที่ประเมินความเสียหายคือหมื่นล้าน แต่ด้วยความใจบุญของคณะลูกศิษย์วัด จึงระดมเงินกันช่วยเหลือเยียวยาสหกรณ์ฯ กว่า 600 ล้าน ซึ่งทางสหกรณ์ทำหนังสือขอบคุณและตกลงกันในชั้นศาลแล้วว่า ไม่มีเหตุต้องดำเนินคดีกับทางวัดและเจ้าอาวาส “จึงถอนฟ้อง” รวมทั้ง ทางสหกรณ์ยังส่งหนังสือไปยัง ดีเอสไอ และ ปปง.ถึงความไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอีกต่อไป ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ4!

3.5 ก่อนหน้านี้ ทีมกฎหมายวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจหน้าที่มาตั้งข้อหารับของโจรหรือฟอกเงิน กับบุคคลที่นอกเหนือการระบุชื่อจากพนักงานอัยการ.. ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ5!
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page