ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

จี้ตรงจุด! เงินอุดหนุน 300 ล้าน อำนาจอำมหิตพิษภัยห้องกระจก

 

ห้องกระจก วัดบวรฯ

พระลิขิต- เงินอุดหนุนสังฆราช 300 ล้านบาท

ภูเขาไฟที่รอการปะทุ

-----------------------------------------

หลังจากที่ได้ Debate เรื่อง
"เงินอุดหนุนสมเด็จพระสังฆราช"
กับพุทธอิสระทางโพสต์ไปวันก่อน
ผมคิดว่าก็น่าจะสร้างความกระจ่างไปได้มากแล้ว
เกี่ยวกับเรื่องนี้
หากพูดเรื่องนี้ ไม่พูดถึงห้องกระจกแห่งวัดบวร
เรื่องก็หมดความสำคัญไป
วันนี้ผมจะพาไปรู้จัก ดินแดนที่เรียกเสียหรูว่า
"ห้องกระจก"



 
รูปภาพ ที่แนบมานั้นผมเองไปมาล่าสุดนี้เองครับ


ที่แท้จริงมันคืออะไรกันแน่ ?
ในไสตล์ เจ้าคุณเบอร์ลินนะครับ
ผมคิดว่า อาจทำให้สังคมตอนนี้ คงจะได้เห็นว่า
ไอ้ดินแดนที่ดูเหมือนสงบ ดูเหมือนบริสุทธิ์ผุดผ่อง
ชวนน่าศรัทธาเลื่อมใสนั้น ในอีกด้านหนึ่งว่าไง
ซึ่งแท้ที่จริงแล้วอาณาบริเวณนี้ มันแฝงด้วยสภาพ
ที่สกปรกโสโครก ตรงข้ามกับภาพที่โชว์แหกตาสังคม
มาอย่างนานเท่านานเช่นไร
มีผู้ใหญ่หลายท่าน ทั้งพระทั้งโยม มาบอกเจ้าคุณเบอร์ลิน
หลังโพสต์เรื่องเงินอุดหนุนังฆราชนั้นมาว่า "ตรงจุดแล้ว "

ท่านยังบอกต่อว่า...
"ขอให้จี้ต่อไป แต่อย่าให้คนไม่เกี่ยวข้อง
หรือวงการสงฆ์โดยรวม กระทบมากนัก"

ขอให้เจ้าคุณมั่นใจได้เลยว่า
"เพื่อเป็นการป้องกันผู้ที่จิตใจหยาบช้า เลวทราม
ไม่ให้ นำไปเป็นเหตุทำร้ายผู้อื่น อีกต่อไป"

ท่านว่าต่อว่า.....

"เนื่องจากช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
 เรื่องเลวร้ายต่างๆ
ที่เกิดขึ้นในวงการพระพุทธศาสนา
ได้สร้างความยุ่งยากให้คณะสงฆ์
ก็ล้วนมีที่มาจากห้องกระจก ทั้งสิ้น"


แล้วก็ให้ข้อมูลตรงกับทีมงานของผมว่า....
"ที่สำคัญต้นเหตุแห่งการเรื่องร้องเรียนเงินเกือบ
300 ล้าน ของสมเด็จพระสังฆราช ในวันนี้ นั่นเอง"

ห้องกระจกฝั่งรากในวัดบวรนานแค่ไหน ?

สร้างความยุ่งยากให้วัดบวรมากน้อยเพียงไร ?


คนวัดบวรนั่นแหละรู้ดีที่สุด
พระ และคนที่เขามีใจเป็นธรรม รักความถูกต้อง
รักวัดบวร และมีเคารพนับถือในองค์สมเด็จญาณฯ
เขาอึดอัดกันทั้งนั้น จึงอยู่ในสถาพน้ำท่วมปาก
พูดออกไปไม่ได้ มีแต่เสียกับเสีย
ทั้งอาจเกิดอันตรายต่างๆกับตนอย่างไม่คาดคิดอีกด้วย
ยิ่งเมื่อสมเด็จพระสังฆราชทรงอาพาธด้วยแล้ว
ห้องกระจกก็ยิ่งปรากฏฉายรัศมีแห่งอำนาจมืด
แผ่ครอบคลุมทั่วสังฆมณฑล หนักเข้าอีก
โดยเฉพาะ เกิดมีฤาษีคอยแปลงสาส์นสารพัดคือ

ให้พระอักษรเป็นพระลิขิต!

ให้พระลิขิตเป็นพระบัญชา!


แล้วนำพระลิขิตไปแสวงหาผลประโยชน์นานาประการ
ทั้งเงินทอง ตำแหน่ง ลาภยศ
จนชื่อเสียงห้องกระจกเน่าฟอนเฟะ
ส่งกลิ่นชั่วกลิ่นเหม็นไปทั่วบ้านทั่วเมือง
ก็แปลกนะครับ กลิ่นเหม็นเหล่านี้พอเดินเข้าวัดบวร
กลับกลายเป็นกลิ่นหอมไปได้ไงก็ไม่ทราบ
ทุกคนเงียบหมด ไม่พระหรือคน

เรื่องเหล่านี้ ใครๆ เขารู้กันทั้งนั้น!!

ด้วยทรงฤทธิ์ทรงเดช จึงปลุกเสกได้สารพัด
ดังนั้น จึงมีพระหลายรูปได้เป็นเจ้าคุณ
จนถึงรองสมเด็จ โดยง่ายโดยแทบไม่ต้องถามหา
คุณสมบัติ หรือกฎระเบียบใดๆทั้งสิ้น
ก็อิทธิฤทธิ์เพราะห้องกระจก
นี้แหละบันดาลได้สารพัดนึก

ยังไม่เพียงแค่นั้น ฤทธิ์เดชชั่วนี้
ก็ยังขยายไปสู่อาณาจักรของคนไม่ใช่พระอีก
นั่นก็คือ.....
มีคนหลายคนได้เป็น นายพล นายพัน
ก็เพราะห้องกระจกนี้ด้วย
ที่แทบไม่น่าเชื่อเลยก็คือ ....

"ดันมีอีกหลายคนเช่นกัน ที่ได้เป็นคุณหญิง
คุณนาย เพราะห้องกระจกนี้เช่นกัน"

ตำนานห้องกระจกนี้ BBC หรือCNN
คงได้รู้สักวันนะครับ ในอนาคต
ถึงเวลานั้นเมืองไทยอาจดังก้องโลก
ด้วยเรื่องเน่าๆ ก็ได้ คงสนุกกันบ้างงานนี้
ไอ้ที่เคยกระหยิ่มใจมาตลอดว่า..

"ใครมันจะมากล้ากับกู"

งานนี่คิดผิดคิดใหม่ได้นะครับ
จึงขอสั้น ๆ เป็นของฝากจากเจ้าคุณเบอร์ลินว่า..

"ผมเอาแน่ ถ้ายังไม่หยุดชั่ว"

"พระลิขิต" เป็นเสมือนใบเบิกทาง
จู่โจมเข้าหาเป้าหมายที่ล็อกไว้
ว่ากันว่า เงินทองที่สะพัด
หมุนเวียนผ่านห้องกระจกนั้นมีมูลค่ามหาศาล
ตลอดจนการออกเหรียญรุ่นต่างๆ
ให้เช่าบูชา โดยที่เงินไม่มีตกถึงวัดเลย
ทุกวันนี้ ถ้าใครต้องการพิสูจน์เรื่องนี้ ก็ไม่ยาก
แค่เดินทะลุไปด้านหลังวัดบวร ไปถึงติดคลอง
ก็จะพบสารพัดห้อง/ซุ้มให้เช่าวัตถุมงคลเต็มไปหมด

หากพระเณรรูปใด!!

ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของห้องกระจก
แม้จะปฏิบัติดีแค่ไหน เก่งแค่ไหน
มีความดี มีความรู้สามารถเพียงไร
ก็จะกระเด็นกระดอน ไม่สามารถอยู่ในวัดบวรได้
จะถูกห้องกระจกบีบให้ออกจากวัด
โดยเรื่องนี้ มีอดีตสามเณรอุปัฏฐาก
เฝ้าหน้าเตียงสมเด็จพระสังฆราช เป็นตัวอย่างไปแล้ว
ท่านยังต้องระเหเร่ร่อนออกจากวัดไป
เพียงเพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีการของห้องกระจก
ข้อนี้ไม่รู้มีใครบอกให้พุทธอิสระรู้บ้างหรือไม่

เหตุเลวร้ายทั้งหลายทั้งปวง
ที่เกิดขึ้นกับคณะสงฆ์
จนเกิดความยุ่งยากวุ่นวาย

แบบหาข้อยุติไม่ได้ทั้งหมด
จนเหมือนจะยิ่งกว่าสมัยฮ่องเต้จีน

เสียอีกนั้นก็ล้วนมาจากห้องกระจก ทั้งสิ้น!

ดังนั้น พอโพสต์เจ้าคุณเบอร์ลิน
ที่สมมติดีเบต กับพุทธอิสระ ในครั้งที่แล้วนั้น
ก็ยิ่งทะลุทะลวงจนถึงห้องกระจก
เหมือนทะลวงแหล่งผลประโยชน์มหาศาล
ชนิดไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน

จากนั้นคล้อยหลังไม่กี่ชั่วโมง
ก็มีผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับวัดบวร
ได้ติดต่อมาหา และขอร้องเจ้าคุณเบอร์ลินถึงเยอรมันว่า..

ให้หลีกเลี่ยงการพูดถึงเรื่อง
 "เงินสมเด็จพระสังฆราช "
เพราะเกรงจะกระทบพระเกียรติ"

ผู้ใหญ่ท่านนี้เป็นที่คุ้นเคยกันมานานมาก
ซึ่งก็คงไม่ต้องปกปิดอะไร
ผมเองก็ติดนิสัยที่ว่า..

"หากพูดเรื่องงาน ผมจะไม่เกรงใจใคร
เพราะหลวงพ่อสมเด็จเกี่ยว ท่านสอนไว้อย่างนี้
ท่านว่า "ไม่เช่นนั้น งานจะเสีย "
ผมเจ้าคุณเบอร์ลิน จึงถามท่านกลับไปตรง ๆ ว่า..

ก็ตอนที่พุทธอิสระไปยื่นหนังสือให้ สตง.
ตรวจสอบเงินสมเด็จพระสังฆราช แล้วทำไม?


ไม่มีใครพากันเกรงว่าจะทำให้กระทบ
พระเกียรติพระองค์ท่านล่ะ
หรือเห็นว่าตอนนั้นได้เปรียบรอส้มหล่น
เลยทำเป็นนิ่งๆ แต่พอเรื่องจะย้อนเข้าหาตัว
ก็ใช้มุก "เกรงจะกระทบพระเกียรติ"

ท่านรู้นิสัยผมดี ท่านก็เงียบ
ผมมีจังหวะ จึงฝากบอกลอยๆ ไปว่า ..

"งานนึ้ ผมเอาจริงนะ  บอกมันด้วยว่า
 มาไงก็ไปงั้น คดีมาก็คดีไป
 และหากจะให้ผมหยุด ก็ไม่ยาก
 แต่มันต้องหยุดชั่วก่อน"



จริงหรือไม่ห้องกระจก ?

เคยต่อรองให้เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย

แปลงญัตติใหม่เป็น "ธรรมยุติ"


ผมอยากขอให้สังคมได้โปรดรู้ว่า ..
คนพวกนั้น สร้างความเสื่อมเสียพระเกียรติ
สมเด็จพระสังฆราชมามากพอแล้ว

ถึงขนาดใช้ห้องกระจกเป็นแหล่งต่อรอง
เสนอลาภยศ ต่อพระมหานิกายมาแล้ว
ซึ่งหลายต่อหลายรูปที่ดูมีสง่าราศี
ที่จะส่งเสริมฝ่ายธรรมยุตได้

ฝ่ายห้องกระจก ก็จะดำเนินการติดต่อ
ขอต่อลองโดย ขอให้ญัตติใหม่แปลงเป็นธรรมยุติทันที
ดูพฤติกรรมซีครับ ไม่เรียกว่า
"โคตรชั่ว จะให้เรียกว่าอะไรดี"
ใครเงียบก็เงียบไป แต่ผมเจ้าคุณเบอร์ลินขอประกาศไว้เลย
"ผมไม่เงียบแน่นอน มันเริ่มเรื่องก่อนผมด้วย"

กรณีนี้ ผมอยากจะให้สังคม
และศิษย์ธรรมกายทั่วโลกได้รู้ไว้อย่างว่า ..

หากพระรูปที่ว่านั้น หากไม่ยอมเปลี่ยน
ก็จะมีชะตากรรมเยี่ยงท่านธมฺมชโยหรือไม่ ?
ผมชี้ได้แค่นี้ และชี้ให้แล้ว ก็ไปคิดต่อยอดเอาเอง
อย่ามาโลกสวยกันอยู่เลยครับ
มาอยู่กับความจริงกันดีกว่า!

ส่วนพุทธอิสระนั้น
เขาคงไม่ให้ญัตติใหม่เป็นธรรมยุติ!
เพราะคุณสมบัติไม่ถึงขั้น อีกทั้งยังรูปชั่วตัวดำ
แถมจิตใจยิ่งดำสนิท อย่างนี้ไม่ตรงสเป็ค..
เขาเก็บไว้หลอกใช้ เพื่อให้ทำงานแบบบ้าๆ บ้อๆ ดีกว่า
แค่ผลงาน กินนอนกับม๊อบนี่ก็เกินบรรยายแล้วครับ

หันมาดูคุณสมบัติ อย่างท่านธัมมชโย
จึงต้องตรงสเป๊กตามสูตรเพื่อให้แปลงนิกายครบถ้วน

ผมจะเผยให้ก็ได้ว่า ทำไมผมกว่า 30 ปี
ที่ผมทราบเรื่องแบบนี้มาแล้ว
และผมจึงนับถือคุณธรรมในใจ ของท่านธัมมชโย
ที่ผมสัมผัสได้ แบบตาเนื้อ ใจเนื้อ
ของคนธรรมดาแบบผมนั้น คืออะไร ก็คือ ..

"ผมนับถือ เรื่องใจแข็งของท่าน
ก็เรื่องไม่แปลงนิกายนี้ของท่าน นะแหละครับ"

เรื่องนี้ผมก็ไม่ทราบว่า จะมีกี่คนที่รู้เรื่องนี้
แต่วงใน พระทำงานเขาทราบกันทั้งนั้น
แม้แต่กลุ่มธรรมกายก็ตาม
หากยังไม่รู้ก็พากันรู้ไว้ชะ
แล้วเหล่าศิษย์ทั้งหลายจะได้รู้ว่า
"อาจารย์ตนเองต้องต่อสู้มารหลายด้านอย่างไร"
แล้วท่านจะศรัทธาหลวงพ่อท่านมากขึ้น
อย่ามามัวโลกสวยกันนักเลย
เรื่องแบบนี้จริงหรือไม่?
ก็ต้องไปถามเจ้าคุณแขก เจ้าคุณราช
เจ้าคุณเทพกันเอาเองว่า ..
เป็นอย่างที่เจ้าคุณเบอร์ลินว่าไหม???

จี้ตรงจุด ปมเงินอุดหนุนพระสังฆราช

เจ้าคุณเบอร์ลิน ลั่น..

ผมเอาแน่ถ้ายังไม่หยุดชั่ว!


เรื่องเงินอุดหนุนสังฆราช
ระเบิดลูกใหญ่ที่วัดบวรหลบไม่พ้น
ตอนนี้ หลังโพสต์ครั้งที่แล้ว ของผมออกไปแล้ว
เรื่องเงินสมเด็จพระสังฆราช คงเดือดร้อนกันไปทั่ว
ไม่ว่าพระ ไม่ว่าคน ทำให้ฝ่ายชั่วพากัน
พะวงหน้าพะวงหลังจับทางไม่ถูกว่า..
"เจ้าคุณเบอร์ลินมันจะออกทางไหนกันแน่"

ล่าสุดถึงขนาดไปติดต่อเจ้าคุณ
ในต่างประเทศองค์หนึ่ง
เพื่อให้มาขอร้องเจ้าคุณเบอร์ลินให้ยุติเรื่องนี้
บอกตรงๆ พอรู้ว่าเป็นใครที่ฝากข้อความมาถึง
ผมเจ้าคุณเบอร์ลินออกจะเวทนาจริง ๆ เพียงแค่
อยากจะให้ยุติเพราะเพียงเห็นแก่หน้า แก่วัดใหญ่หรอ
ประเมินกันต่ำไปมั้งครับแค่นึกถึงพระศาสนาเป็นหลัก
จะเอาแค่นึกเวทนา แล้วใจอ่อนไปได้อย่างไร
จะดูถูกเจ้าคุณเบอร์ลินต่ำไปหน่อยมั้งครับงานนี้

เหตุที่บอกว่าเดือดร้อนกันหนัก
ขอให้สังเกต ขณะนี้เกิดปรากฏการณ์
"หัวฝีแตก หนองไหล"
ร้อนถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน
ต้องย่างสามขุมออกมาสาวหมัดมั่ว
จนถูกเย้ยทั้งประเทศแบบเสียรูปมวย

มาบอกว่าพระมีบัญชีธนาคาร
"ผิดศีล" ร้องเรียนให้สำนักงานพระพุทธศาสนา
ตรวจสอบพระที่มีบัญชีธนาคาร
ผลงานคุณไพบูลย์ครั้งนี้ เรียกว่า
หมดราคาปรมาจารย์กฏหมายระดับต้นๆ
ของรัฐบาลไทย


ไพบูลย์มึนหมัดสวน แก้เก้อเกมส์พลาด!

โร่แจ้งสำนักพุทธฯ

พระมีบัญชีธนาคารผิดธรรมวินัย ฮาทั้งเมือง..


ซึ่งเคยเป็นมือวางที่นายกลุงตู่ไว้วางใจ
เพื่อจะให้เป็นหัวหอกปฏิรูปพระพุทธศาสนา
กำหนดชะตากรรมพระสงฆ์ทั้งประเทศ
ขอให้ดูพฤติกรรม ดูความคิดของคน
ที่จะมากำหนดชะตากรรมพระศาสนา
มันจะอะไรกันนักกันหนา คุณไพบูลย์
เอ้ย!! วันๆ ยังนอนหลับได้อยู่หรือ
ผมจะบอกให้ หากคุณไพบูลย์เห็นว่า
พระไม่ควรมีบัญชีธนาคาร เกรงจะผิดศีล 227 ข้อ
จะพากันลงนรกหมกไหม้เพราะรับเงิน รับทอง
ผมไม่อยากเปิดประเด็นใหม่ว่า

" ถ้าอย่างนั้น หลวงตาบัว "
มิลงนรกไปก่อนใครแล้วหรือ

ก็เห็นประกาศรับเงินทองกันป่าวๆ นี่
นั่นแหละคำตอบดีที่สุด
ของคนชอบของปลอม เชิญเลย
เอาอย่างนี้ เจ้าคุณเบอร์ลิน ขอแนะนำ
หากมีบัญชีธนาคารแล้วมันยุ่งมาก


ก็ขอนิมนต์หลวงพ่อ
หลวงปู่เจ้าอาวาสวัดไหน
ใครมีบัญชีธนาคารใด
นิมนต์ไปปิดบัญชีกันเสียให้หมดเลยครับ
ธนาคารกรุงไทยกับธนาคารไทยพาณิชย์
เจ้าอาวาสน่าจะใช้บริการมากสุด
ไปปิดก่อนเลยครับ ไหนๆ ก็ไหนๆ
เอาให้หลุดโลกไปเลยกับพวกบ้าไปเลย
แล้วเอาเงินมาใส่ตุ๋มฝังไว้ป่าช้าหลังวัด
วันไหนจะซื้ออิฐซื้อปูนซ่อมวัด
จะจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ค่อยไปขุดขึ้นมา
จะเอากันอย่างนี้ใช่ไหม
ทำไมไม่นึกถึงความเป็นจริง ชีวิตจริง ข้อเท็จจริงกันบ้าง
อย่าเพี้ยนตามคนบ้าไม่กี่คนอยู่เลยครับ

ผู้มีอำนาจทั้งหลาย พอเสียที อย่าเอาแต่สนุก
 เมามัน สะอกสะใจ มัวเพ้อฝันหาสวรรค์วิมานอะไรอยู่เลย
พระศาสนาเสียหายมากเกินแล้วครับ..
รู้มัยครับ แค่คุณไพบูลย์เปิดประเด็น
ไม่ให้พระมีบัญชีเท่านั้น ก็สะเทือน
ถึงธนาคารกรุงไทยกับธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว
เกิดเป็นจริงขึ้นมา พระรวมตัวกันไปถอนเงิน
ไปฝังใส่ตุ่มไว้จริง มันจะยุ่งเอานะ

ที่จริงว่าไปแล้ว การที่คุณไพบูลย์
ไปยื่นตรวจสอบบัญชีพระ
ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินี่
ก็ทำไม่ถูก น่าจะเป็นการยื่นผิดที่ผิดทางนะครับผมว่า
ที่ถูก ต้องไปยื่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน ดีเอสไอ
หรือไม่ก็เป็น สตง. จึงจะตรงตามธงที่ตั้งกันไว้โน้น

มีผู้สันทัดกรณีวิเคราะห์ว่า
การที่คุณไพบูลย์ทำอย่างนั้น
เป็นการแก้เก้อเท่านั้นเอง
เพราะครั้งนี้วางแผนผิดพลาด
ไม่นึกว่าจะเจอสวนกลับแบบหมัดตรง

เพราะว่าไปแล้ว ตอนนี้เนื่องจากพุทธอิสระ
กำลังเพลี้ยงพล้ำให้แก่เจ้าคุณเบอร์ลินอย่างหนัก
ในกรณีที่ไปยื่นขอให้ สตง. ตรวจสอบเงิน
สมเด็จพระสังฆราช (ลับนะนี่)
ซึ่งขณะนี้ ผมทราบว่า เกิดอาการหนาวถึงไขสันหลัง
ไปหลายรายทั้งพระ ทั้งคน
เพราะถ้าหากเกิดมีใครหัวใส

ย้อนศรไปยื่นหนังสือ
ขอให้ สตง. ยืนตามพุทธอิสระ
ตรวจสอบเงินดังกล่าวบ้าง
อย่าหยุดตรวจงานนี้
ทั้งเจ้าคุณแขก เจ้าคุณราช
เจ้าคุณเทพ คนใดคนหนึ่ง หรือทั้ง 3
บรรลัยก่อนกำหนดแน่

มีหวังถูกจับยัดคุกกันหมดแก๊งค์
เพราะตอนนี้ ข่าววงในแจ้งมาว่า ...
ขณะนี้ เจ้าคุณแขก เจ้าคุณราช เจ้าคุณเทพ
กำลังสารวนกับการหาเอกสารค่าใช้จ่ายกันวุ่น
เจ้าคุณเบอร์ลินเตือนบอกแล้ว ว่า อย่าคบคนบ้า
มันจะพาลงเหว ก็ไม่ยอมฟังกัน
คนจับหอกเอง ตอนนี้ ก็รู้ว่าพลาดอย่างหนักเข้าให้แล้ว

คนจับหอกถูกตีขนดหาง นางแค้นจุกอก

เลยเปิดประเด็นตลกหลวง ..

ปูดบัญชีธนาคารพระผิดศีล!


จึงวางเกมใหม่ ทำทีสลับเบี้ยตัวใหม่เดินเกมส์
เป็นการสลับหน้าเล่น เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
เพราะเจ้าคุณเบอร์ลินและทีมงาน ตีถูกขนดหางอย่างจัง
ทั้งบาดเจ็บ ทั้งอับอาย ทั้งโกรธแค้น
กรณีเงินอุดหนุนสมเด็จพระสังฆราช
แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
จึงต้องตีกรรเชียงหนี ด้วยการเปิดประเด็นตลกหลวง
พระมีบัญชีธนาคาร "ผิดศีล" ออกทะเลไปโน้น

ขอถามสักคำ.. แล้วที่ไอ้ที่พระแขก
พระราช พระเทพ รับเช็คเกือบ 300 ล้าน
แทนสมเด็จพระสังฆราช ตลอดนั้นไม่ยักกะผิดศีล
ใช่ไหมคุณไพบูลย์

เพราะเช็คมันเป็นแค่เศษกระดาษ
เพียงใส่ตัวเลขลงไปตามจำนวนที่ระบุ
ไม่ใช่เงินมั้ง จึงไม่ผิดศีลหรอ?
กรรมเวรจริงๆ สังคมลวง ๆ นี่
แหมถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นโพสต์สาธารณะ
จะด่าให้หนักกว่านี้ "เวร"

คุณไพบูลย์ น่าจะตื่นได้แล้ว
อย่ามโนไปตาม ดร. มโน นักเลย
การดำเนินการตรวจสอบ
เงินุดหนุนสังฆราชฯ ผู้เกี่ยวข้อง
หน่วยงานรับผิดชอบหนาวๆ ร้อนๆ
ที่จริง การตรวจสอบเงินอุดหนุนสมเด็จพระสังฆราช
ปีละ 23 ล้าน นับตั้งแต่ทรงอาพาธเมื่อปี 2544
จนถึงสิ้นพระชนม์ ปี 2556 รวม 13 ปี นั้น
คิดเป็นเงินเกือบ 300 ล้าน

นั้น ไม่ใช่เรื่องยากใดๆ เลย
ถ้าตั้งใจหรือหวังดีต่อพระศาสนาจริงๆ
เพียงแค่ขอให้ทำงานกัน 3 ภาคส่วน
ก็จะได้ข้อเท็จจริงแล้ว คือ

แด่คนหวังดี!!!

 ทำแค่นี้ 3 ข้อ จับโจรตัวจริงได้แน่ๆ

แถมแก้สงสัยเงินพระสังฆราชาหายไป 300 ล้าน


ข้อที่ 1

ต้องมีผู้ไปยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรงนี้ วินิจฉัยว่า ..
"เงินจำนวนนี้ นอกจากสมเด็จพระสังฆราชแล้ว
ใครเป็นผู้มีอำนาจในการเบิกจ่ายได้บ้าง
เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มีอำนาจเบิกจ่ายได้หรือไม่"
แค่นี้ก็จบ หากผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่วินิจฉัย
เพราะอ้างว่า ไม่มีผู้มายื่นให้วินิจฉัย
ผมว่า ก็คงจะมีผู้ไปยื่นหนังสือ
ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัย เป็นแน่
หากยื่นแล้วยังไม่วินิจฉัยอีก ก็อาจมีคนไปยื่น มาตรา 157
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่
ต่อไปตรงนี้ก็เป็นแน่อีกเช่นกัน
อนาคตอันใกล้นี้ อาจเห็นของดี!

วิเคราะห์ตามนี้ ไม่ว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน
จะวินิจฉัยออกมาอย่างไรจะวินิจฉัยว่า
"เลขาฯ เบิกจ่ายได้"
หรือวินิจฉัยว่า "เลขาฯ เบิกจ่ายไม่ได้"
ก็คงเป็นปัญหา อย่างแน่นอน
เพราะหากผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยออกมาว่า
เลขานุการเบิกจ่ายเงินส่วนนี้ได้นั้น
ก็น่าจะเป็นการวินิจฉัยที่สวนทางกับข้อเท็จจริง

เพราะข้อเท็จจริงนั้น เลขานุการ
ไม่ว่าจะเป็นเลขานุการของตำแหน่งใด
ก็เป็นเพียงผู้สนองงานเท่านั้น
ไม่ใช่ผู้มีอำนาจในการสั่งการ

ดังนั้น การเบิกเงินงบประมาณ
ก็จะเข้าข่ายใช้อำนาจสั่งการ
ซึ่งเป็นการทำเกินอำนาจหน้าที่
งานเลขานุการใช่หรือไม่?

....ไปวินิจฉัยกันเอง....

หากผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยออกมาว่า
"เลขานุการไม่สามารถเบิกเงินส่วนนี้ได้"
ก็จะเป็นการทำไปโดยพลการ เพราะหากเบิกจ่ายไม่ได้
วุ่นพิลึกไหมครับ!!!!!
แล้วขอถามว่าเลขาพระสังฆราช
มาใช้อำนาจอะไร
ในการเบิกเงินเกือบ 300 ล้านนี้ออกไปใช้

ข้อที่ 2

ต้องยื่นให้ ดีเอสไอ เข้าไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริง
ให้ประชาชนสิ้นข้อสงสัย เกี่ยวกับเงินเกือบ 300 ล้าน
เนื่องจากคดีนี้มีความสำคัญ
เกี่ยวข้องกับตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช
เป็นเรื่องอยู่ในความสนใจของประชาชนพุทธบริษัท
และคาดว่า..

หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทในการเบิกจ่ายเงิน
สมเด็จพระสังฆราช เป็นเจ้าคุณแขก
ไม่น่าจะถือสัญชาติไทย
ก็ยังสงสัยในสัญชาติก็ต้องดูว่า
มีส่วนรู้เห็นในการเบิกจ่ายเงินส่วนนี้หรือไม่

หากพบว่า รู้เห็นเป็นใจ มีส่วนด้วยอาจถึงขั้นบอกชาวพุทธไทย
คงต้องช่วยกัน เนรเทศออกนอกประเทศ
ไปเลยโดยไม่ต้องรอกฎหมาย เพราะหลักฐานอะไรให้เสียเวลา
โทษฐานไม่รู้คุณข้าวแดงแกงร้อนของคณะสงฆ์ไทย

ข้อที่ 3

ต้องมีผู้ไปยื่นให้ สตง. เข้าไปตรวจสอบว่า
การใช้จ่ายเงินสมเด็จพระสังฆราช
ของฝ่ายเลขานุการ(ห้องกระจก)
เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และระเบียบกระทรวงการคลังหรือไม่?
เนื่องจากขณะนั้น สมเด็จพระสังฆราช
ทรงอาพาธยาวนาน..
จึงเป็นไปไม่ได้ว่า จะทรงได้ใช้งบประมาณในส่วนนี้
เพราะในขณะนั้น มีคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช
จึงไม่ทรงได้ปฏิบัติศาสนกิจมาร่วม 13 ปี
หากไม่ได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินดังกล่าว
ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง

สตง. ต้องทำหนังสือ
แจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อเรียกเงินดังกล่าวคืนคลัง!!!

หรือหากมีการใช้ ผู้ใช้ก็ต้องแสดงต้นขั้วจำนวนเงินที่รับมา
และชี้แจงที่มาที่ไปรายรับรายจ่าย
พร้อมทั้งหลักฐานที่น่าเชื่อถือได้ เพื่อความโปรงใส
และเป็นการป้องกันผู้ที่จิตใจหยาบช้า
เลวทราม จะนำไปเป็นเหตุให้ร้ายผู้อื่น
หากผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบหาข้อยุติ
ตามขั้นตอนที่เจ้าคุณเบอร์ลินแนะนำไว้นี้
ก็จะทำให้ประชาชน

!!! สิ้นความสงสัยเกี่ยวกับเงินพระสังฆราชลงได้ !!!

ที่สำคัญ

และสมเจตนารมณ์ของพุทธอิสระ
ที่ต้องการเห็นคนเข้าคุก
ก็จะสำเร็จประโยชน์ทุกประการ
แต่อาจเปลี่ยนเป้าหมายคนเข้าคุก
จากเดิมไปเท่านั้น..

ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่า
ใครจะกล้าเดินเอากระดิ่งไปผูกคอเสือ

"พุทธอิสระกล้าๆหน่อยนะงานนี้
อย่าเอาแต่โม้รายวัน
 มัวแต่ทำเรื่องไร้สาระไปวันๆ
ชาวบ้านเขาเบื่อเองนะรู้เปล่า"

โชคดีมีชัยทุกท่าน
เนื่องในวันสงกรานต์ยุครัฐบาลบิ๊กตู่กันนะครับ

เจ้าคุณเบอร์ลิน
09.04.2016
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page