ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

ลิขิตพระสังฆราช โดยทนายพระ ตอนที่2



วันก่อนเริ่มไหว้ครู บอกให้รู้ว่าลิขิตพระสังฆราชมีที่มาอย่างไร มันเริ่มมาจากกระดาษแผ่นเดียวมีข้อความ ๖ บรรทัด พอผู้สื่อข่าวได้รับก็นำไปตีพิมพ์พร้อมกับเสนอความเห็นต่างๆนาๆ โดยตีความตามความเข้าใจของตัวเองเหมือนกับในขณะนี้แต่ตอนนี้รู้สึกว่าจะหนัก กว่าเพราะมีสื่อทีวีดาวเทียมและโซเชียลมีเดีย ใครอยากจะเขียนอะไร ว่าใครก็ทำได้ไม่ต้องง้อหนังสือพิมพ์ ผมขอเตือนว่าให้ระวังนะถ้าไปทำให้เขาเสียหาย เมื่อได้รับหมายศาลถึงจะรู้สึกหนาว บางคนวิพากษ์วิจารณ์ใส่อารมณ์เต็มที่ พอมีคดีขึ้นศาลเท่านั้นแหละโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาหาทันที พอถึงวันที่ศาลนัดก็จะมีใบรับรองแพทย์ให้ทนายนำไปแถลงศาลว่าจำเลยป่วย ปัจจุบันทันด่วน ถ้าไม่ท้องเสียก็โรคหัวใจกำเริบ ท่านผู้พิพากษาท่านรู้เป็นลูกไม้นายฟลิทในหนังทีวีสมัยก่อนที่มีลูกเล่นแพรว พราวเด็กสมัยนี้ไม่รู้จักหรอกครับ ท่านผู้พิพากษาเมื่อท่านได้รับคำแถลงจากทนายจำเลยแล้ว ท่านคงขำในใจแต่เก็บอาการก็ถามทนายโจทก์ว่าฝ่ายจำเลยขอเลื่อนคดี จำเลยมาศาลไม่ได้เนื่องจากป่วย ทนายโจทก์ก็รู้ว่าเป็นแทคติกในการขอเลื่อนคดี ถ้าเป็นครั้งแรกก็จะไม่ค้านแล้วแต่ดุลยพินิจของศาล พอศาลให้เลื่อนวันนัดออกไป จำเลยทราบข่าวอาการป่วยหายเป็นปลิดทิ้งออกมาจ้อทางทีวีและให้ข่าวหนังสือ พิมพ์โดยไม่มีอาการเจ็บป่วยหลงเหลือเลย ผมก็ขอเตือนไว้นะครับ
ทีนี้มาดูลิขิตพระสังฆราชฉบับที่ ๓ เป็นการเอาฉบับที่ ๒ มาเริ่มต้น แล้วมีข้อความต่อท้าย ลายพระหัตถ์ลงพระนามไว้
ลิขิตฉบับที่ ๓
หัวกระดาษตราพระสังฆราช
ความบิดเบือนพระพุทธธรรมคำทรงสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกบกพร่อง เป็น การทำให้สงฆ์ที่หลงเชื่อคำบิดเบือน แตกแยกออกไป กลายเป็นสอง มีความไม่เข้าใจ ความ เชื่อถือพระพุทธศาสนาตรงกันข้าม เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำสงฆ์ให้แตกแยก เป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้งปัจจุบัน และอนาคต ที่หนัก
ส่วนที่มิใช่เป็นการลงโทษ แต่เป็นการทำที่ถูกต้อง คือต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิด ขึ้นในขณะเป็นพระ ให้แก่วัด ทันที ( 5 เมษายน พ.ศ. 2542 )
ไม่คิดให้มีโทษ เพราะคิดในแง่ยกประโยชน์ให้ ว่าในขั้นต้นอาจมิใช่มีเจตนาถือเอา สมบัติของวัดเป็นของตนจริงๆ แต่เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่ยอมมอบคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะ เป็นพระ ให้แก่วัด ก็แสดงชัดแจ้ง ว่าต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากการเป็นสมณะโดย อัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับผู้ไม่ใช่พระปลอมเป็นพระ ด้วยการนำ ผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสีย ให้แก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา
( สมเด็จพระญาณสังวร )
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. 26 เมษายน พ.ศ. 2542

ลิขิตฉบับที่ ๔
หัวกระดาษตราพระสังฆราช
การโกงสมบัติผู้อื่น ตั้งแต่ 5 มาสกขึ้นไป คือประมาณไม่ถึง 300 บาทในปัจจุบัน ภิกษุต้องอาบัติปาราชิก ฐานผิดพระธรรมวินัย พ้นจากความเป็นพระทันที ในกรณีนี้ ไม่ว่าจะ มีผู้รู้เห็นหรือไม่ ไม่ว่าจะมีการสั่งให้สึก ไม่ว่าจะมีการจับสึก หรือไม่ก็ตาม ภิกษุผู้ละเมิด พระธรรมวินัยข้อนี้ ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นพระโดยอัตโนมัติ ที่ประกาศเป็น ลายลักษณ์อักษรก็เพื่อเตือนให้รู้ทั่วกัน ว่าผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั้น ไม่ใช่พระในพระพุทธศาสนา เป็นเพียงผู้นำผ้ากาสาวพัสตร์ ไปครอง เป็นพระปลอม ต่อจากนั้นย่อมเป็นหน้าที่โดยตรงของ ผู้รักษากฎหมาย หรือของผู้มีหน้าที่ในการพระพุทธศาสนา จะต้องรักษาพระพุทธศาสนา มิให้ มีพระปลอมทำลาย มาทำให้เสื่อมเสีย เช่นที่ผู้รักษากฎหมายเคยทำมาแล้ว เคยบังคับให้ผู้ ปลอมเป็นพระถอดผ้ากาสาวพัสตร์ออก จากตัวแล้ว การปฎิบัติต่อพระปลอมต้องไม่มีแตกต่างกัน ต้องไม่มียกเว้นว่าคนนั้นปลอมได้ คนนี้ปลอมไม่ได้ เป็นพระปลอมมีอยู่ในพระพุทธศาสนาไม่ได้ ทั้งนั้น
ประกาศนั้นเป็นคำบอกเล่า เป็นคำเตือนให้รู้ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับ มส. ไม่บังคับใครให้เชื่อ ไม่บังคับใครให้ทำอะไร แสดงความถูกผิดให้ปรากฏอยู่เท่านั้น ในฐานะ ที่เป็นประมุขแห่งสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จึงต้องทำหน้าที่ส่วนตนให้เรียบร้อยถูกต้อง
บอกความจริงด้วยความหวังดี มิได้บังคับ จงเข้าใจทั่วกัน.

ลิขิตฉบับที่ ๕
หัวกระดาษตราพระสังฆราช
ในกรณีเกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกาย เราได้ทำหน้าที่ของสมเด็จพระสังฆราช สมบูรณ์ตามอำนาจแล้ว จึงไม่มีอะไรมาจะพูดอีกขณะนี้
ขออนุโมทนาทุกท่านที่สนใจห่วงใยในพระพุทธศาสนา แสดงความเป็นคนดี ด้วยมีกตัญญู กตเวทิตาธรรม
( สมเด็จพระญาณสังวร )
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2542

ลิขิตฉบับที่ ๖
หัวกระดาษตราพระสังฆราช
ได้แจ้งให้เป็นที่เข้าใจชัดเจนดีทั่วกันแล้วก่อนหน้านี้ ว่าในตำแหน่งผู้เป็นสมเด็จ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ทำหน้าที่เกี่ยวกับเรื่องอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรม กาย เพื่อเทิดทูนรักษาพระพุทธศาสนาให้พ้นถูกทำลาย สมบูรณ์ดีที่สุดแล้วตามอำนาจ
ท่านกรรมการมหาเถรสมาคมทั้งหลายจะทำอะไรต่อไปตามความต้องการ จะไม่มา นั่งรับรู้รับฟังในที่ประชุมวันนี้ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
( สมเด็จพระญาณสังวร )
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2542
ครับ เมื่อผมได้เอาลิขิตพระสังฆราชที่เกี่ยวข้องกับกรณีวัดพระธรรมกายทั้งหมด ๖ ฉบับมาให้เห็นด้วยตาแล้ว วันนี้ผมขอจบไว้ก่อน เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้ตั้งสติ ใช้ปัญญาของตนพิจารณาข้อความต่างๆในเอกสารว่า ผู้เป็นประมุขของสงฆ์สามารถออกพระลิขิตในลักษณะดังกล่าว ทำไมมหาเถรสมาคมจึงไม่ปฎิบัติหรือตอบสนองตามพระบัญชา มันมีเหตุผลที่ลึกและละเอียดอ่อนโดยผู้ที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์ไม่รู้ ผมจะค่อยๆเล่าให้ฟัง เพราะถึงอย่างไรเรื่องของวัดพระธรรมกายไม่จบง่ายๆหรอกครับ ผู้ที่เกี่ยวข้องและเป็นกุญแจไขปริศนาในคดีนี้หลายท่านได้มรณภาพไปแล้ว แต่ในช่วงเวลานี้เป็นเหตุประจวบเหมาะที่ทำให้กลุ่มที่ต้องการทำลายพระพุทธ ศาสนาได้จังหวะ คราวนี้คงจะหนักกว่าเมื่อ ๑๖ ปีที่แล้วอย่างแน่นอน ผมถึงขอให้ญาติโยมตั้งสติทำใจใสๆ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด วันนี้ขอจบลงก่อน นมัสเตครับ
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page