ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

ลิขิตพระสังฆราช โดยทนายพระ ตอนที่1


เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๐ กุมภา ที่ผ่านมา โฆษกมหาเถรสมาคมได้แถลงผลการประชุมของคณะกรรมการมหาเถรสมาคมกรณีวัดพระ ธรรมกาย เรื่องเกี่ยวกับลิขิตพระสังฆราชว่าพระธมฺมชโยปราชิกหรือไม่ ผลสรุปได้ว่าท่านไม่ปราชิก โดยให้เหตุผลสั้นๆว่า ทางวัดพระธรรมกายโดยพระธมฺมชโยได้น้อมรับข้อแนะและยอมปฎิบัติตามคำแนะนำของ พระพรหมโมลี ( วิลาศ ญาณวโร ) เจ้าคณะภาค ๑ ทั้ง ๔ ข้อ ท่านจึงไม่ได้ฝ่าฝืนหรือขัดต่อลิขิตหรือพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช
ใครก็ตามเมื่อฟังการให้สัมภาษณ์ของหลวงพ่อซื่งเป็นโฆษกมหาเถรแถลง รู้สึกหงุดหงิดไม่สะใจ หาว่ามหาเถรอุ้มหรือเข้าข้างธมฺมชโย โดยเฉพาะนายไพบูลย์ นิติดวงจันทร์ ออกอาการไม่ยอมรับมติมหาเถรและบอกว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ ต้องมีการดำเนินการต่อไป อาการอย่างนี้เหมือนกับคนที่ชื่อไพบูลย์ เสียงสท้าน แห่งกรมการศาสนาเมื่อปี ๒๕๔๓ ไม่มีผิดเพี้ยน ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าคนหัวดำที่ถือศีลครบ ๕ ข้อหรือเปล่าจะเอาใครมาจัดการกับมหาเถรสมาคม แม้แต่มหาวันชัย สอนศิริ ท่านจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์วัดพระธรรมกายแบบสาดเสียเทเสียก็ตาม ท่านก็พูดว่า มหาเถรท่านก็สามารถคดเคี้ยวเลี้ยวลดไปได้ ท่านพูดเพื่อเอาใจมวลชนและไปตามกระแส เพราะมหาวันชัยฯท่านรู้ดีว่า มหาเถรสมาคมเป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองคณะสงฆ์ไทย ตามกฎหมายพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ส่วนการที่ท่านไปวิพากษ์วิจารณ์วัดพระธรรมกายเรื่องอื่นผมไม่เกี่ยวข้องด้วย เป็นเรื่องของธรรมกายเขา ผมไม่ใช่ทนายที่จะไปแก้ต่างให้ แต่ผมในฐานะเด็กวัดสัมพันธวงศ์ก็จะขอลำดับเหตุการณ์กรณีวัดพระธรรมกาย และที่มาของลิขิตพระสังฆราชที่ร้อนสุดๆในขณะนี้ เอ้า..สาธุชนจงฟัง
ลิขิตพระสังฆราชที่เกี่ยวพันกับกรณีวัดพระธรรมกายมีทั้งหมด ๖ ฉบับ ครับ
ฉบับแรกคือ เมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๒๒ ในขณะที่มีการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคมเรื่องกรณีวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ได้เสด็จเป็นประธานในที่ประชุมด้วย ทรงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( เกี่ยว ) วัดสระเกศ อ่านให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคมฟังโดยทั่วกัน ตอนนั้นสมเด็จเกี่ยวท่านไม่ทราบมาก่อนว่าเป็นของใครและมีความมุ่งหมายอะไร เมื่ออ่านจบแล้วจึงได้มอบกระดาษแผ่นนั้นให้นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนาไป ข้อความที่ว่านั้นมีดังนี้ นะครับ
ความบิดเบือนพระพุทธธรรมคำทรงสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกบกพร่อง เป็นการทำให้สงฆ์ที่หลงเชื่อคำบิดเบือน แตกแยกออกไป กลายเป็นสอง มีความไม่เข้าใจความเชื่อถือพระพุทธศาสนาตรงกันข้าม เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำสงฆ์ให้แตกแยกเป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้งปัจจุบัน และอนาคต
ที่หนัก ส่วนที่มิใช่เป็นการลงโทษ แต่เป็นการทำที่ถูกต้อง คือต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระ ให้แก่วัดทันที
ข้อความทั้งหมดมีเพียง ๖ บรรทัดเท่านั้น ต่อมาได้มีการนำเอาข้อความข้างต้นไปแปลงสารเป็นลิขิตฉบับที่ ๒ คือ
หัวกระดาษตราพระสังฆราช
ความบิดเบือนพระพุทธธรรมคำทรงสอน โดยกล่าวหาว่าพระไตรปิฎกบกพร่อง เป็น
การทำให้สงฆ์ที่หลงเชื่อคำบิดเบือน แตกแยกออกไป กลายเป็นสอง มีความไม่เข้าใจความ
เชื่อถือพระพุทธศาสนาตรงกันข้าม เป็นการทำลายพระพุทธศาสนา ทำสงฆ์ให้แตกแยก
เป็นอนันตริยกรรม มีโทษทั้งปัจจุบัน และอนาคต ที่หนัก
ส่วนที่มิใช่เป็นการลงโทษ แต่เป็นการทำที่ถูกต้อง คือต้องมอบสมบัติทั้งหมดที่เกิด
ขึ้นในขณะเป็นพระ ให้แก่วัด ทันที
( สมเด็จพระญาณสังวร )
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วัดบวรนิเวศวิหาร กทม.
วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2542
ต่อมาได้มีเอกสารฉบับดังกล่าวออกมาปรากฏต่อสาธารณชนโดยผ่านทางหนังสือพิมพ์ แทบจะเรียกได้ว่าเกือบทุกฉบับ พร้อมทั้งมีการลงข้อความที่สัมภาษณ์ความเห็นของบุคคลต่างๆที่มีความคิดเห็น ไปในทิศทางที่ต้องการสึกพระธมฺมชโย เป็นเหตุการณ์ ๑๖ ปีแห่งความหลัง มีทั้งความรัก ความชัง และขมขื่น เหมือนเพลงของสุรพล สมบัติเจริญ ราชานักร้องลูกทุ่งเปี๊ยบเลย แต่ที่ผมกำลังเล่าให้ฟังนี้ เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทยที่ท่านปรมาจารย์มหาแสวง อุดมศรี ได้บันทึกไว้เป็นหลักฐาน เป็น ๑๖ ปีแห่งความหลังของราชานักการศาสนาที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมของคณะสงฆ์ อดีตผู้สร้างตำนานองค์กรยุวสงฆ์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันท่านได้ล่วงลับไปแล้ว ขออนุญาตครอบครัวของท่านนำข้อความบางส่วนที่ท่านบันทึกไว้ ในหนังสือ วิเคราะห์นิคคหกรรม ธรรมกาย มาเล่าให้ฟังเพื่อจะได้รู้ว่า ทำไมหลวงพ่อโฆษกมหาเถรจึงแถลงข่าวเช่นนั้น มันมีหลักฐานในการสอบสวน การประชุมของมหาเถรสมาคมหลายครั้ง บางครั้งพระมหาเถรชั้นผู้ใหญ่ท่านยอมถูกติฉินนินทา ต้องออกรับบางเรื่องเพื่อรักษาความเป็นประมุขของสงฆ์ไว้ ต้องใจเย็นหน่อยนะโยมผมจะค่อยๆคลายปมให้คิดและพิจารณา อย่าไปหลงกลตกเป็นแนวร่วมของผู้ที่ประสงค์จะทำลายพระพุทธศาสนา โดยการทำลายองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์คือมหาเถรสมาคม แล้วเอาใครไม่รู้มาควบคุมพระ สมบัติของพระพุทธศาสนามันเยอะ ทั้งเงิน ที่ดินวัดหรือธรณีสงฆ์ มีคนคอยจ้องหาผลประโยชน์แทบไม่กระพริบตา
วันนี้ขอจบเพียงเท่านี้ก่อน ท่านอาจารย์แหวงท่านเคยพูดกับผมว่า ทนายมวยนะมีหลายยก ถ้ามวยไทยมี ๕ ยก แต่มวยสากลมีถึง ๑๕ ยก ยกแรกๆออมแรงไว้ดูเชิงเขาก่อนแล้วค่อยสอยเอาทีหลัง ผมเป็น ทนายพระ ศิษย์อาจารย์แหวงวันนี้ขอเท่านี้ก่อน นมัสเตครับ
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page