ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

คำสอนพระพุทธเจ้า พระลิขิต พระวินิจฉัย พระดำริ

ไม่รู้แล้วไม่ชี้ ค่อยยังชั่ว แต่พวกไม่รู้เสือกชี้นี่ซิ่..บอกตามตรงว่า เบื่อที่จะกล่าว เพราะเพื่อนในเพจ/นอกเพจก็รับทราบ ตามที่อธิบายไป แต่ยังมีกลุ่มเดิมคอยมาเติมเชื้อให้อยู่เรื่อย จึงต้องอธิบายอีกคำสอนพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธ
ขอนำเอาเฉพาะลิงค์ที่ผมอธิบายไว้มาใส่ ไว้ในบทความนี้ เพื่อประหยัดเนื้อที่ คำสอนพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธ




๑. พระลิขิต พระวินิจฉัย พระดำริ : ภาคน่าจะจบซะที (ตอนที่ ๑)

๒.พระลิขิต พระวินิจฉัย พระดำริ : ภาคน่าจะจบซะที (ตอนที่ ๒)

๓. พระลิขิต พระวินิจฉัย พระดำริ : ภาคน่าจะจบซะที (ตอนที่ ๓)


ท่านที่อ่านทั้ง ๓ ตอนจะได้ทราบว่าผมเขียนอะไรไปบ้าง พร้อมเหตุผลและเอกสารประกอบคำสอนพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธ
เริ่มเลยละกัน

เรื่องที่ ๑ คือ ข่าวพาดหัว จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ตามที่ผมได้คัดลอกไว้ให้อ่าน คือคำสอนพระพุทธเจ้า
บีบมส.-พศ.ไล่"ธัมมชโย" ไพบูลย์ลั่นเมินเฉยผิดม.157 (ข่าวจากเดลินิวส์ วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 16:45 น.)

สรุป คือ ท่านไพบูลย์ นิติตะวัน จะฟ้องมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ ข้อหา ไม่พิจารณาคดี/ไม่สึกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จึงต้องฟ้องฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตาม ”สิ่งที่เขาเรียกว่า "พระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราช”

คำสอนพระพุทธเจ้าสอน หลักเหตุผล คือ ระบบอริยสัจ ๔ ได้แก่ มีปัญหา ต้นเหตุปัญหา การดับปัญหา และวิธีดับปัญหา เมื่อเอาเรื่องที่เกิดมาจัดเป็นระบบอริยสัจ คือ

๑. ปัญหาคือ การที่นายไพบูลย์จะฟ้องมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ
๒. ต้นเหตุคือ การไม่ปฏิบัติตาม“สิ่งที่เขาเรียกว่า พระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราช” ให้สึกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
๓. การดับปัญหา ต้องดับที่เหตุคือข้อ ๒คำสอนพระพุทธเจ้า
๔. วิธีดับปัญหา คือ ทำความจริงให้ปรากฏ

ดั้งนั้น ปัญหานี้ ผมได้โพสต์อธิบายไว้ทั้ง ๓ ตอน ข้างต้นแล้ว ผมได้แสดงว่า “สิ่งที่เขาเรียกว่า "พระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราช” นั้น สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ไม่ได้ทรงทำแน่ๆ และต้นตอแหล่งที่ทำ ผู้ทำ ก็ได้เปิดเผยไปแล้ว จึงเป็นอันยุติ และปล่อยให้พวกนี้สำแดงไป เดี๋ยวก็มีรายการสนุกให้ดูอีกแน่
คำสอนพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธ
ผมเคยกล่าวไว้ถึงกรณีผู้ที่เรียกตนเองว่า พระนิกายมหายาน ได้ส่งจดหมายและเอกสารไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งด่าว่า ตำหนิ สมเด็จพระสังฆราชและมหาเถรสมาคมหลายประการ สำนักพุทธฯ ณ ขณะนั้น จึงได้ขออนุญาตมหาเถรสมาคมในฐานะผู้เสียหาย แจ้งความและดำเนินคดีทางศาล ผลที่สุดถูกศาลพิพากษาจำคุก โดยรอลงอาญาไว้ และปรับอีก จำนวนหนึ่งคำสอนพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธ

เพราะฉะนั้น ข้อ ๑ จึงถือว่า ไม่มีแล้ว ใครจะฟ้องมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ ด้วยกรณีนี้ เชิญครับ.. อย่ามัวแต่พูดให้เสียเวลา รำคาญมาก รีบฟ้องมาเถอะ ฟ้องศาลนะ ไม่ใช่ฟ้องไปยังหน่วยงานที่ไม่มีหน้าที่พิพากษา มหาเถรสมาคม สำนักพุทธฯ หรือพวกคุณ ใครจะอยู่ในคุก ก็รอดูกัน ..

เรื่องที่ ๒ คือ โพสต์ของท่านสุวิทย์ตำหนิมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ (ขออภัยที่เรียกสุภาพไป)
คำสอนพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธ
มีเพื่อนที่ส่งเพจของท่านสุวิทย์ที่โพสต์ ถึงมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ ว่าไม่สนอง “สิ่งที่เขาเรียกว่า พระวินิจฉัย ของสมเด็จพระสังฆราช” โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำนักพุทธฯ ด้วยข้อหารวมหัวกันปกป้องเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มี ๓ ตอน 

ตอนแรก ก็ด่าตามสไตล์ ไม่มีอะไรมากคำสอนพระพุทธเจ้า 
ตอนที่สองเป็นตอนที่น่าศึกษาว่า เป็นเหตุให้ได้ข้อเฉลยว่า ทำไมท่านจึงเรียกตัวเองเป็น “พญาราชสีห์แห่งแจ้งวัฒนะ” เพราะท่านมีปัญญาเฉียบแหลมที่สามารถกล่าวโดยไม่มีใครรู้ว่า.. ผิดเบ้อเร่อ.. 

ขอเอาที่ท่านเขียนไว้มาให้อ่านก่อน..(ไม่ได้แก้ไขเพิ่มเติมอะไรเลย แม้แต่วรรคตอน)
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page