ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

ภาคที่ ๑ การดำเนินการก่อสร้างพุทธมณฑล


นระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง รัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็น นายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินงานสร้างฐานทัพที่จังหวัดเพชรบูรณ์และเขตปลอดทหารใน บริเวณเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดสระบุรี โดยถือเป็นนโยบายรีบด่วนและสำคัญที่สุด เพื่อการรบขับไล่ญี่ป่นตามแผนยุทธการที่ ๗ และเพื่อปกปิดการดำเนินงานดังกล่าว จึงได้ออกประกาศเป็นพระราชกำหนดจัดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์และพระราชกำหนดพุทธบุรีมณฑล แต่เมื่อรัฐบาลเสนอร่างพระราช-บัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดจัดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๔๗ ปรากฏว่า สภาฯ ลงมติไม่อนุมัติร่างพระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดดังกล่าว และต่อมาใน วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๔๗ ก็ได้ลงมติไม่อนุมัติร่างพระราชบัญญัติอนุมัติ พระราชกำหนดพุทธบุรีมณฑล อีกเช่นกัน รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม จึงต้องลาออก

สาระสำคัญ แห่งร่างพระราชบัญญัติอนุมัติพระราชกำหนดพุทธบุรีมณฑล ที่รัฐบาลเสนอต่อสภานั้นมีเหตุผลว่า เพื่อดำเนินการจัดสร้างนครศักดิ์สิทธิแห่งพระพุทธศาสนา ให้เป็นแหล่งกลางที่ชุมนุมแห่งการศึกษา เสาะค้นพระพุทธศาสนา และปฏิบัติ ศาสนธรรม เป็นที่รวมประดิษฐานแห่งศาสนวัตถุทั่วราชอาณาจักรและเป็นที่ตั้งแห่งการบริหารพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ทั้งเป็นนิวาสมณฑลของพุทธมามกชนโดยเฉพาะ โดยมีโครงการสร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นอันดับแรก สร้างพิพิธภัณฑ์สงฆ์เป็นอันดับสอง และสร้างนิวาสสถานเป็นอันดับสาม อย่างไรก็ตามเบื้องหลังที่แท้จริงของการสร้างพุทธบุรีมณฑลนั้น ปรากฏในบันทึกของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เรื่องการต่อสู้ขัดขวาง รอนกำลังญี่ปุ่นและการเตรียมรบญี่ปุ่นขั้นสุดท้าย ลงวันที่ ๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๔๔ ว่า ‘'ญี่ปุ่นได้คิดจะเอาชนะเราในเรื่องนี้ โดยจะเข้าไปอยู่ในพื้นที่หลังแนวรบ ของกองทัพที่ ๒ คือระหว่างลพบุรีกับสระบุรีผมจึงได้เอาพระเข้าช่วยโดยจัดการ ประกาศสร้างพุทธบุรีมณฑลในบริเวณนี้ทันที” ดังนั้น จึงนับเป็นความดำริครั้งแรกที่จะให้มีการจัดตั้งพุทธมณฑลขึ้นในประเทศไทย เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๔๗ โดยใช้ชื่อว่า “พุทธบุรีมณฑล”




โรงพิธีในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ณ ท้องสนามหลวง ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐


ถึงแม้โครงการพุทธบุรีมณฑลจะเป็นโครงการฉุกเฉินที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่เจตนารมย์แห่งโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติ ฉะนั้น ต่อมาเมื่อใกล้ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ อันเป็นมงคลกาลที่สำคัญทางพุทธศาสนา จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัยหนึ่ง จึงได้รี้อฟื้นโครงการ ดังกล่าวขึ้น โดยแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษแห่งพระพุทธศาสนาขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๗ โดยมีพลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานคณะกรรมการเพื่อจัดเตรียมงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ โครงการจัดงานฉลอง ๒๕พุทธศตวรรษ ได้กำหนดกระทำทั้งในด้านประชาชน และด้านรัฐบาล ระหว่างวันที่ ๑๒ ถึงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๐๐ ด้าน ประชาชนได้พร้อมกันสวดมนต์ภาวนา รักษาศีล ทำบุญ ทำทาน และประกอบการกุศลอื่นๆ ส่วนทางด้านรัฐบาลได้บูรณะวัดและปูชนียสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา การอภัย ปลดปล่อยผู้ตองโทษ การนิรโทษกรรมลบล้างมลทินผู้กระทำผิดบางจำพวก และการจัดที่ ให้เป็นอภัยทานแก่สัตว์ เพื่อปลอดจากการถูกทำลายล้างชีวิต นอกจากนี้ รัฐบาลได้เผยแพร่การจัดงานฉลองครั้งนี้ไปยังนานาประเทศ โดยได้ เชิญผู้แทนรัฐบาลของประเทศที่นับถือพุทธศาสนา และผู้แทนองค์การทางพระพุทธศาสนาในประเทศต่างๆมาร่วมพิธีฉลองด้วย


พระพุทธรูปองค์ต้นแบบ ประดิษฐานภายในโรงพิธี ณ ท้องสนามหลวง ในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐





กระบวนแห่เกี่ยวกับพุทธประวัติ เนื่องในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เมื่อวันที่ ๑๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐




พระพุทธรูปซึงขยายจากพระพุทธรูปองค์ต้นแบบที่มีขนาดสูง ๒.๑๔ เมตร มาเป็นขนาดสูง ๓.๕๐ เมตร
ประดิษฐาน ณ มณฑลพิธี บริเวณท้องสนามหลวง ในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ
ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๐๐





พิธีแห่พระพุทธรูปโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค เนื่องในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม
พุทธศักราช ๒๕๐๐




ผู้แทนของประเทศต่างๆที่มาร่วมในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ



พระสงฆ์จากประเทศต่างๆที่มาร่วมในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ



จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานในการประกอบรัฐพิธีก่อฤกษ์พุทธมณฑล ณ บริเวณพุทธมณฑล เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๘


นอกจากการเฉลิมฉลองต่างๆ แล้วคณะกรรมการยังเห็นควรที่จะได้ร่วนกันจัด สร้างปูชนียสถานให้เป็นพุทธานุสรณีย์ขึ้นไว้ในพุทธศาสนาสักแห่งหนึ่งให้ยิ่งใหญ่กว่า ปูชนียสถานใดๆ ที่ได้เคยมีมาแต่ก่อน เพื่อเป็นอนุสรณ์สำหรับพุทธบริษัทในสมัยต่อไป จะได้น้อมรำลึกถึงการพร้อมใจร่วมศรัทธามหากุศลของรัฐบาลและประชาชนในสมัย ครบรอบ ๒๕ พุทธศตวรรษ รัฐบาลได้เห็นชอบด้วยในข้อเสนอดังกล่าวและมีมติให้สร้างเป็นพุทธมณฑลในบริเวณกลางแจ้ง มีอาณาบริเวณ ๒,๕00 ไร่ โดยได้เลือกซื้อที่ดิน บริเวณตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี และตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัด นครปฐม เป็นสถานที่ก่อสร้างพุทธมณฑล และได้กราบบังคมทูลอัญเชิญพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน เสด็จพระราชตำเนินไปทรงประกอบรัฐพธีก่อฤกษ์ ณ ตำแหน่งฐานพระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๔

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเดินทรงประกอบรัฐพิธีก่อฤกษ์พุทธมณฑล ณ บริเวณพุทธมณฑล เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๘


ผลการดำเนินงานที่สำคัญในระยะแรก สรุปได้ลังนี้

  จัดฃอที่ดินก่อสร้างพุทธมณฑลที่ตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี และตำบล บางกระทก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมจำนวน ๒,๔๐๐ ไร่ ที่ดินผืนนี้ มีชื่อกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์

  จัดซื้อที่ดินสำหรับก่อสร้างถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ถึง ๘ และถนนเชื่อมระหว่าง ถนนทั้ง ๘ สาย และได้ก่อสร้างถนนพุทธมณฑลสาย ๔ แล้วเสร็จ ๑ สาย เป็นถนนแยกจาก ถนนเพชรเกษม ตรงกิโลเมตรที่ ๒๒.๓ ไปสู่พุทธมณฑล

  จัดทำถนนและขุดคูรอบบริเวณพุทธมณฑล โดยสร้างถนนลูกรังรอบบริเวณ พุทธมณฑลยาว ๖ กิโลเมตร ขุดคูรอบนอก บริเวณพุทธมณฑลยาว ๕.๕๗ กิโลเมตร ปลูกต้นไม้ตลอดแนวถนนพุทธมณฑลลาย ๔ และถนนรอบพุทธมณฑลด้านขาง และด้านหลัง ถนนพุทธมณฑลสาย ๔ ปลูกต้นราชพฤกษ์ ถนนด้านข้างพุทธมณฑล ข้างหนึ่งปลูกต้นทองกวาว อีกข้างหนึ่งปลูกต้นหางนกยูงฝรั่ง ส่วนถนนด้านหลังปลูกต้นประดู่ และยังได้สร้างเรือนเพาะชำต้นไม้ ๑ หลัง เรือนเก็บต้นไม้ ๒ หลัง และเรือนปฏิบติงาน ๑ หลัง


                                                        ถนนภายในบริเวณพุทธมณฑล

สร้างวิหาร ๑ หลังและพระพุทธรูปจำลอง ๒๔ พุทธศตวรรษ ขนาด ๒,๔๐๐ มิลลิเมตร ๑ องค์ สำหรับประดิษฐานไว้ในพระวิหาร และขุดสระใหญ่ ๑ สระ ด้านหลังพระวิหาร

สำหรับที่ดินที่ว่างเปล่าอยู่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ สมาคมชลประทานราษฎร์ อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้เช่าทำนาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางเกษตร

การดำเนินงานจัดสร้างพุทธมณฑล พุทธศักราช ๒๕๒๑-๒๕๒๕

ครั้นถึงปีพุทธศักราช ๒๔๒๑ คณะรัฐมนตรีซึ่งมี พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้เห็นความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องให้ความสนับสนุนและเร่ง รัด โครงการก่อสร้างพุทธมณฑลให้เสร็จสิ้นโดยเร็วตามเจตนารมย์ที่ได้ตั้งไว้ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชนและเป็นศรีสง่าแก่ประเทศชาติในฐานะที่เป็น เมืองแห่งพระพุทธศาสนาสืบไป และต่อมาในวันที่ ๒๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ คณะรัฐมนตรีไต้มีมติ ให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานจัดสร้างพุทธมณฑลต่อจาก กระทรวงมหาดไทย โดยให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โอนงานการสร้าง พุทธมณฑลให้กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการต่อไป และอนุมัติให้ มูลนิธิภูมิพโลภิกขุส่งเสริมการสร้างพุทธมณฑลได้ตามที่ประสงค์ในส่วนที่จะ ศรัทธา ตามแบบแปลนแผนผังที่คณะกรรมการจัดสร้างเห็นสมควร


ภาพถ่ายทางอากาศ

คณะกรรมการจัดสร้างพุทธมณฑล ที่กระทรวงศึกษาธิการได้พิจารณาปรับปรุง ใหม่ และได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๒๑ นั้น ประกอบด้วยทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาส โดยมีชื่อเรียกว่า คณะกรรมการ อำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาส มีสมเด็จพระลังฆราชเป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์ และนายกรัฐมนตรีเป็น ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายฆราวาส มีรายพระนามและ นามดังนี้

คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายสงฆ์
1. สมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการ
2. สมเด็จพระญาณสังวร รองประธานกรรมการ
3. สมเด็จพระธีรญาณมุนี รองประธานกรรมการ
4. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ รองประธานกรรมการ
5. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ รองประธานกรรมการ
6. สมเด็จพระวันรัต รองประธานกรรมการ
7. สมเด็จพระพุฒาจารย์ รองประธานกรรมการ
8. พระธรรมวโรดม กรรมการ
9. พระวิสุทธาธิบดี กรรมการ
10. พระพุทธพจนวราภรณ์ กรรมการ
11. พระพุทธิวงศมุนี กรรมการ
12. พระพรหมคุณาภรณ์ กรรมการ
13. พระพรหมมุนี กรรมการ
14. พระธรรมบัณฑิต กรรมการ
15. พระปฐมนคราภิรักษ์ กรรมการ
16. พระเทพวราภรณ์ กรรมการและเลขานุการ
17. ผู้อานวยการสำนักงานเลขาธิการมหาเถรสมาคม
     กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายฆราวาส
1. นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการ
2. ผู้แทนคณะกรรมการอำนวยการจัดสรางพุทธมณฑล ฝ่ายสงฆ์ รูปที่ 1 ที่ปรึกษา
3. ผู้แทนคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้าง พุทธมณฑล ฝ่ายสงฆ์ รูปที่ ๒ ที่ปรึกษา
4. นายลัญญา ธรรมศักดิ์ หรือผู้แทน รองประธานกรรมการ
5. รองนายกรัฐมนตรี (พลเอกเสริม ณ นคร) หรือผู้แทน รองประธานกรรมการ
6. นายบุญชู โรจนเสถียร หรือผู้แทน รองประธานกรรมการ
7. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รองประธานกรรมการ
8. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รองประธานกรรมการ
9. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รองประธานกรรมการ
10. ปลัดกระทรวงสืกษาธิการ กรรมการ
11. ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ
12. พลเอกสายหยุด เกิดผล กรรมการ
13 รองเลขาธิการ กรป.กลาง กรรมการ
14 อธิบดีกรมการปกครอง
อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์
อธิบดีกรมโยธาธิการ
อธิบดีกรมศิลปากร
ธธ อธิบดีกรมป่าไม้
อธิบดีกรมป่าไม้
อธิบดีกรมชลประทาน
อธิบดีกรมทางหลวง
ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ผู้ช่วยเสนาธิการ กรป.กลาง
เจ้ากรมการทหารช่าง
ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม
อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล
หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล
ดร.รชฏ กาญจนะวณิชย์
อธิบดีกรมการศาสนา กรรมการและเลขานุการ
ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนาสถาน กรมการศาสนา
กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

นอกจากนั้นคณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลฝ่ายฆาราวาส ได้แต่งตั้ง อนุกรรมการสาขาต่างๆ อีก 6 คณะ เพื่อร่วมกันดำเนินงานสร้างพุทธมณฑล สืบทอดคณะกรรมการดำเนินงานจัดสร้างพุทธมณฑลชุดเดิม ดังนี้คือ

คณะอนุกรรมการดำเนินการและประสานงานจัดสร้างพุทธมณฑล มีอธิบดีกรมการศาสนาเป็นประธาน
คณะอนุกรรมการจัดหาทุนสร้างพุทธมณฑล มีนายบุญชู โรจนเสถียร เป็นประธาน
คณะอนุกรรมการวางผังและออกแบบก่อสร้างพุทธมณฑล มีอธิบดีกรมโยธาธิการเป็นประธาน
คณะอนุกรรมการหอสมุดกลางพระพุทธศาสนา มีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์เป็นประธาน
คณะอนุกรรมการพิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา มีอธิบดีกรมศิลปากรเป็นประธาน
คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ มีอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธาน

คณะกรรมการอำนวยการจัดสร้างพุทธมณฑลได้กำหนดเป้าหมายการสร้าง พุทธมณฑลให้เป็นศูนย์กลาง กิจการพระพุทธศาสนา และเป็นศูนย์กลางการศึกษาอบรมสำหรับนักเริยน นักศึกษาและประชาชนในการปฏิบัติศาสนกิจตามแนวทางพุทธบัญญัติ จึงกำหนด ให้มีสิ่งก่อสร้างสำคัญดังนี้

- พระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล ตำหนักสมเด็จพระลังฆราซ
- สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล คือที่ประสูติ ที่ตรัสรู้ ที่แสดงปฐมเทศนาและที่ปรินิพพาน
- หอสมุดกลางทางพระพุทธศาสนา
- พิพิธภัณฑ์ทางพระพุทธศาสนา
- หอประชุมทางกิจการพระพุทธศาสนา
- พระอุโบสถขนาดเล็ก
- พุทธอุทยาน เป็นต้น ไม้สำคัญในพุทธประวัติ สวนพันธุ์ใผ่หรือเวฬุวัน และไม้ยืนต้นต่างๆ


                                                สนามหญ้าอันกว้างใหญ่ในบริเวณพุทธมณฑล

ตำหนักสมเด็จพระสังฆราช


ค่าใช้จ่ายประกอบด้วยเงิน ทุนก่อสร้างพุทธมณฑล (เงินรับบริจาคจากประชาชน) และเงินงบประมาณแผ่นดิน การดำเนินงานแบ่งออกเป็น ๒ ระยะคือ โครงการระยะแรก กำหนดให้แล้วเสร็จทันการสมโภซกรุงรัดนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ในปีพุทธศักราซ ๒๕๒๕ และโครงการระยะที่สองจึงจะดำเนินการต่อไปหลังปีพุทธศักราช ๒๕๒๕

โครงการระยะแรก พุทธศักราช ๒๕๒๑-๒๕๒๕


ปรากฏผลการดำเนินงานที่สำคัญ ดังนี้

งานวางผังและออกแบบก่อสร้าง
- วางผังแม่บทโดยสำรวจทำแผนที่ละเอียดบริเวณพุทธมณฑลตลอดพื้นที่ ๒,๕๐๐ ไร่
- สำรวจออกแบบก่อสร้างถนนรอบพุทธมณฑล ๓ ด้าน ถนนทางเข้า-ออก และลานจอดรถ
- รายละเอียดแสดงการขุดสระนา คู คลอง ถมเนิน และปรับแต่งบริเวณ
- ออกแบบก่อสร้างสถานีสูบนํ้าสำหรับควบคุมระดับนํ้าในบริเวณพุทธมณฑล
- ออกแบบก่อสร้างการไฟฟ้าและการประปาระยะที่ ๑
- ออกแบบก่อสร้างโครงการสร้างองค์พระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล
- ออกแบบก่อสร้างอาคารตำหนักสมเด็จพระสังฆราซ
- ออกแบบก่อสร้างโรงอาหาร ที่ทำการพุทธมณฑลประชาลัมพันธ์ ที่พักอาคันตุกะ ของสมเด็จพระสังฆราซ
- วางแผนผังกำหนดประเภท และตำแหน่งต้นไม้พุทธประวัติ




ผังบริเวณพุทธมณฑล



ภาพถ่ายทางอากาศ


หอกลอง


อาคารประชาสัมพันธ์



อาคารที่ทำโครงการพุทธมณฑล

โรงอาหาร

อาคารที่พักอาคันตุกะของสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งกำลังดำเดินการก่อสร้าง

พระวิหาร

สระน้ำหลังพระวิหาร



ส่วนประกอบของแท่นฐานรองรับพระพุทธรูป ได้แก่ บัลลังก์ ฐานเขียง และชาลา

พระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล

โครงการระยะที่ 2

เป็นการดำเนินงานขั้นต่อไปหลังปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ มีรายละเอียดดังนี้

การปลูกต้นไม้ ดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๒
การก่อสร้างสังเวชนียสถาน ๔ ตำบล (งานตกแต่งและงานศิลปกรรม)
การก่อสร้างหอประชุมกิจการทางพุทธศาสนา
การก่อสร้างหอสมุดกลางทางพุทธศาสนา เป็นอาคารประกอบฐานพระพุทธรูป พระประธานพุทธมณฑล
การก่อสร้างพระอุโบสถขนาดเล็ก
ในจดหมายเหตุนี้ จะได้กล่าวถึงรายละเอียดเฉพาะการสร้างพระพุทธรูปพระประธานพุทธมณฑล ซึ่งออกแบบและปั้นองค์พระพุทธรูปต้นแบบโดย ศาสตราจารย์ ศิลป พีระศรี ดำเนินการปั้นหล่อโดยกรมศิลปากร



ต้นไม้ที่ปลูกบริเวณที่ปรับพื้นที่เสร็จแล้ว
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page