ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

เขาว่า...วัดพระธรรมกายจัดหาเงินเข้าวัดแบบแชร์ลูกโซ่? (ตอน 3)

๓. วัดพระธรรมกายเป็นวัดที่จัดหาเงินเข้าวัดแบบแชร์ลูกโซ่ คนไปหาเดินสายจะได้ค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์  ให้หัวหน้าสายแต่ละคนที่มีเงินเข้าวัดเยอะ
คุณครูไม่ใหญ่:
ขอกราบ เรียนพระเดชพระคุณให้ทราบเลยว่า อย่าว่าแต่วัดไม่ให้เงินสักสลึงเลย เขายังต้องเสียเงินมหาศาลเสียอีก  บางคนเอาชีวิตเป็นเดิมพันไปทำงานสร้างบารมี  บางคนถึงกับเสียชีวิต บางคนบาดเจ็บ  แต่ส่วนใหญ่จะเสียทรัพย์ 
ถ้าได้เห็นวิธีการทำงานของทีมงานแต่ละคนที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ มีแต่จะชื่นชมอนุโมทนา
ผู้เฒ่าผู้แก่นั่งรถมอเตอร์ไซค์ซ้อนไปบนถนนลูกรังที่เป็นหลุมเป็นบ่อ  ทั้งฤดูร้อน  ฤดูฝน  ฤดูหนาว หัวแดงทีเดียว บางทีหล่นลงมาจากรถก็มี  บางคนไม่สบาย เป็นมะเร็งให้คีโม ผมร่วง ยังออกไปทำหน้าที่ ไปชวนเขาทำบุญ เดินฝ่าเปลวแดดเหงื่อโทรมกายทีเดียว หน้าไม่ได้สวยเลยสักคน  แต่ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ดวงใจใสตลอด 
บางคนข้ามน้ำข้ามทะเลไปเกาะกลางทะเลก็มี ห้วย หนอง คลอง บึง ขึ้นเขา ลำบากทั้งลูกพระ ลูกเณร ลูกอุบาสก ลูกอุบาสิกา แล้วก็ลูกทุก ๆ คนนั่นแหละ ที่ออกไปทำหน้าที่  มีวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียว เพื่อจะไปบอกให้ผู้มีบุญที่กระจัดกระจายกันว่า  มาสร้างบุญกันเถอะ  เราเกิดมาสร้างบารมี  มาทำพระนิพพานให้แจ้ง  จะชวนทุกคนให้มาถึงธรรม  ให้เขาได้รู้ว่าในตัวเรามีพระรัตนตรัยในตัว  ให้แสวงหาพระในตัว  อย่าตายฟรีเลย  เพียงเพื่อจะไปบอกเขาอย่างนี้ เพราะฉะนั้นไม่ใช่แบบแชร์ลูกโซ่ และแชร์เป็นยังไง ครูไม่ใหญ่เล่นไม่เป็น ไม่รู้จัก  ได้ยินแต่เขาลงหนังสือพิมพ์  แล้วเขาก็ถวายข้อหาอย่างนี้มาให้
และเงินได้มาก็นำมาทำงานพระศาสนา เพราะทุกอย่างมันมีค่าใช้จ่ายทั้งนั้น  นั่งเฉย ๆ แค่เราหายใจเข้าออกก็เสียค่าใช้จ่ายแล้ว  เพราะเราจะต้องมีชีวิตอยู่จึงหายใจได้  จะมีชีวิตอยู่ได้ต้องมีอาหาร  อาหารไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้า  มันก็มีค่าใช้จ่าย  กว่าจะมาถึงมือถึงท้องได้  มันจ่ายกันมาเป็นระบบมาเลย
และเพราะสงสารผู้มีบุญทั้งหลายจะมาตากแดด ตากลม ตากฝน ก็ทำอาคารให้ง่าย ๆ สร้างง่าย ๆ มีแค่หลังคา มีผนังนิดหน่อย จะได้มาปฏิบัติธรรมร่วมกัน แล้วก็มาช่วยกันทำความสะอาด
ทำไมสร้างใหญ่  ก็คนมาเยอะ  จึงสร้างใหญ่
จริง ๆ แล้ว ครูไม่ใหญ่อยากอยู่เฉย ๆ
อยู่เฉย ๆ ก็หาว่าพระขี้เกียจอีก
กว่าจะคิดโปรเจคก็ยากแล้ว  ออกแบบยากอีก  ไปหาเงินมาสร้างยิ่งยาก  เพราะครูไม่ใหญ่ไม่ได้ออกไปหา  ลูก ๆ ออกไปหาทั้งนั้น  ลำบากกันทุกคน
แล้วเงินกว่าจะได้มาตัวดำตัวแดงในบัญชีก็มากัน  แต่ใบหน้ายิ้มแย้ม  แต่เรารู้ว่าข้างในนะ  หัวใจสีแดง  เพราะตัวแดงมันเยอะ
หาเงินมาก็ยาก มาสร้างก็ยากอีก รักษาก็ยากอีกแล้ว แต่ทั้งหมดนี้เป็นศาสนประโยชน์
ถ้าเป็นโรงเรียน ก็เป็นโรงเรียนสอนวิชชาชีวิต  ก็คล้าย ๆ กับชวนคนไปสร้างโรงเรียนที่สอนวิชาชีพทางโลก เรื่องทำมาหากิน แต่โรงเรียนนี้สอนเรื่องวัฏฏะ  สอนความรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สอนวิชชาชีวิต หรือจะเปรียบเป็นโรงพยาบาลก็ได้  แต่รักษาโรคกิเลสทางใจ  ที่เกิดจากโลภะ  โทสะ  โมหะ
ท่านถามมา ๓ ข้อ ก็เลยถือโอกาสตอบตรงนี้หน่อยนึงนะ

ขอส่งจดหมายถึงลูก ๆ ที่เหนื่อยกันหน่อย
"จดหมายจากตะวัน"

เพราะฉะนั้น ขอยืนยันตรงนี้ว่า  นักรบพันธุ์ตะวันในสมรภูมิแห่งการสร้างบารมี ได้รับเพียงแค่นี้ คือ ความรู้สึกจากใจของครูไม่ใหญ่ให้กับลูก ๆ ทุกคน นอกนั้นไม่มีเลย มีแต่เขาเอามาให้ ทั้ง ๆ ที่เขาสละชีวิต อวัยวะ ทรัพย์ ความสุขในครอบครัว และทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อไปทำงานที่อันยิ่งใหญ่  ในการที่จะไปชักชวนผู้มีบุญทั้งหลายได้ทราบข่าวคราวการสร้างบารมี  ให้มาร่วมบุญด้วยกัน  เพราะบุญเท่านั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความสุขและความสำเร็จในชีวิตในสังสารวัฏ 
ที่ตายไปก็เยอะ บาดเจ็บก็เยอะ  ทรัพย์ไม่ต้องห่วงเลยให้เป็นอาชีพ ครอบครัวเป็นอันดับสองรองจากการสร้างบารมี มันเป็นอย่างนี้นะ นักรบพันธุ์ตะวันได้แค่นี้  เพราะฉะนั้นใครจำไม่ได้ จดเอาไว้  แต่จำไว้ดีกว่าจด แต่ถ้าจำไม่หมด จดเอาไว้ดีกว่า  เขาเรียกว่า “จดจำ”
คุณครูไม่ใหญ่

13 เมษายน พ.ศ. 2547
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page