ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

ปัญหาธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั้นเอก ปรมัตถปฏิปทา อบรมก่อนสอบธรรมสนามหลวง ณ วัดพระธรรมกาย

ปัญหาธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั นเอก
ปรมัตถปฏิปทา
อบรมก่อนสอบธรรมสนามหลวง ณ วัดพระธรรมกาย
******************
๑. ๑.๑. นิพพิทาคืออะไร ? ๒๕๔๓
๑.๒. ปฏิปทาเคร ืองดำเนินให้ถึงนิพพิทานั!นอย่างไร ? ๒๕๔๓
๒. ๒.๑. บุคคลจะสำรวมจิตอย่างไรบ้าง จึงจะพ้นบ่วงแห่งมาร ? ๒๕๔๑
๒๒. ในอุทเทสแห่งนิพพิทา ที ว่า ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่ อะไรคือเครื องข้อง ? ๒๕๔๑
๓. ๓.๑. สังขาร ในอธิบายแห่งปฏิปทาแห่งนิพพิทา ได้แก่อะไร ? ๒๕๔๐
๓.๒. จะพึงกำหนดรู้สังขารนั!นโดยความเป็นอนัตตา ด้วยอาการอย่างไร ? ๒๕๔๐
๔. ๔.๑. อนิจฺจํ ความไม่เที ยง และนิจฺจํ ความเที ยง ปรากฏที ไหน ? ๒๕๓๙
๔.๒. อนิจจลักษณะ ได้ในพระบาลีและแปลว่าอย่างไร ? ๒๕๓๙
๕. ๕.๑. นิโรธศัพท์เป็นกิริยาสามัญหมายเอาอะไร เหมือนนิโรธในบาลีไหน ? ๒๕๓๙
๕.๒. นิโรธศัพท์ ในอัคคัปปสาทสูตร หมายเอาดับอะไร เหมือนนิโรธในบาลีไหน ? ๒๕๓๙
๖. ๖.๑. ความเมา ในบาลีว่า มทนิมฺมทโน หมายเอาอะไร ? ๒๕๓๘
๖.๒. วัฏฏะในบาลีว่า วฏฺฏูปจฺเฉโท หมายเอาอะไร ? (ตอบเฉพาะในภพเดียว) ๒๕๓๘
๗. ๗.๑. วิมุตติในบาลีกับในอรรถกถา แสดงต่างกันอย่างไร ? ๒๕๔๒
๗.๒. วิมุตติในบาลีมีอธิบายอย่างไร ? ๒๕๔๒
๘. ๘.๑. การพิจารณาแลเห็นสังขารโดยไตรลักษณ์ จัดเป็นวิสุทธิอะไร ? ๒๕๔๔
๘.๒. จงจัดวิสุทธิ ๗ ลงในไตรสิกขา ? ๒๕๔๔
๙. ๙.๑. สันติแปลว่าอะไร มีปฏิปทาที จะดำเนินอย่างไร ? ๒๕๔๓
๙.๒. สันติเป็นโลกิยะ หรือโลกุตตระ ? ๒๕๔๓
๑๐. ๑๐.๑. นิพพานมีกี อย่าง ต่างกันอย่างไร ? ๒๕๓๘
๑๐.๒. จะปฏิบัติอย่างไรจะให้ใกล้พระนิพพาน ? ๒๕๓๘
******************
เฉลยธรรมวิจารณ์ นักธรรมชั นเอก
ปรมัตถปฏิปทา
อบรมก่อนสอบธรรมสนามหลวง ณ วัดพระธรรมกาย
******************
๑. ๑.๑. นิพพิทา คือความหน่ายในทุกข์ฯ
๑.๒. อย่างนี!คือ พิจารณาเห็นด้วยปัญญาว่า สังขารทั!งหลายทั!งปวงไม่เท ียงเป็นทุกข์ ธรรมทั!งหลายทั!ง
ปวงเป็นอนัตตา ย่อมเกิดนิพพิทา เบ ือหน่ายในทุกขขันธ์ ไม่เพลิดเพลินยึดมัน หมกมุ่นอยู่ในสังขาร
อันยั วยวนเสน่หา
๒. ๒.๑. ๑. สำรวมอินทรีย์ มิให้ความยินดีและความยินร้ายครอบงำในเมื อเห็นรูปเป็นต้น
๒. มนสิการกัมมัฏฐาน อันเป็นปฏิปักษ์ต่อกามฉันท์ คือ อสุภะ กายคตาสติ หรือมรณัสสติ ใน
เมื อเห็นรูปเป็นต้น
๓. เจริญวิปัสสนา สันนิษฐานเห็นเป็นสภาพไม่เที ยงเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
๒.๒. ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ ทั!ง ๕ นี! เป็นเคร ืองข้อง ฯ
๓. ๓.๑. ได้แก่สภาพอันธรรมดาแต่งขึ!น โดยตรงได้แก่เบญจขันธ์ คือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
คุมกันเข้าเป็นกายกับใจ
๓.๒. พึงกำหนดรู้สังขารนั!น โดยความเป็นอนัตตาด้วยอาการเหล่านี! คือ
๑. ด้วยไม่อยู่ในอำนาจ หรือด้วยฝืนความปรารถนา
๒. ด้วยแย้งต่ออัตตา
๓. ด้วยความเป็นสภาพหาเจ้าของมิได้
๔. ด้วยความเป็นสภาพสูญหายไป
๕. ด้วยความเป็นสภาวธรรมเป็นไปตามเหตุปัจจัย
๔. ๔.๑. อนิจจัง ปรากฏที สังขาร คือนาม-รูปที ปัจจัยปรุงแต่ง นิจจังปรากฏที วิสังขาร คือนิพพานธรรมชาติ
ที ปัจจัยไม่ปรุงแต่ง
๔.๒. ได้ในพระบาลีว่า อุปฺปชฺชติ เจว เวติ จ อIฺญถา จ ภวติ ย่อมเกิดขึ!นด้วย ย่อมเส ือมสิ!นด้วย ย่อมเป็น
อย่างอื นด้วย ฯ
๕. ๕.๑. เป็นกิริยาสามัญ หมายเอาความดับแห่งธรรมที มีเหตุเป็นแดนเกิด ได้ในบาลีว่า เตสIฺจ โย นิโรโธ
จ ฯ และ ยงฺกิIฺจิ สมุทยธมฺมํ สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมํ ฯ
๕.๒. หมายเอาดับทุกข์อันเนื องมาจากตัญหา ฯ เหมือนในบาลีนิเทศแห่งทุกนิโรธ อริยสัจฯ
๖. ๖.๑. หมายเอา ความเมาในอารมณ์ ยัว ยวนให้เกิดความเมาทุกประการ เมาในสมบัติแห่งชาติ สกุล
อิสริยะและบริวาร เมาในลาภ ยศ สรรเสริญ สุข เมาในเยาว์วัย ในความไม่มีโรค และในชีวิต
๖.๒. หมายเอา ความเวียนด้วยอำนาจกิเลศ กรรม และวิบาก เฉพาะภพเดียว กิเลสเป็นปัจจัยให้ทำกรรม
กรรมย่อมอำนวยวิบากดีหรือชัว เสวยวิบากแล้วกิเลสย่อมเกิดอีก
๗. ๗.๑. ต่างกันดังนี! ในบาลีแสดงวิมุตติไว้ ๒ อย่าง คือเจโตวิมุตติ ๑ ปัญญาวิมุตติ ๑ ส่วนในอรรถกถา
แสดงวิมุตติไว้ ๕ อย่าง คือตทังควิมุตติ ๑ วิกขัมภวิมุตติ ๑ สมุจเฉทวิมุตติ ๑ ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ ๑
นิสสรณวิมุตติ๑
๗.๒. มีอธิบายว่า เจโตวิมุตติ ได้แก่ปฏิปทาแห่งพระอรหันต์ผู้สำเร็จอริยมรรคด้วยบำเพ็ญ สมถภาวนา
และวิปัสสนาภาวนาโดยลำดับ ปัญญาวิมุตติ ได้แก่ปฏิปทาแห่งพระอรหันต์ผู้สำเร็จอริยมรรค ด้วย
ลำพังเจริญวิปัสสนาอย่างเดียว
๘. ๘.๑. จัดเป็นทิฏฐิวิสุทธิ ความหมดจดแห่งความเห็น ฯ
๘.๒. ๑) สีลวิสุทธิ จัดเป็นศีล
๒) จิตตวิสุทธิ จัดเป็นสมาธิ
๓) ทิฏฐิวิสุทธิ กังขาวิตรณวิสุทธิ มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ ปฏิปทาญาณทัสสนวิสุทธิ ญาณทัส
สนวิสุทธิ จัดเป็นปัญญา
๙. ๙.๑. สันติแปลว่า ความสงบ มีปฏิปทาที จะดำเนินคือปฏิบัติสงบกาย วาจา ใจ จากโทษเวรภัย
ละโลกามิส คือเบญจกามคุณ มีสันติเป็นวิหารธรรม
๙.๒. สันติเป็นได้ทั!งโลกิยะ และโลกุตตระ
๑๐. ๑๐.๑. นิพพานมี ๒ อย่าง คือ สอุปาทิเสสนิพพาน ๑ อนุปาทิเสสนิพพาน ๑ สอุปาทิเสสนิพพาน หมายเอา
อาการดับกิเลส แต่ขันธ์ยังทรงอยู่ อนุปาทิเสสนิพพาน หมายเอาอาการดับขันธ์ของท่านผู้ปราศจาก
กิเลส
๑๐.๒. ปฏิบัติตามพระพุทธภาษิตว่า “ภิกษุผู้ยินดี ไม่ประมาทแล้ว หรือเห็นภัยในความไม่ประมาทโดย
ปกติ ย่อมเป็นผู้ไม่พอเพื อเสื อมรอบ ย่อมปฏิบัติใกล้พระนิพพานเทียว”
******************
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page