ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

ป้ายกำกับ

มะเขือเปราะ ผักคู่ครัว สรรพคุณสูง

นอกจากจะใช้ มะเขือเปราะ เป็นผักทานสด หรือใส่อาหารจานเผ็ดอย่าง ผัดเผ็ด แกงป่า แกงเผ็ด แกงเขียวหวาน ฯลฯ แล้ว รู้ไหมว่า มะเขือนี่เปราะยังมีสรรพคุณในทางยาอีกด้วย?
มะเขือเปราะ สดๆ กรอบ คู่กับปลาทูทอด เหยาะน้ำพริก ยิ่งเป็นน้ำพริกกะปิละก็เจ้าประคุณเอ๋ย พูดถึงแล้วน้ำลายสอ เมนูผัดเผ็ดเช่น ผัดเผ็ดปลาดุก ผัดเผ็ดไก่ ผัดเผ็ดหมูป่า ได้มะเขือเปราะสดๆ หั่นบางๆ ใส่ลงไปผัดด้วยเอาแค่พอสุกคงความกรอบไว้ เมนูแกงป่า เมนูแกงเผ็ด เมนูแกงเขียวหวาน ต่างก็นิยมหั่นมะเขือเปราะหั่นเสี้ยวใส่เป็นผักหลักๆ กันทั้งนั้น คิดๆ ดูแล้วคงจะด้วยรสชาติของมะเขือเปราะที่ดูจะออกขื่นๆ กลิ่นหืนนิดๆ กระมัง เราจึงนิยมทานมะเขือเปราะในรูปแบบเมนูเผ็ดๆ กันเป็นเสียส่วนใหญ่
มะเขือเปราะนี่หากเป็นคนไทยคงจะนิยมใช้ทานเป็นอาหารมากกว่า แต่ชาวอินเดียเขากลับนิยมใช้มะเขือเปราะหรือที่เรียกๆ กันแบบภาษาอินเดียว่า กันตาคาริ (Kantakari) ในทางยารักษาโรคแผนโบราณกันมากกว่า รู้สึกว่าเขาจะทำวิจัยเรื่องสรรพคุฯของมะเขือเปราะเอาไว้มากโขเชียว หากสนใจจะศึกษาลองๆ ค้นๆ จากคำว่า Kantakari ใน Google ดูก็แล้วกัน

เกี่ยวกับมะเขือเปราะ

แต่เล็กจนโตนี่ก็คลุกคลีกับชาวสวนที่ปลูก มะเขือเปราะ มาไม่มากก็น้อย อย่าคิดไปเรียกมะเขือเปราะว่า Eggplant ไปเชียว มันอาจจะตีความหมายไปถึง มะเขือยาว มะเขือพวง มะเขืองม่วง มะเขือเปราะ ไปนู่น มันกว้างไป เรียกให้มันเฉพาะๆ ซักหน่อยว่า Thai Eggplant ดูจะเข้าใจมากกว่า ว่ากันว่ามะเขือเปราะดูจะมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum Xanthocarpum Schrad. & Wendl. อยู่ในวงศ์ Solanaceae นี่กระมัง มะเขือเปราะนี่จัดว่าเป็นพืชล้มลุก ต้นทรงพุ่มสูงซักราวๆ 60 – 120 เซนติเมตรได้ ผลเป็นทรงกลมสี ขาว เขียวอ่อน ม่วง เหลือง มีขนาดซักขนาดลูกปิงปองหรือใหญ่กว่า ใบมีขนาดใหญ่เป็นหยักๆ มีขน เชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย
มะเขือเปราะนี่เป็นพืชที่เพาะปลูกดูแลรักษาง่ายมากๆ เอาเสียด้วย เริ่มตั้งแต่การเพาะกล้าซักประมาณเดือนนึง ลงแปลงปลูกอีกซัก 2 เดือนไม่ต้องการดูแลมากนัก ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลมารับประทานกันได้แล้ว ว่ากันรวมคร่าวๆ แล้ว การเพาะปลูกมะเขือเปราะนี่น่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือนเท่านั้นเอง

คุณค่าทางอาหารของมะเขือเปราะ

มะเขือเปราะซัก 100 กรัมนี่ รู้สึกจะให้พลังงานประมาณ 39 กิโลแคลอรี่เชียว ประกอบไปด้วย โปรตีน 1.6 กรัม, ไขมัน 0.5 กรัม, แป้ง 7.1 กรัม, แคลเซียม 7 มิลลิกรัม, ฟอสฟอรัส 10 มิลลิกรัม, เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม, ไทอะมีน 0.11 มิลลิกรัม, ไนอะซีน 0.6 มิลลิกรัม, ไรโบฟลาวิน 0.06 มิลิกรัม, น้ำ 90.2 กรัม, ไวตามินเอ และ ไวตามินซี

สรรพคุณของมะเขือเปราะ

  • ขับพญาธิ ผลสดของมะเขือเปราะเชื่อว่ามีสรรพคุณใช้สำหรับขับพยาธิได้ดี ช่วยในการย่อยอาหาร
  • ใช้รักษาโรคเบาหวาน มีผลงานวิจัยจากแคว้นโอริสสา ประเทศอินเดีย โดยการใช้สารสกัดจากผลมะเขือเปราะสามารถใช้ลดปริมาณน้ำตาลในเลือดของหนูได้ ดีพอๆ กับการใช้ยากลิเบนคลาไมด์ (Glibenclamide) เลยทีเดียว สารสกัดดังกล่าวออกฤทธิ์คล้ายๆ กับอินซูลิน ช่วยให้การเผาผลาญกลูโคสมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และยังพบว่าไม่มีพิษต่อสัตว์ทดลองอีกด้วย
  • ยับยั้งมะเร็ง ผลมะเขือเปราะมีสารไกลโคอัลคาลอยด์มาร์จีน และอัลคาลอยด์โซลาซาดีนซึ่งปราศจากโมเลกุลน้ำตาล เราพบว่สารเหล่านี้มีสรรพคุณในการยับยั้งการเจริญเติบโตเของ เซลมะเร็งตับ และเซลมะเร็งลำไส้ใหญ่ ได้ดี
  • รักษาโรคระบบทางเดินหายใจ มีหลักฐานทางการแพทย์อายุรเวทของอินเดียว่ามะเขือเปราะมีสรรพคุณในการใช้รักษา อาการไอ โรคหอบหืด หลอดลมอักเสบ และขับลม
เป็นคนไทยนี่ก็ดีไปอย่าง ไม่เฉพาะ มะเขือเปราะ นะ ผักแทบทุกชนิดในอาหารไทยนี่รู้สึกจะให้สรรพคุณทางการรักษาป้องกันโรคได้ทั้ง นั้น เหนือสิ่งอื่นเราคงจะต้องไม่ลืมว่า กินดีชีวิตมีสุข ออกกำลังกายวันละนิดจิตแจ่มใส นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ แค่นี้ชีวิตก็อยู่ดีมีสุขแล้ว
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page