ค้นหาบล็อกนี้

ป้ายกำกับ

วอร์เร็นบัฟเฟตต์อภิมหาเศรษฐีใจบุญ

" เบิร์กเชียร์เป็นอ่าวหลบพายุร้าย สำหรับธุรกิจที่เหมาะสมและคนทำงานชั้นยอด เรามอบเหย้าเรือนที่แสนสุขให้ได้ "


- การเจรจาซื้อกิจการดีลใหญ่ยักษ์ ABC เหมือนจะสิ้นสุดลง เมื่อเวสเซอร์สไตน์นำทีมส์งานเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง บัฟเฟตต์กระพริบตาปริบๆพร้อมพูดขึ้นว่า “ผมรู้ว่าผมจะต้องเสียใจในการตัดสินใจครั้งนี้” เขาแจ้งต่อว่าผู้ถือหุ้น ABC จะได้ตราสารสิทธิ คือเปิดช่องให้ผู้ถือ ABC สามารถซื้อหุ้น Cap. Cities. 10:1 ในราคา 250$ ไม่ผิดนักที่เวสเซอร์สไตน์จับไต๋ได้ บัฟเฟตต์อยากได้กิจการ ABC มากเหลือเกิน

- บัฟเฟตต์กล่าวต่อ บิสิเนส วีก ว่า เบนเกรแฮมคงไม่มายืนปรบมือแซ่ซ้องต่อดีลนี้ของผม ราคาของ Cap. Cities สูงถึง 16 เท่าของกำไร สิ่งที่เขาทำเหมือนการเสี่ยงพนันว่าเมอร์ฟี่จะสามารถรีดไขมันจาก ABC และดึงผลกำไรคืนกลับมาได้ ในความเป็นจริงขนาดของเบิร์กเชียร์ใหญ่โตเหลือเกิน บัฟเฟตต์ไม่เหลือทางเลือกสายอื่น การลงทุนขนาดเล็กๆไม่อาจส่งผลต่อขนาดกองทุนใหญ่โตของเขา

- นักล่ากิจการโผล่หน้ามาเป็นดาราดวงเด่นของวอลล์สตรีต พวกเขาถือตนเองเป็นตัวแทนนักรบของผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ด้อยโอกาส สัปดาห์ที่บัฟเฟตต์ซื้อ ABC มิสเตอร์ ที บูน พิกเคนส์ นักล่ากิจการดาวเด่นขึ้นปกนิตยสารไทม์ เป้าประสงค์ของเขาคือการไปกว้านซื้อหุ้นไว้เพื่อไล่บริษัทให้ไปสู่นักล่า กิจการรายอื่นและได้ผลกำไรมหาศาลมาเข้ากระเป๋า

- กลยุทธ์ของซีอีโอที่เป็นเป้าในการล่ากิจการไม่ใคร่งดงาม ส่วนใหญ่จะแอบจ่ายเงินใต้โต๊ะ หรือ Greenmail เพื่อติดสินบนให้เหล่านักล่าซื้อกิจการหนีหน้าออกไป เพื่อตนจะได้ครองตำแหน่งผาสุกสืบไป ยอมจ่ายมาซะ ทุกอย่างจะได้จบ !

- ดารานักล่ากิจการเรียงแถวโผล่หน้าลงพาดหัวข่าว ซอล สไตน์เบิร์ก เข้าโจมตี วอลต์ ดิสนีย์, คาร์ล ไอคาน เข้าคุกคาม ฟิลิปส์ ปิโตรเลียม เกมส์พิลึกพิลั่นในวอลล์สตรีตเปิดช่องให้บัฟเฟตต์ เสียงบ่นจากซีอีโอหลายๆคนที่ต้องการพี่เลี้ยง ใครก็ได้ที่แกร่งมากพอที่จะเป็นเจ้าของบริษัทที่ไม่ก้าวก่ายการทำงาน กอริลลานามว่ามิสเตอร์บัฟเฟตต์มีคุณสมบัติครบครัน

- เบิร์กเชียร์แฮธาเวย์แข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินลงทุนจากธนาคาร อีกทั้งยังตัดสินใจได้รวดเร็ว ซีอีโอที่ถูกล่ากิจการมีสามทางเลือกคือ ถูกยึด ยอมจ่ายกรีนเมลล์ หรือมีพี่เลี้ยงเป็นเบิร์กเชียร์ ในรายงานประจำปีในปีนั้น บัฟเฟตต์เขียนไว้อย่างหยดย้อย “เบิร์กเชียร์เป็นอ่าวหลบพายุร้าย สำหรับธุรกิจที่เหมาะสมและคนทำงานชั้นยอด เรามอบเหย้าเรือนที่แสนสุขให้ได้”

- โอกาสเริ่มวิ่งเข้ามาหาบัฟเฟตต์ ฤดูร้อนปี 1985 บ. Scott & Fetzer บริษัทผลิตหลายอย่างโดยเฉพาะ World Book Encyclopedia หนังสือที่บัฟเฟตต์ชื่นชอบเมื่อครั้งยังเด็ก นักล่ากิจการเริ่มตรวจพบและเริ่มไล่ล่าครอบครองหุ้นเพื่อแบ่งชิ้นบริษัทออก มา บัฟเฟตต์ซุ่มติดตามเหตุการณ์ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เมื่อช่องโอกาสเปิดออกเขาส่งจดหมายถึงประธานบริษัท หากประสงค์จะควบกิจการอย่างเป็นมิตร โปรดโทรศัพท์ถึงผม อีกไม่นานต่อมาดีลบรรลุที่ 315 ล้านเหรียญ กระแสเงินสดไหลมาเทมาที่เบิร์กเชียร์อีกแล้ว

- ถัดมา เดือนตุลาคม 1985 ฟิลิป มอริส ชักปืนลูกซองออกมาขู่ บีบซื้อกิจการ General Foods อย่างไม่เป็นมิตร เบิร์กเชียร์แฮธาเวย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ขัดขืน บัฟเฟตต์หัวเราะร่วนยินดี เงินสดไหลเข้าเบิร์กเชียร์อีก 332 ล้านเหรียญ ราคาหุ้นเบิร์กเชียร์พุ่งทะลุทำสถิติสูงสุดใหม่ 2,600 เหรียญ ความร่ำรวยของมิสเตอร์บัฟเฟตต์ไล่กวดเศรษฐีทุกคนในอเมริกา

- ยุคการซื้อกิจการทำให้บัฟเฟตต์ได้กำไรล้นเหลือ แต่เขาก็ยังชิงชังรังเกลียดการไล่ซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตร ในมุมของยอดศิลปินนักล่ากิจการแบบไม่เป็นมิตรนามว่า โรนัลด์ โอ. เพแรลแมน ก็มีภาพสะท้อนของคุณสมบัติของนักลงทุนหลายอย่างเฉกเช่นบัฟเฟตต์ เขามองการลงทุนระยะยาว มองหากระแสเงินสดชั้นดี และเป็นนักการเงินขนานแท้ไม่ใช่ผู้จัดการ เพแรลแมนเคยให้สัมภาษณ์ต่อฟอร์บส เขาอ่านรายงานประจำปีโดยละเอียด 10 ฉบับต่อสัปดาห์

- ในงานสัมมนาหนึ่งบัฟเฟตต์กล่าวสุนทรพจน์ สถานะของผู้ถือหุ้นคือ เจ้านายใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าขึ้นเสียงถามไถ่ ผมอยากเห็นกระดาษแผ่นน้อยที่บอกว่าผมเป็นเจ้าของบริษัท ผมรู้สึกว่าผู้จัดการมานั่งทำงานที่นั่นเพื่อทำในสิ่งที่ผมและเจ้าของร่วมคน อื่นๆบอกให้ทำ หากใครสักคนจะต้องรับหน้าที่ลงความเห็นว่าจะขายกิจการหรือไม่ ใครคนนั้นก็น่าจะเป็นผู้ถือหุ้น เพราะเงินในบริษัทเป็นเงินของเขาไม่ใช่เงินของซีอีโอ

- ยุคการล่าซื้อกิจการไม่รู้จะดำเนินไปนานขนาดไหน บัฟเฟตต์เป็นกังวล กิจการชั้นดีที่ราคาร่วงลงเพราะอารมณ์หดหู่ของตลาด ถูกนักล่ากิจการรวบรวมหุ้นแล้วฉีกแบ่งชิ้นขายในราคาถูก ภาพของการซื้อกิจการควรเป็นการบำบัดไม่ใช่ทำลาย สินทรัพย์ของบริษัทควรไหลไปอยู่ในมือผู้ประมูลราคาสูงสุด ซึ่งจะเป็นคนที่นำสินทรัพย์นั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

- บัฟเฟตต์ตำหนินักธุรกิจว่าก็ไม่ต่างไปจากนักการเมือง พวกเขาใช้เงินของคนอื่นหว่านโปรยสบายมือ มิใช่เงินของตัวเอง หากเป็นเงินที่จ่ายออกจากกระเป๋าของผู้ถือหุ้น พฤติกรรมจะแตกต่างไปจากการจ่ายเงินตัวเอง และนักล่ากิจการที่มีเงินของคนอื่นหนุนหลังจะจ่ายเงินราคาแพงกว่ามูลค่าที่ แท้จริงของบริษัท

- ในปี 1985 มูลค่าการซื้อขายพันธบัตรขยะเพิ่มสูง การกระพือโหมมากขึ้น ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยกล่าวสนับสนุนพันธบัตรนี้กล่าวว่า ความเสี่ยงจากการถือพันธบัตรประเภทนี้ถูกอัตราดอกเบี้ยสูงหักล้าง ไม่ต่างไปจากพันธบัตร AAA ไม่มีสิ่งใดที่พอจะมาเรียกได้ว่าเป็นพันธบัตรชั้นเลว

- ในเชิงทฤษฎีบัฟเฟตต์ก็เห็นพ้อง และตัวเขาก็เคยทำกำไรจากพันธบัตรขยะมาก่อน แต่เวลานี้ต่างออกไป เขาให้ความเห็นต่อสื่อว่า อีกไม่นานพันธบัตรชนิดนี้จะแสดงตัวสมชื่อตัวเอง พันธบัตรชนิดนี้ดูดค่าธรรมเนียมสูงลิบไม่ต่างจากตัวกลางการซื้อกิจการ อีกไม่นานพันธบัตรขยะจะไม่ตายดี รับรองว่าจะเปรี้ยงปร้าง เพราะมีเงินหมุนเวียนในนั้นมากเหลือเกิน

- ในมกราคม 1986 หลังการควบรวมกิจการกับ Cap. Cities เสร็จสมบูรณ์ บัฟเฟตต์โผล่ไปร่วมงานพักผ่อนประจำปีของผู้จัดการ Cap. Cities อย่างไม่แจ้งล่วงหน้า เขาให้สัญญาว่าการลงทุนของเขาใน Cap. Cities จะตามเขาลงหลุมไปด้วย แท้จริงจะอยู่ไกลเกินกว่าหลุมฝังศพนั่นอีก “ มีคนถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมโดนรถบรรทุกขับชน บอกได้เลยว่า ผมสงสารรถบรรทุก ผมจัดเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้วหากผลเสียชีวิต และเบิร์กเชียร์ไม่จำเป็นจะต้องขายหุ้นไปแม้แต่หุ้นเดียว พฤติกรรมจะสอดคล้องไปกับคำมั่นนี้ ”

- จริงๆแล้วปัญหาที่ ABC ก็ก่อตัวตั้งแต่ก่อนปิดการซื้อขายด้วยซ้ำ โฆษณาโทรทัศน์เหือดหาย เรตติ้งเครือข่ายตกลงมารั้งอันดับสามทั้งในช่วงไพร์มไทม์และช่วงข่าว จากนั้นก็สูญการถ่ายทอดเบสบอล ฟุตบอลโอลิมปิกฤดูหนาว และรายการพิเศษอีกสองรายการก็ย่ำแย่ ต้นทุนกระเจิงไม่อาจควบคุมได้ ราคาหุ้น ABC ตกดิ่งวูบ เงินทุนการซื้อกิจการจาก ABC กว่า 3,500 ล้านเหรียญติดหล่มยากจะฟื้นคืน มิสเตอร์วอร์เร็นต์ บัฟเฟตต์รู้ตนดี งานใหญ่รอเขาอยู่อีกครั้งแล้ว...
Home Page 7meditation Bookmarks Facebook Twitter Google + YouTube Mobile Radio RSS About Support Send me an  email Print this page